กิจกรรมบำบัดกับการคิดบวกเมื่อได้รับบาดเจ็บ

จากการสัมภาษณ์ นายสุธน จันทร์สมสฤษดิ์ อายุ29ปี ปัจจุบันเป็นอาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราช สาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์ โดย เมื่ออายุ13ปี ได้เห็นพี่ชายขับมอเตอร์ไซด์ ตนจึงอยากลองขับบ้าง พี่ชายและป้าเลยได้ทำการสอนแล้วหันมอเตอร์ไซด์เข้าบ้าน ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ให้รถเข้าบ้านแทนที่จะพุ่งออกถนน ซึ่งสิ่งที่คาดไว้ก็เป็นจริง เพราะเมื่อลองบิดคันเร่งแล้วปล่อยครัช รถมอเตอร์ไซด์ก็ได้พุ่งเข้าบ้าน ทำให้ขาฟาดกับเสา ส่งผลให้กล้ามเนื้ออักเสบ เจ็บปวดอย่างมาก ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกแย่เพราะทำอะไรก็ลำบากไปหมด

แก้ปัญหาการดำเนินชีวิตโดย เวลาอาบน้ำต้องหาเก้าอี้มานั่ง และใช้ Tripod cane ในการช่วยเดิน

สิ่งที่ได้รับการเรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งนี้ เมื่อตอนที่เจ็บปวด ไม่สามารถทำอะไรได้ คุณแม่ได้ให้กำลังใจ ทำให้รู้สึกดีขึ้น ทำให้เกิดการคิด/ทัศนคติบวก ไม่ว่าจะคิดบวกหรือลบ เราก็ยังไม่สามารถกลับมาหายดป็นปกติได้ฉะนั้นคิดบวกย่อมดีกว่าคิดลบเสมอ

การทำให้ทัศนคติบวกเมื่อเจอปัญหานั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องฝึก การที่ของตกจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ เช่นเดียวกับความคิดลบนั้นง่ายกว่าคิดบวก แต่เราก็สามารถฝึกฝนตัวเราเองได้

การคิดลบนั้นส่งผลร้ายต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้เกิดความวิตกกังวล ความเครียด ซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา ซ้ำร้ายยังทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก หลายคนอาจสงสัยว่าแค่เปลี่ยนทัศนคติแค่นี้มันจะช่วยอะไร แต่เมื่อเราได้ฝึกฝนทัศนคติบวกอยู่เสมอ ทำให้เมื่อเราเผชิญปัญหา เราสามารถตั้งสติ ปิดกลั้นจิตใจไม่ให้ความกลัว ความโกรธ เข้ามาในจิตได้ และยังทำให้มีสมาธิในการรับมือกับปัญหาได้ ยิ่งกว่านั้นเมื่อเรามีทัศนคติบวกมากพอ เราสามารถก้าวข้ามเหนือ ทั้งปัญหา คำดูถูก นินทา การปฏิเสธต่างๆ ไม่ให้มาเป็นขยะในใจเรา สุดท้ายผู้ที่มีทัศนคติบวกย่อมดึงดูดความสุขและสิ่งดีเข้ามาหาทั้งตัวเรารวมถึงผู้อื่นก็รู้สึกดีด้วยเช่นกัน


<img src="//cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/197/491/large_image.jpg" "=""><img src="//cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/197/493/large_image.jpg" "="">

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธนิต สมบูรณ์ศักดิกุล



ความเห็น (0)