คุณครูของเด็กหญิงประกายฟ้า

คุณครูของเด็กหญิงประกายฟ้า

คนเราทุกคนต้องเคยผ่านสิ่งต่างๆมามากมายหลายอย่างตั้งแต่เล็กจนถึงในปัจจุบันเริ่มตั้งแต่แรกเกิดคุณครูคนแรกที่คอยสอนให้เราหัดพูดหัดเดินก็คือคุณพ่อกับคุณแม่ให้เราอยู่ในสังคมครอบครัว แล้วท่านก็สอนเราเรื่อยมาจนเมื่อถึงเวลาที่เราต้องเติบใหญ่และต้องออกไปใช้ชีวิตในอีกสังคมซึ่งเป็นสังคมที่มีคนหมู่มาก แล้วเราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมโดยการเรียนรู้ที่มีความจำเป็นมากกับการที่ต้องใช้ชีวิตในสังคม ซึ่งก็คือวัยที่ต้องเข้ารับการศึกษา ซึ่งพ่อกับแม่เราก็อาจจะสอนในบางสิ่งบางอย่างให้กับเราไม่ได้ พ่อแม่จึงส่งเราไปเรียนหนังสือกับคนๆหนึ่งที่เราเรียกว่า “คุณครู” ซึ่งเราเองก็ยังอาจจะสงสัยในตอนแรกๆว่าใครคือ “คุณครู” มีหน้าที่อะไรทำไมพ่อแม่ถึงไม่ให้เราอยู่บ้านกับพ่อแม่ทำไมถึงส่งเรามาเรียนกับคุณครู ซึ่งหลายๆคนอาจจะเคยคิดว่าในตอนที่เรายังเล็ก อายุประมาณ 4-5 ขวบ เราทำไมต้องเข้ารับการศึกษาทั้งที่เป็นวัยที่ยังเด็กมาก แต่ถ้ามองย้อนกลับไปเราจะเข้าใจเองว่าทำไมต้องเรียนในตอนนั้น นั่นก็เป็นเพราะเราต้องมีพื้นฐานในการเรียนนั่นเองและทำให้เรามีวันนี้ได้ทุกอย่างเริ่มต้นจากคุณครูที่สอน กอ เอ๋ย กอไก่ จนถึง ฮอ นกฮูกตาโต นับ 1 - 10 ท่อง A - Z สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ดีมากและได้เบ่งบานมาเป็นความรู้จนถึงปัจจุบันที่ทำให้เราใช้ความรู้เป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคมที่มีการแข่งขันสูง

ตั้งแต่หนูยังเด็กๆ พ่อแม่ผมเคยสอนหนูว่าเรียนสูงๆจะได้ทำงานดีๆไม่ต้องมาทำงานตากแดดเหมือนพ่อกับแม่ นั่นคือจุดประกายความตั้งใจในการเรียนของหนู เริ่มจากการเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กคุณครูก็จะเริ่มสอนให้เราหัดท่องหัดจำในสิ่งต่างๆเช่นพยัญชนะภาษาไทยทั้ง 44 ตัว และเริ่มหัดนับเลขไทยและเลขฮินดู-อารบิค และเล่นกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนานซึ่งก็มีคุณครูคอยเป็นเหมือนกรรมการคอยตัดสินคดีความให้กับหนูและเพื่อนๆเพราะในตอนนั้นจำได้ว่ามีอะไรก็จะฟ้องครูตลอดเลยค่ะ พอผ่านการเรียนในตอนนั้นแล้วต่อมาก็มาเรียนต่อในระดับประถมศึกษาก็จะแตกต่างกับวัยนั้นพอสมควร ระดับประถมศึกษานี้จะเน้นไปทางหัดอ่านหัดเขียนและบวกเลข คุณครูก็จะคอยพร่ำสอนให้เราทำแบบฝึกหัดได้โดยที่คุณครูบอกว่าถ้าใครทำไม่เสร็จก็ไม่ต้องพักกินข้าว หนูก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องกินข้าวทีหลังเพื่อนอยู่บ่อยๆ จนบางทีหนูก็แอบน้อยใจที่คุณครูใจร้ายเกินไปโดยที่ไม่ได้คิดไปเลยว่า คุณครูมีอะไรแอบแฝงและสอนเราอยู่ในบทเรียนนั้นด้วย คือความรับผิดชอบ คิดย้อนไปถึงเรื่องราวตอนประถม คือคุณครูเริ่มสอนให้หนูมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย ไม่ให้ทิ้งงานที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อย จนเป็นนิสัยไปเลยว่าถ้าเราทำงานไม่เสร็จเราจะไม่ได้กินข้าวและมันก็คือแรงกระตุ้นให้เราตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา พอจบการศึกษาในระดับประถมศึกษาเราก็เริ่มก้าวสู่วัยมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งหนูยอมรับเลยว่าถ้าใครผ่านชีวิตการเรียนในช่วงอายุนี้ได้ถือว่า เป็นความโชคดีมากๆ เพราะเริ่มเป็นวัยรุ่นเริ่มตามเพื่อนเริ่มอยากรู้อยากลองในสิ่งใหม่ๆ แน่นอนว่าสิ่งที่ว่านี้ไม่ดีแน่นอน แต่ก็เป็นโชคดีที่คุณครูคอยควบคุมคอยตามให้มาเรียนคอยคุมประพฤติให้อยู่ในกรอบเขตของโรงเรียน ซึ่งก็อาจมีทำผิดบ้างก็โดนลงโทษตามกฎของโรงเรียนแต่ก็มีบางครั้งที่เราแอบโกรธครูที่คอยด่าคอยว่าเรา

ท่านก็เพียงหวังว่าซักวันหนึ่งท่านอยากจะเห็นลูกศิษย์ของท่านมีอนาคตที่ดีเป็นคนดีของสังคม ไม่อยากเห็นลูกศิษย์เกเรเสียอนาคต แต่เรามองไม่เห็นในขณะนั้น จนในปัจจุบันเรากลับคิดถึงครูคนที่ดุด่าว่ากล่าวเรามากที่สุด เพราะว่าเราจะคิดได้ในวันที่เรามองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น ขอให้ท่านทั้งหลายที่ได้อ่านบทความนี้ ขอให้ท่านจงเข้าใจในอาชีพ ที่ทุกคนเรียกว่าครูเพราะว่าคุณครูที่สอนเรามานั้นไม่ใช่ญาติพี่น้องเราเลย แต่ท่านก็รักเราอยากให้เราได้ดีทุกคนถึงแม้ว่าเมื่อถึงวันนั้นแล้ววันที่เราประสบผลสำเร็จเราอาจจะลืมท่านไปแต่ท่านก็คงจะจำเราได้ ถึงแม้ว่าลูกศิษย์ของท่านมีมากมาย แต่ท่านก็ยังจำเราได้ นั่นหมายความว่า ท่านอยากให้คนที่ท่านสอนเป็นคนไม่ดี ให้มีความรู้ติดตัวไปตลอด เราทุกคนจงกลับไปย้อนคิดถึงบุคคลที่สอนเรามาว่าท่านสอนอะไรเราบ้างให้จำในสิ่งที่ดีที่ท่านสอนมา อย่าจำแต่คำที่ท่านด่าเลย ได้ดีเพราะใครถ้าไม่ใช่เพราะรอยไม้เรียวที่คุณครูฝากเอาไว้ให้คิดและจดจำในสิ่งที่ผิด ขอบคุณที่เสียสละเวลาอ่านบทความนี้จนจบค่ะ ประกายฟ้า........