‘พ่อหลวง’ กับวงการกีฬาไทย

‘พ่อหลวง’ กับวงการกีฬาไทย thaihealth

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โปรดการเล่นกีฬามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อประทับอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โปรดกีฬาหลายประเภท เช่น สกีน้ำแข็ง, ยิงปืน, กอล์ฟเล็ก, การแข่งขันรถเล็ก, เทนนิส, แบดมินตัน, เครื่องร่อน โดยทรงกีฬาเหล่านี้มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ โดยทรงศึกษาข้อมูลของกีฬาแต่ละประเภทอย่างละเอียด และทรงฝึกฝนจนปฏิบัติได้ดี นับเป็นแบบอย่างที่ดีของนักกีฬา...

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเคารพกฎกติกาของการกีฬาที่ทรงเล่น และมักจะทรงเน้นย้ำให้นักกีฬาทั้งหลายมีวินัยตลอดเวลา ทรงให้ความสำคัญต่อการฝึกซ้อมเป็นอันมาก ทรงสนพระราชหฤทัยกีฬาที่มีโอกาสได้ฝึกซ้อม ด้วยทรงเห็นว่าการจะเป็นนักกีฬาที่ดีนั้น ต้องให้ความสนใจในการฝึกซ้อม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และปรับปรุงตนเอง มีประสบการณ์เพิ่มขึ้น ถ้านักกีฬาคนใดไม่ฝึกซ้อม ก็จะเป็นนักกีฬาที่ดีไม่ได้ แต่ด้วยพระราชภารกิจอันมากมายของพระองค์ กีฬาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนั้น ส่วนมากจะทรงเป็นระยะๆ บางช่วง ด้วยไม่สะดวกที่จะทรงฝึกซ้อมเป็นประจำ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการกีฬาไว้ว่า "การกีฬามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของแต่ละคนและชีวิตบ้านเมือง" พระราชดำรัสนี้แสดงให้เห็นถึงพระราชปณิธานในเรื่องการส่งเสริมการกีฬาว่า เป็นสิ่งจำเป็นและเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาบุพระมหากรุณาธิคุณทั่วไปในวงการกีฬา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณแก่วงการกีฬาของชาติอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากการเอาพระทัยใส่ และทรงอุปถัมภ์การกีฬาหลายประเภทแล้ว ยังปรากฏพระราชกรณียกิจหลายประการอันเป็นคุณประโยชน์ และเป็นสิริมงคลอันสูงยิ่งแก่วงการกีฬา และนักกีฬาชาวไทยชั่วกาลนาน อันได้แก่

พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่นักกีฬา และผู้บำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อการกีฬาในปีพุทธศักราช 2534 พุทธศักราช 2535 และพุทธศักราช 2536 สืบเนื่องจากการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 11 ณ ประเทศจีน และการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 16 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ และการแข่งขันโอลิมปิก ครั้งที่ 25 ณ ประเทศสเปน ซึ่งนักกีฬาทีมชาติไทยได้สร้างชื่อเสียงและเกียรติประวัติแก่ประเทศชาติ

พระราชทานทุนนักกีฬา

พระราชทานทุนแก่นักกีฬาจากกองทุนโดยเสด็จพระราชกุศล อาทิ ทุนมวยไทยในมูลนิธิอานันทมหิดล ซึ่งคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันมวย โดยเสด็จพระราชกุศลได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการแข่งขัน พระราชทานทุนแก่นักกีฬาที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ดังที่ ศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน นักแบดมินตันรองแชมป์โลกชายเดี่ยว ออล อิงแลนด์ 2 สมัย ได้รับพระราชทานทุนส่วนพระองค์ไปศึกษาในประเทศอังกฤษ เป็นต้น

พระราชทานไฟพระฤกษ์

ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาครั้งสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ หรือภายในประเทศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะพระราชทานไฟพระฤกษ์ให้แก่คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาครั้งนั้นๆ นำไปประกอบพิธีเปิดการแข่งขันทุกครั้ง โดยมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะผู้เข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ครั้งหนึ่งความว่า "…ไฟนั้นใช้ได้ดีก็จะเป็นประโยชน์ ใช้ไม่ดีก็เป็นผลเสีย การเล่นกีฬาทำให้ มีสุขภาพดี ขอให้ผู้เข้าแข่งขันกีฬาแห่งชาติมีน้ำใจนักกีฬา มีจิตใจเป็นนักกีฬา และขอให้การกีฬาช่วยกันทำให้เกิดความสามัคคี สร้างสรรค์ประเทศชาติให้รุ่งเรืองต่อไป …"

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ และพระราชทานพระบรมราโชวาท พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นักกีฬา และบุคลากรในวงการกีฬาเข้าเฝ้าฯ อย่างเป็นทางการ และเป็นการส่วนพระองค์อยู่เสมอ นับเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่นักกีฬา และผู้เกี่ยวข้องในวงการกีฬาเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังพระราชทานพระบรมราโชวาทอันทรงคุณประโยน์ที่นักกีฬาต่างรับใส่เกล้าฯ และยึดถือปฏิบัติเสมอมาคคลและประเทศชาติ จึงทรงส่งเสริมกีฬาทุกประเภท พร้อมทั้งทรงกีฬามากมายหลายประเภทเช่นกัน


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน kmpprep



ความเห็น (0)