มีการถ่ายทอดภาพวงจรปิดลงมาให้ผู้ชมดูทางจอมอรนิเตอรขนาดใหญ่ 2 จอ พร้อมคำบรรยายขั้นตอนการทำงานให้ทราบทุกระยะ ภาพที่พลกู้ภัยช่วยนำร่างนักบินอาสาเข้าไปในเครื่องบินกู้ภัยได้สำเร็จนั้น ผู้ชมข้างล่างต่างปรบมือให้อย่างกึกก้องและยาวนาน บรรดานายสนามร่มบินต่างหันจับไม้จับมือกับหลวงพ่อ ฯ และท่านรอง ฯ กันยกใหญ่ ท่านหัวหน้าค่ายยิ้มอย่างพอใจ บรรดานักร่มบินหญิงในค่ายต่างร้องเฮทั่วหน้าที่เพื่อนนักบินพวกเขาผู้ขับเครื่องบินกู้ภัย ทำงานสำเร็จ บรรดาผู้สื่อข่าวต่าง ๆ ต่างก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน ต่างวิ่งถ่ายรูป ถ่าย ทีวี และตามสัมภาษม์คนโน้นทีคนนี้ทีจ้าระหวั่นแทบชนกันตาย ฯลฯ

หลวงพ่อฯ กล่าวในงานเลี้ยงปิดงานในค่ำคืนนั้นว่า การช่วยกลางอากาศที่สาธิตให้ดูกันวันนี้จะเห็นว่า เป็นการกระทำในระยะสูงกลางอากาศจริง ๆสมกับชื่อดังนั้นการแจ้งภัยจะล่าช้าไม่ได้เลย เพราะโอกาสที่ร่มบินที่ถูกพายุพัด อาจตกได้อย่างรวดเร็วทุกเมื่อ ถ้าตกแล้วก็คือจะหายไปจากบนอากาศทำให้หาไม่พบนั่นคือสายไปเสียแล้วนักบินอาจรอดยาก หรือไม่รอดเลยหากตกในน้ำหรือในป่าติดค้างบนยอดไม้ หรือถูกสัตว์ร้ายกัดตาย หรือหากโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ก็อาจอดอาหาร น้ำนานเกินไปก็จะไม่รอดเช่นกัน ดังนั้นหัวใจการรอดตายของนักบินจึงขี้นอยู่กับครูฝึกบินเวรในวันเวลาที่ลูกศิษย์ขาดหายจากการติดต่อทางวิทยุ หรือ ไม่กลับลงสนามเมื่อถูกเรียก หรือลับหายไปจากการเฝ้ามองจากกล้องส่องทางไกลจากหอบังคับการ จึงขอเน้นในเรื่อง........( โปรดรออ่านต่อในตอนหน้า )