บ้านหลังเก่าของไก่..หรือโรงเรือนเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ของโรงเรียน อายุกว่า ๑๐ ปี ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา..ภาคเรียนที่ผ่านมา ก็เลยต้องปิดกิจการชั่วคราว เพื่อปรับปรุงให้ดูดี จากพื้นโรงเรือนที่เป็นดิน ทับถมด้วยแกลบและผักตบชวา ใต้หลังคามีตับจากวางระเกะระกะ.....
หน้าโรงเรือน..เป็นพื้นดิน ทุกครั้งที่ฝนตก น้ำจากหลังคาโรงเรือน ไหลลงมาให้เปียกแฉะไปทั่วบริเวณ ทำให้การบริหารจัดการโรงเรือน เป็นไปด้วยความยุ่งยาก ไม่สะอาดและดูไม่เหมาะสมกับการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่เท่าที่ควร
ผมเลยจัดการเทปูนทั้งภายในและภายนอกโรงเรือน ให้ดูสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น และ มอบหมายหน้าที่เลี้ยงไก่ให้นักเรียน ป.๕ วันนี้..จึงต้องเริ่มด้วยการรองพื้นด้วยแกลบเสียก่อน นักเรียนไปขอแกลบจากผู้ปกครองในหมู่บ้าน ได้มา ๗ กระสอบ ลงมือเทกันอย่างเพลิดเพลิน ป.๕ คงตื่นเต้นไม่น้อย..เพราะเป็นครั้งแรกที่จะได้เลี้ยงไก่..เดิมเป็นหน้าที่ของ ป.๖
นักเรียนป.๖..ไม่ได้เลี้ยงไก่ ก็ขอช่วยน้องติดตั้งอุปกรณ์สำหรับให้น้ำและอาหารไก่ ผูกด้วยลวดแขวนห้อยไว้ ให้ลอยเหนือพื้นนิดหน่อย ท่าทางนักเรียน ป.๖ ช่วยงานในโรงเรือนอย่างเต็มใจและท่าทางทะมัดทะแมง คงเคยเห็นรุ่นพี่เลี้ยงไก่มาแล้วหลายปี หรือไม่ที่บ้านของนักเรียนก็คงเลี้ยงเหมือนกัน
ผมซื้ออาหารไก่มาเตรียมไว้แล้ว นักเรียนช่วยกันยกใส่ถัง ทุกอย่างดูพร้อมมาก สำหรับการต้อนรับน้องไก่ในภาคเรียนที่ ๒ ที่จะเดินทางเข้ามาอาศัยในบ้านในวันพรุ่งนี้..มองเข้าไปเหมือนบ้านหลังใหม่เลย แต่พอเดินห่างออกมา เห็นหลังคาสังกะสี....ก็รู้ทันทีว่าเป็นบ้านหลังเดิมนั่นเอง
งานเสร็จ..นักเรียน ป.๕ และ ป.๖ จับกลุ่มคุยกัน นักเรียนบอกว่า..บริเวณด้านหลังโรงเรียนเปลี่ยนแปลงไปเยอะ มีโกดังเก็บอุปกรณ์เกษตร มีโรงเรือนสีข้าว สถานที่ทำปุ๋ยหมัก และโรงเรือนเลี้ยงไก่ ที่แปลกตากว่าเดิม ตอนที่นักเรียนมาเข้าเรียนใหม่ๆ ยังไม่มี..แต่ตอนนี้โรงเรียนเปลี่ยนไป..
ผมคิดว่า..ถ้านักเรียนไปเดินเล่นที่บ่อปลา นักเรียนก็คงจะมีอะไรให้ พูดคุย และเพลิดเพลิน เพราะบ่อปลาก็เรียบร้อย สะอาดตา..มากขึ้น สัปดาห์หน้านำพันธุ์ปลามาลง คงได้ตื่นเต้นกันทั้งโรงเรียนแน่....
ผมจึงค่อนข้างมั่นใจว่า..ชีวิตครูของผม พยายามนำพาโรงเรียน..ให้เดินไปข้างหน้า ช้าบ้าง..เร็วบ้าง..ขอเพียง..ดีกว่าเดิม..ไม่จำเป็น...ต้องดีกว่าใคร..
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
ชีวิตนักเรียนโรงเรียนนี้น่าสนุกมีความสุขดี มีิจกรรมเช่นนี้นอกจากจะติดตัวออกไปประกอบอาชีพได้แล้ว แต่ละวันกลายเป็นสิ่งคลายเครียดจากการเรียนวิชาการที่เด็กไม่ชอบได้ด้วย เป็นชีวิตที่มีสมดุล