ดิฉันเลือกกรณีศึกษาซึ่งมีข้อมูลที่ได้รับดังนี้
“เคสวัย 40 ปีที่เป็นหลอดเลือดสมองตีบมา 3 ปี เบื่อและอยากลาออกจากการทำงานอาจารย์ที่หนักจนไม่มีเวลาพักผ่อนและเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ ไม่ชอบออกกำลังกาย มีความสามารถเป็นพิธีกร ดีเจ และ นักเขียน และกำลังเครียดเพราะเป็นเสาหลักดูครอบครัวกว่า 3 คน และมีหนี้บ้านจากการผ่อนชำระ เงินเดือนจากงานอาจารย์ประจำ”
ตามกระบวนการ Prevocational Evaluation and work Rehabilitation : มี Occupational Rehabilitation process ดังนี้
- Referral and interview data
- Functional capacity and work analysis
- Worksite visit and evaluation work ability
- Work hardening and work conditioning
- Modification of work station and training with simulated
- Evaluation outcome
1. ขั้นตอน : Referral and interview data เมื่อได้ข้อมูลข้างต้นดิฉันนำมาวิเคราะห์ใส่ PEOP ได้ดังนี้
การที่ผู้รับบริการไม่ชอบออกกำลังกาย , การขาดเวลาพักผ่อน และ ลักษณะงานเป็นงานที่ต้องใช้ความคิด ภายใต้ความกดดัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคได้ (Scientific clinical reasoning)
- หากมีโอกาสได้ทำการสัมภาษณ์เพิ่มเติมดิฉันจะสอบถามถึงความต้องการในการทำอาชีพของผู้รับบริการและถามถึงสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการทำงา
2. ขั้นตอน Functional capacity and work analysis
- Functional capacity analysis เนื่องจากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับมากล่าวถึง ผู้รับบริการเป็นหลอดเลือดสมองตีบมา 3 ปี ซึ่งอยู่ในระยะทรงตัวและทำการหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Post stroke conditioning (Scientific clinical reasoning) สรุปคร่าวๆได้ดังนี้
สิ่งจำเป็นสำหรับผู้รับบริการคือการตระหนักรู้ถึงผลกระทบโดยทั่วไปของโรคหลอดสมองตีบ ซึ่งมีเงื่อนไข 3 ด้านใหญ่ๆดังนี้
1. Physical conditions ซึ่งดิฉันยกประเด็นที่น่าจะเกี่ยวข้องกับผู้รับบริการ (Narrative clinical reason)
- Paralysis คืออาการอ่อนแรงด้านตรงข้ามกับพยาธิสภาพ
- Fatigue ซึ่งพบ 40 – 70 % ของผู้ป่วย Stroke ซึ่งอาการล้าแตกต่างจากอาการเหนื่อยตรงที่ อาการเหนื่อยเมื่อพัก จะทำให้ดีขึ้น แต่อาการล้าที่เกิดขึ้นเมื่อทำการพักแล้วอาจจะไม่ทำให้รู้สึกดีขึ้น ซึ่งส่งกระทบต่อการทำกิจวัตรประจะวัน การประกอบอาชีพ
- Sleep ผู้ป่วย Stoke อาจพบปัญหา นอนไม่หลับ (insomnia) ในกรณีศึกษานี้พบว่า มีการพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยหลักอยู่แล้ว และเมื่อพิจารณาถึงตัวโรคก็พบว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการพักผ่อนไม่เพียงพอเพิ่มเติม
2. Emotional conditions
- Depressants ผู้ป่วย stroke จะมีความเศร้า ความสิ้นหวังในชีวิต ซึ่งส่งกระทบต่อคุณภาพชีวิต
3. Cognition conditions เช่นการคิดเรื่อง หรือวางแผนเรื่องใดเรื่องใดหนึ่ง ซึ่งก่อนเผชิญกับโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วย stroke อาจทำได้คล่องแคล่ว แต่หลังจากป่วยอาจทำให้สิ่งที่เคยทำได้คล่องแคล่วรวดเร็วนั้นทำได้ช้าลง ซึ่งก่อให้เกิดความเครียดได้
3. ขั้นตอน Worksite visit and evaluation work ability
- การประเมินสถานที่ทำงานในกรณีศึกษาไม่มีปรากฏข้อมูล หากดิฉันมีโอกาสประเมินจะใช้เครื่องมือดังนี้
RULA , REBA , การสังเกตขณะทำการสอน รวมถึงการตารางการทำกิจกรรมในแต่ละวันของผู้รับบริการ , Self rated health
- Job analysis
| กิจกรรมที่ทำในงาน |
องค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ในการทำกิจกรรมนั้น |
ความสามารถช่วยส่งเสริมหรือ เป็นอุปสรรคในการทำงานอย่างไร |
| 1. การ เตรียมการสอน |
1. Cognitive requirements
- Critical thinking (judgment , analysis, reasoning , manipulation , generation of knowledge and ideas) - Attention , memory 2. Physical requirement - Endurance for Sitting for long period 3. Performance skills requirements - Motor skills เช่น eye hand coordination ในการพิมพ์เอกสารการเรียนสอน , การใช้ดินสอปากกาเป็นต้น - Process skills ในการเรียงลำดับก่อน – หลังในการทำเอกสารการเรียนการสอน , Information assimilate , organize |
ส่งเสริม: เนื่องจากผู้รับบริการทำงานอาจารย์เป็นอาชีพประจำ จึงน่าจะมีทักษะในการเตรียมการสอนที่ดี ขัดขวาง - Fatigueเนื่องจากตัวโรคทำให้ผู้รับบริการล้าได้ง่าย - การเตรียมเอกสารการเรียนภายใต้ เวลาที่จำกัด อาจก่อให้เกิดความเครียด (ความเครียดเป็น 1 ใน ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค) |
| 2. สอนเนื้อหาวิชาการ |
1. Cognitive requirements - Critical thinking (judgment , analysis, reasoning , manipulation , generation of knowledge and ideas) - Attention , memory 2. Physical requirement - Endurance for Sitting or standing for long period 3. Performance skills requirements - Motor skills เช่น eye hand coordination ในการพิมพ์เอกสารการเรียนสอน , การใช้ดินสอปากกาเป็นต้น - Process skills ในการเรียงลำดับก่อน – หลังในการทำเอกสารการเรียนการสอน , Information assimilate , organize Social interaction skills |
ส่งเสริม เนื่องจากผู้รับบริการทำงานอาจารย์เป็นอาชีพประจำ จึงน่าจะมีทักษะในการสอนที่ดีและเนื่องจากความสามารถพิเศษคือด้านพิธีกร จึงน่าจะสอนได้ลื่นไหล(หากตัวโรคไม่ได้กระทบถึงกล้ามเนื้อการทำงานส่วนของการพูด: scientific clinical reasoning> diagnosis) ขัดขวาง - หากพยาธิสภาพเกี่ยงข้องกับการพูดซึ่งอาจส่งผลต่อหน้าที่ในการสอน การสอนเป็นการนั่งพูด/ยืน พูดต่อเนื่องเป็นเวลานาน |
| 3. เตรียมข้อสอบ/ตรวจข้อสอบ |
1. Cognitive requirements - Critical thinking (judgment , analysis, reasoning , manipulation , generation of knowledge and ideas) - Attention , memory 2. Physical requirement - Endurance for Sitting for long period 3. Performance skills requirements - Motor skills เช่น eye hand coordination ในการพิมพ์เอกสารการเรียนสอน , การใช้ดินสอปากกาเป็นต้น - Process skills ในการเรียงลำดับก่อน – หลังในการทำเอกสารการเรียนการสอน , Information assimilate , organize Social interaction skills |
ส่งเสริม เนื่องจากผู้รับบริการทำงานอาจารย์เป็นอาชีพประจำ จึงน่าจะมีทักษะในการตรวจข้อสอบที่ดี ขัดขวาง - หากพยาธิสภาพเกี่ยงข้องกับการพูดซึ่งอาจส่งผลต่อหน้าที่ในการสอน การสอนเป็นการนั่งพูด/ยืน พูดต่อเนื่องเป็นเวลานาน |
| 4. ประชุมตามวาระ |
1. Cognitive requirements - Critical thinking (judgment , analysis, reasoning , manipulation , generation of knowledge and ideas) - Attention , memory 2. Physical requirement - Endurance for Sitting for long period 3. Performance skills requirements - Motor skills เช่น eye hand coordination ในการพิมพ์เอกสารการเรียนสอน , การใช้ดินสอปากกาเป็นต้น - Process skills ในการเรียงลำดับก่อน – หลังในการทำเอกสารการเรียนการสอน , Information assimilate , organize Social interaction skills ในการถามตอบ หรือแสดงความคิดเห็นขณะประชุม |
ส่งเสริม เนื่องจากความสามารถพิเศษคือด้านพิธีกร จึงน่าจะสามารถพูดหรืออธิบายในสิ่งที่ตนเองต้องการสื่อสีได้ลื่นไหล(หากตัวโรคไม่ได้กระทบถึงกล้ามเนื้อการทำงานส่วนของการพูด: scientific clinical reasoning> diagnosis) ขัดขวาง - หากพยาธิสภาพเกี่ยงข้องกับการพูดซึ่งอาจส่งผลต่อหน้าที่ในการสอน ลักษณะการประชุม อาจมีหัวข้อที่เคร่งเครียด จะส่งผลต่อรอยโรคเดิม (ความเครียดเป็น 1 ใน ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค) |
|
Environment ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน 1. ห้องเรียน 2. อุปกรณ์การสอน เช่น กระดานไวท์บอร์ด , ปากกาเคมี หรือบางแห่งใช้ เป็นคอมพิวเตอร์ เป็นต้น 3. อุณหภูมิ 4. แสงสว่าง 5. เสียงรบกวน |
4. ขั้นตอน Work hardening and work conditioningเนื่องจากผู้รับบริการทำงานในสถานที่จริงอยู่แล้วจึงจะเน้นไปที่ Work conditioning program โดยวิเคราะห์โดยให้ ผู้รับบริการวิเคราะห์ตนเองผ่านหลักการ Subjective well being ดังนี้
1. Evaluation well- being: Life satisfaction ให้คำนึงถึงความพึงพอใจของชีวิตตนเอง ว่า พอใจในสิ่งที่ตนเองทำ หรือที่ผ่านมาหรือไม่
2. Hedonic well- being: Feeling of happiness ให้นึกถึงสิ่งใดที่ทำแล้วตนเองมีความสุข โดยให้ผู้รับบริการนึกถึงว่าการสอนทำให้สุขหรือทุกข์ย่างไร ทุกข์ที่อาชีพ หรือ ทุกข์ที่ปัจจัยอานๆ
3. Eudemonic well- being: Sense of purpose and meaning in life ค้นหาจุดมุ่งหมายของชีวิตของตนเอง โดยให้ผู้รับบริการนึกถึงเป้าหมายของชีวิต และการทำงานของตนเอง ณ ปัจจุบันตรงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่
5. ขั้นตอน Modification of work station and training with simulated ดิฉันขออนุญาตนำเสนอแนวคิดภายใน 4 สัปดาห์จะให้ Program ดังนี้
| เป้าประสงค์ | บริการที่ควรได้รับ |
|---|---|
| 1. ผู้รับบริการสามารถค้นหาความต้องการในการทำงาน / อุปสรรคในการทำงาน และแนวทางการแก้ไขร่วมกับผู้บำบัด ภายใน 1 สัปดาห์ |
Therapeutic media: Therapeutic use of self , Teaching & Learning Intervention plan - วิเคราะห์ skills ของผู้รับบริการที่มี เช่น ความสามารถในการทำงานพิธีกร งานเขียน เหล่านั้น ช่วยส่งเสริมอาชีพการสอนหนังสือได้อย่างไร หรือทำแล้วมีความสุขอย่างไร - สามารถนำ skills กับ บทบาทที่มีส่งเสริมกันได้อย่างไร และทำอย่างไรให้บทบาทที่ต้องทำ เบียดเบียนสุขภาพให้น้อยที่สุด - Relaxation techniques : เนื่องจากผู้รับบริการมีhabit ไม่ชอบออกกำลังกาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สุขภาพไม่ดี โดยจะให้ educationของออกกำลังกาย และสร้างmotivation ในการออกกำลังกายโดยนำเสนอบุคคลตัวอย่าง ที่ประสบความสำเร็จในการออกกำลังกายแล้วสุขภาพดีขึ้น และให้ Program ออกกำลังกาย สำหรับผู้รับบริการ โดยก่อนออกกำลังกายให้ วัดความดัน น้ำหนัก สัดส่วน เพื่อไว้เปรียบเทียบ หลังจากได้ออกกำลังกาย เพื่อเป็น feedback กลับไปสำหรับผู้รับบริการเพื่อปรับ habit ให้ชอบการออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น |
| 2. ผู้รับบริการมีความรู้ในจัดการกับความล้าในการทำงานได้ภายใน 1 วัน |
Therapeutic media: Therapeutic use of self , Teaching & Learning Intervention plan - ให้ความรู้ในการยืดกล้ามเนื้อ คอ บ่า หลัง และไหล่ http://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=ramtalk&month=01-2013&date=23&group=1&gblog=204 ให้ความรู้ในการจัดตารางเวลา ในการทำงาน ทุก 2 ชั่วโมงให้พักเปลี่ยนท่าทางในการทำงาน เช่น พักเพื่อทำการยืดกล้ามเนื้อ พักสายตาโดยการมองไปในที่ไกลๆ สัก 1 นาทีแล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ |
| 3. ผู้รับบริการสามารถจัดการตารางงานให้เข้ากับตนเอง ภายใน 1 สัปดาห์ |
Therapeutic media: Therapeutic use of self , Teaching &
Learning
Intervention plan 1. ผู้รับบริการสามารถจัดการตารางเวลาให้ตนเองมีเวลาพักผ่อน ได้มากเท่าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดย · จัลำดับความสำคัญของงาน โดยนำงานที่มีความสำคัญมากที่สุดมาทำก่อน · กำหนดให้ในตารางเวลามีเวลาพักที่ชัดเจน เช่นทุกสองชั่วโมงจะต้องพักผ่อน เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและผ่อนลายจากความเครียดในการทำงาน จัดตารางเวลาให้มีการออกกำลังกายเพิ่มเข้าไป อย่างน้อย 1 วันสัปดาห์ |
| 4. ผู้รับบริการสามารถทำงานในสถานที่ทำงานภายหลังการจัดสิ่งแวดล้อม ภายใน 1 สัปดาห์ |
Therapeutic media: Therapeutic use of self , Environmental
modification
Intervention plan · การจัดโต๊ะที่นั่งให้สามารถนั่งได้สะดวกสบายขณะทำงาน · การตกแต่งโต๊ะทำงานเช่น ต้นไม้เล็กๆ มาวางใกล้ๆ เพื่อผ่อนคลายสายตาจากการมองจอคอมพิวเตอร์ |
| 5. ผู้รับบริการสามารถปรับแก้ไข ตารางเวลาและสิ่งแวดล้อมภายหลังจากการทำงานมา 2 สัปดาห์ ภายใน 1สัปดาห์ |
Therapeutic media: Therapeutic use of self , Environmental
modification
Intervention plan · ภายหลังจากที่ผู้รับบริการกลับไปทำงานได้ 2 สัปดาห์ จะมห้เขียนปัญหาที่ยังพบเจอ และ ช่วยกันวางแผนแก้ไขปัญหานั้น สอบถามที่ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้รับบริการทั้งด้านบวกและด้านลบ |
หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการดิฉันจะทำการวัดผลซ้ำ เพื่อวัดประสิทธิภาพของการบำบัด
งานเขียนชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา กิจกรรมบำบัดในการยาสตร์และการฟื้นฟูการประกอบอาชีพ PTOT 422
ผู้เขียน : น.ส.พิมพ์ธิดา วุฒิกิตติ์กานต์กูร นักศึกษากิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัย มหิดล
อ้างอิง
- Chippendale, T., & Boltz, M. (2015). Living Legends: Effectiveness of a program to enhance sense of purpose and meaning in life among community-dwelling older adults. American Journal of Occupational Therapy, 69, 6904270010. http://dx.doi.org/10.5014/ajot.2015.014894
- Daphne Kos Kos, Inge van Eupen, Jill Meirte, Deborah Van Cauwenbergh,Greta Moorkens, Mira Meeus, Jo Nijs. Activity Pacing Self-Management in Chronic FatigueSyndrome: A Randomized Controlled Trial.american Journal of Occupational Therapy, September 2015, Vol. 69, 6905290020p1-6905290020p11. doi:10.5014/ajot.2015.016287
- Jane Case-Smith, EdD, OTR/L, FAOTA; Dennis Cleary, OTD, MS, OTR/L; Andrew Persch.Current Practices in Job Matching for Individuals With Intellectual and Developmental Disabilities.American Journal of Occupational Therapy.July 2015, Vol. 69, 6911500099p1. doi:10.5014/ajot.2015.69S1-PO4089:http://ajot.aota.org/article.aspx?articleid=2490885&resultClick=3




