2. คุณอย่างไรเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ? ร่างนี้จะได้รับ หรือไม่ได้รับ? หากร่างนี้ไม่ได้รับการยอมรับ มันจะถูกตีตกหรือไม่? และหากได้รับการยอมรับ คุณคิดว่าผลอะไรที่จะเกิดขึ้น และเกี่ยวข้องกับเรา?
(เนื่องจากการลงประชามติได้ผ่านไปแล้ว แต่ผมต้องแปลเพราะว่าจะได้รู้แนวคิดของบุคคลในแต่ช่วง)
ร่างรัฐธรรมนูญตั้งใจที่ควบคุมประชาธิปไตยเสียงข้างมาก โดยคุมอำนาจของพรรคการเมืองทั้งหลายลง ผู้โหวตและรัฐบาลเป็นองค์ประกอบหนึ่งประชาธิปไตยแบบรัฐสภา แต่สิ่งที่เรามีกลับเป็นส่วนที่พยายามจะให้อำนาจแก่ชนชั้นนำที่เป็นเสียงส่วนน้อย ที่ไม่ยอมรับการเลือกตั้งตามกติกา (เช่น กองทัพ, ผู้พิพากษา, และองค์กรอิสนะ ฯลฯ) แต่ชนชั้นนำพวกนั้นพยายามที่จะทำสิ่งนี้เพื่อพรางตนเองไว้ในประชาธิปไตยแบบปลอมๆ เช่นเรามีการเลือกตั้ง และมีรัฐสภาที่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่รัฐบาลที่ได้รับเลือกโดยระบบเลือกตั้งแบบใหม่ที่ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลง
มาดูที่การกระทำของทหารเหล่านี้ เขามั่นใจว่าจะผ่านร่างได้เหมือนกับรัฐธรรมนูญปี 2007 (2550) แต่ขอเพิ่มอีกนิดหนึ่งว่าเสรีภาพของเราหดหายลงไปมากกว่าปี 2007 รัฐลงทุนเป็นอย่างมากกับเทคนิคการควบคุม ไม่ว่าจะอ่อนหรือแข็งก็ตาม ทุกประการก็เพื่อผ่านร่างรัฐธรรมนูญนี้ให้ได้
แต่สถานการณ์นี้ยังไม่แน่นอน เพราะกลุ่มที่มาจากสีต่างๆกัน
ออกมาบอกแล้วว่าจะไม่รับร่างนี้
แม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมาประกาศแล้วว่าจะไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้
เพราะไม่เห็นด้วยกับเนื้อหา บางคนอาจกล่าวได้เลยว่าทั้งพรรคการเมืองต่างๆ
และกลุ่มพลเมือง (civic groups)
ตอนนี้ได้ข้อตกลงร่วมกันว่าจะไม่ยอมรับร่าง แน่นอนว่าแต่ละกลุ่ม
และแต่ละพรรคการเมืองย่อมเหตุผลในการไม่ยอมรับแตกต่างกัน แต่แนวโน้มที่จะโหวตไม่
ตอนนี้กลายเป็นกระแสไปแล้ว
ตรงนี้เกิดขึ้นเพราะพวกเขาเห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้เสนอปัญหาทางสังคมที่ดำรงอยู่ในเมืองไทยในตอนนี้
จริงๆแล้วร่างนี้เน้นไปที่อำนาจที่ชนชั้นนำ และระบบข้าราชการครอบงำอยู่
และตัดกลุ่มอื่นๆทิ้งไปเสีย
เช่น พรรคการเมือง,
สังคมพลเมือง, และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้โหวต
ซึ่งกลุ่มดังกล่าวไม่มีอำนาจและบทบาทในรัฐบาล
เห็นได้ชัดเจนว่าร่างนี้มีข้อด้อยมากกว่าข้อดี
แง่มุมทางบวกของผู้สนับสนุนร่างนี้ก็คือมันต่อต้านการขี้โกง หรือคอร์รัปชั่น ตอนนี้ฉันยังรออยู่ว่าจะมีใครเห็นข้อดีของร่างนี้บ้างนอกจากต่อต้านการขี้โกง แต่รัฐธรรมนูญที่ตัดสิทธิ และเสรีภาพลง และให้ระบบข้าราชการกุมอำนาจอยู่ไม่สามารถจะต่อต้านการขี้โกงได้ ในความเป็นจริงแล้ว หากดูในประวัติศาสตร์ ระบบข้าราชการเป็นต้นตอของการขี้โกงกลุ่มสาธารณะและองค์กรที่แต่เดิมมาสนับสนุนเหล่าทหารอยู่เริ่มที่จะเห็นประเด็นนี้ ดังนั้นความคิดที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต่อต้านการขี้โกงยิ่งเป็นไม่ได้มากกว่าเป็นไปได้ ในที่สุด ร่างนี้ไม่สามารถจะสร้างระบบการเมืองที่โปร่งใสได้, ระบบที่สามารถอธิบายให้สาธารณะ, หรือร่างนี้เป็นเพียงแค่การริบอำนาจจากคนที่ได้รับเลือกตั้ง มาสู่คนที่ไม่ได้รับเลือกตั้งนั่นเอง การผ่านหรือไม่ผ่านร่างคือการเดิมพันด้วยความเสี่ยง (at stake)
สำหรับผมแล้ว ประเด็นนี้คือสิ่งที่เป็นทุกข์ที่สุดในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นอกจากนี้รัฐธรรมนูญไปเปิดกว้างต่อการทบทวน หรือการแก้ไขใดๆเลย ในแง่นี้รัฐธรรมนูญปี 2007 (2550) ยังเปิดให้มีการแก้ไข แม้ว่าจะได้มาด้วยการยากก็ตาม สำหรับร่างนี้ ประตูในการแก้ไขถูกปิดตาย มันลดทอนอำนาจของประชาชนในการแก้ไข และสร้างระบบการเมืองที่วนเวียนอยู่แต่ชนชั้นข้าราชการ โดยนัยยะเดียวกันมันไร้สมรรถภาพในการทำงานหรือทำหน้าที่ มันไม่เกี่ยวหรอกว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล สำหรับรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ย่อมอ่อนแอลง เพราะการจงใจ อย่างไรก็ตาม มันอาจทำหน้าที่ แต่ด้วยความยากเย็น รัฐบาลอาจถูกเรียกว่า เป็ดง่อย (lane duck) ได้เลย รัฐธรรมนูญฉบับนี้สร้างมาโดยความกลัว นั่นคือกลัวเสียงข้างมาก และกลัวพรรคการเมือง ยิ่งไปกว่านั้นอีก มันไม่สามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนไปในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนชาวไทยตอนนี้เป็นผู้มีความกระตือรือร้นทางการเมือง พวกเราต้องการรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่อยู่นิ่ง ยากต่อการแก้ไข สิ่งที่รัฐธรรมนูญทำคือการปิดทางการแก้ไข และทำให้สถานการณ์สุกงอมเพื่อความรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง
แปลและเรียบเรียงมาจาก
Kornkritch Somjittranukit. Interview with Prajak Kongkirati on what military is trying to do during ‘the transition’ Translated from Thai to English by Andrew Alan Johnson.