​การประเมินเครือข่ายวิจัยสุขภาพ


เครือข่ายวิจัยสุขภาพ สนับสนุนทุนโดย สกว. ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๔ - ๒๕๔๙ (ช่วงที่ ศ. ดร. ปิยะวัติ บุญ-หลง เป็นผู้อำนวยการ สกว.) จัดการโดยมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ มีการประเมินไปแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงปี ๒๕๔๙ - ๒๕๕๐ เป็นการประเมินกระบวนการและผลผลิต และในปี ๒๕๕๗ - ๒๕๕๘ มีการประเมินครั้งที่ ๒ ประเมินผลลัพธ์และผลกระทบ มี ศ. นพ. วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์เป็นหัวหน้าโครงการ โดยมีรายละเอียดเฉพาะ ด้านการเงินในเว็บไซต์ ที่นี่ ผมพยายามค้นหารายงานผลการประเมิน หรือ TOR ของการประเมิน ในเว็บไซต์ของ สกว. ไม่พบ แปลกแท้ๆ ที่หน่วยสนับสนุนการวิจัย เผยแพร่แต่เรื่องเงิน ไม่เผยแพร่ผลการวิจัย


ยังมีร่องรอยของเครือข่ายวิจัยสุขภาพอยู่ในเว็บไซต์ของ สกว. อยู่บ้าง ที่นี่


วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๙ ผมโชคดี ได้ฟังสรุปผลการประเมินครั้งที่ ๒ ที่ มสช. และได้ทบทวนความจำว่า เครือข่ายนี้มีเป้าหมาย

  • เชื่อมโยงงานวิจัย มุ่งแก้ไขปัญหาสุขภาพสำคัญ
  • ยกระดับสมรรถนะการจัดการงานวิจัย ตั้งแต่การสร้างความรู้ ไปจนถึงการใช้ความรู้ ซึ่งรวมทั้งการสร้างนักวิจัย และสร้างนักบริหารงานวิจัย

งบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับ ๕ ปี ๑๙๑ ล้านบาท ได้รับจริง ๑๑๙.๑๗ ล้านบาท


ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เกิดชุดโครงการวิจัย ๑๒ ชุดโครงการ เช่น สุขภาพช่องปาก โรคกระดูกพรุน เวชศาสตร์สารสนเทศ ภาวะโภชนาการเกินในเด็ก ถนนปลอดภัย ความปลอดภัยในเด็ก สุขภาพจิต เป็นต้น


ทีมประเมิน ดูผลกระทบ ๕ ด้านคือ (๑) ด้านนโยบาย (๒) ด้านสุขภาพ (๓) ผลกระทบต่อชุมชน พื้นที่(๔) ผลกระทบทางวิชาการ ดูที่ผลงานตีพิมพ์ (๕) ผลกระทบเชิงพาณิชย์ สรุปได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นมาก คือด้านนโยบาย ทั้งนโยบายระดับประเทศ และนโยบายระดับชุมชน มีการพัฒนานโยบายต่อเนื่องจากการวิจัย ที่มีความชัดเจนต่อเนื่อง ส่งผลต่อการกำหนดนโยบายมากที่สุดชุดโครงการหนึ่งของ สกว.

รองลงมาคือ ผลกระทบด้านวิชาการ ส่วนผลกระทบอีก ๓ ด้านมีบ้าง โดย “กลุ่มองค์กรที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือ หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข รองลงมาคือชุมชนหรือภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงเรียนแพทย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจหรือเอกชน สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ สถานพยาบาล เช่น โรงพยาบาลประจำตำบล โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย นักวิชาการ นักวิจัย ตามลำดับ”


ผู้วิจัยสรุปว่า เทียบกับการลงทุน ๑๒๐ ล้านบาท เกิดผลกระทบเกินคุ้ม และเสนอต่อ สกว. ว่า ควรสนับสนุนชุดโครงการขนาดใหญ่ ผู้นำเข้มแข็ง มีประสบการณ์สูง มีวิธีบริหารจัดการที่สามารถนำผลวิจัย ไปใช้ได้ดี คัดเลือกนักวิจัยที่มีความเข้มแข็งและทำงานวิจัยเป็นเครือข่าย (ตัวอย่างคือ โครงการความปลอดภัย ในเด็ก โครงการป้องกันภาวะโภชนาการเกินในเด็ก โครงการผู้สูงอายุ) รายงานฉบับสมบูรณ์นี้เสนอต่อ สกว. เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๘


เนื่องจาก มสช. มีรายงานผลการประเมินชุดนี้ ผมจึงมีโอกาสได้อ่านรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ และติดใจข้อมูลในตารางที่ ๔ สถานการณ์ในปัจจุบันของงานวิจัยทั้ง ๑๒ ชุดโครงการ ว่าจากตารางนี้ หน่วยงานด้านการวิจัยสามารถนำไปใช้ ทำงานต่อเนื่องได้อีกมาก และเห็นว่า ผู้ประเมินที่มีความสามารถระดับ ศ. นพ. วีระศักดิ์เท่านั้น ที่จะสามารถสังเคราะห์ภาพเช่นนี้ได้ ตารางนี้แหละที่เป็นหลักฐาน (evidence) ว่าเงิน ๑๒๐ ล้านบาท ให้ผลกระทบต่อสังคมไทยเกินคุ้ม


ผู้ประเมินได้เขียนไว้ในบทคัดย่อของรายงานดังนี้ “ข้อเสนอหลักของผู้ประเมิน คือ ยุทธศาสตร์ของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สกว. ด้านการวิจัยสุขภาพ ที่มอบหมายให้มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) ดำเนินการในครั้งนี้ ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่ครบวงจร สมควรเป็นตัวอย่างสำหรับชุดวิจัยโครงการขนาดใหญ่ อื่นๆ ต่อไป”


ผู้จัดการชุดวิจัยนี้คือ นพ. สมศักดิ์ ชุณหะรัศมิ์


จากการอ่านรายงานผลการประเมินทั้งฉบับ ทำให้ผมเกิดความคิดว่า งานที่ใช้เงินมากๆ ทุกประเภท ควรได้รับการประเมินผลกระทบแบบนี้ ว่าได้รับผลกระทบตามที่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างไรบ้าง หลังจากโครงการเสร็จสิ้นไปแล้วประมาณ ๑๐ ปี จะเป็นกระบวนการให้เกิดการเรียนรู้เชิงระบบ เชิงการบริหารจัดการ และเกิดความระมัดระวัง ไม่ด่วนสรุปว่า วิธีการลงทุนดังกล่าวจะก่อผลตามที่ตั้ง เป้าหมายไว้เสมอไป


หากมีการประเมินทำนองนี้ และเปิดเผยผลประเมินต่อสาธารณะ เงินงบประมาณแผ่นดินที่ใช้จากภาษี ของพวกเรา น่าจะก่อผลดีต่อบ้านเมืองมากกว่านี้มาก



วิจารณ์ พานิช

๓๐ ส.ค. ๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)