เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 26 - 30 กันยายน 2559

2 ตุลาคม 2559

เรียน ผู้บริหาร เพื่อนครูและผู้อ่านที่รักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2559 เช้านี้ฝนตกปลอยๆต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางคืน สาย ๆ เห็นแสงแดดมาหน่อย งบประมาณหลังไหลลงมาเพิ่มจาก สพฐ. จำกัดทั้งเวลาและวิธีใช้ ก็ต้องระมัดระวังในการใช้จ่ายให้ถูกระเบียบ มีเรื่องจุกจิกรำคาญใจในการใช้เงินค่อนข้างมาก เพราะมีคนฟ้องมา จึงต้องไต่ต้องสวนกันให้ได้ความจริง แต่กระบวนการต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก บ่ายทำงานแฟ้มเอกสารที่กลุ่มงานส่งขึ้นมา แก้ไขไปหลายเรื่อง เช่น เวลาตั้งคณะกรรมการ ให้แต่งตั้งบุคคล บางรายพิมพ์มาไม่ครบ เช่น นายดำ ขาวยิ่ง ประธาน ตัดคำว่ากรรมการหายไป อย่างนี้ต้องไปพิมพ์มาใหม่ ความละเอียดละออตามระเบียบงานสารบรรณก็ลดน้อยถอยลง เคยบอกให้เจ้าหน้าที่ไปซื้อหนังสือระเบียบและแนวการเขียนมาให้กลุ่มงานต่าง ๆ พอติดขัดซื้อไม่ได้ ก็ไม่พยายามอีก ลืมกันไปเฉย ๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มาดูวัยเราปีนี้ก็ 59 แล้วมัวทะเลาะกับเด็กในเรื่องพวกนี้ดูไม่งาม แต่หากปล่อยไปข้างนอกก็ยิ่งตลกขบขันแก่คนที่รู้จริง ต้องพึ่งบทประพันธ์สุนทรภู่ "แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์คดเคี้ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน มนุษย์นี่ที่รักอยู่สองสถานบิดามารดารักมักเป็นผล ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตนเกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจรา แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา รู้สิ่งไรไม่สู้รู้วิชารู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี" เย็นเชิญท่านปราโมทย์ ขจรภัย ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สพฐ. และคณะที่ สนก. ที่เป็นกำลังในจัดแข่งขันนานาชาติคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มาเลี้ยงเกษียณอายุราชการให้ที่ห้องสโมสร ได้เชิญผู้บริหารโรงเรียนสังกัด สพป.ปทุมธานี เขต 1 ที่เคยเป็นกำลังจัดงาน IMSO 2015 มาร่วมด้วยเพราะเกษียณอายุราชการปีนี้เช่นกันประกอบด้วย ผอ.นันทนิจ เที่ยงพูนโภค ผอ.รรวัดเปรมประชากร ผอ.ดร.นารี คูหาเรืองรอง โรงเรียนประถมศึกษาธรรศาสตร์ ผอ.ชัยพร มะลิ โรงเรียนวัดไพร่ฟ้า ผอ.สุรีย์พร ชูติกุลัง โรงเรียนวัดสามัคคิยาราม ผอ กวี แก้วมณี โรงเรียนวัดโบสถ์ คนสุดท้องคือเจ้าหน้าที่ สวก. คุณสายพิณ สูญยี่ขันธ์ เป็นงานเลี้ยงแบบสบายๆ ในครอบครัว 3 ทุ่มก็แยกย้ายกันนอกนั้นเขาติดงานกัน


วันอังคารที่ 27 กันยายน 2559 เช้าเข้าประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด โดยขาดประชุมคณะกรรมการห้องสื่อที่ สกสค. ด้วยไม่เข้ามาหลายนัดกลัวจะเป็นภาพลักษณ์ไม่ดีต่อหน่วยงาน วาระการประชุมเกี่ยวกับผมเรื่องเดียวคือโรงเรียนคุณธรรม ชี้แจงว่ากำลังทำตัวชี้วัดประเมินจัดลำดับ มีเรื่องหนึ่งที่ ผวจ สั่งการแล้วยังไม่ขะยับคือ การจัดระเบียบมือถือในโรงเรียน ฟังแล้วดูดีและหวังดี แต่งานนี้หากไม่รอบคอบผมมองว่าอันตรายกับผู้ปฏิบัติ คือผู้บริหารและครู เพราะแรงต้านของสัมคมมีเดี่ย จะกระหน่ำรุนแรง จึงทำโครงการประชุมผู้บริหารโรงเรียนทุกสังกัดในเขตจังหวัด ให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมอบนโยบาย ลำพังผมตัวเล็กไป เรื่องน้ำท่วมฝากผู้บริหารโรงเรียนช่วยดูและรายงานด้วย ขยายการดูแลออกไปมากกว่าขอบรั้วโรงเรียนให้ครอบคลุมเส้นทางที่ลูกศิษย์พักอยู่ เพราะเคยมีกรณีโรงเรียนไม่ปิดเพราะน้ำไม่ท่วมโรงเรียน นักเรียนเดินทางมาจมน้ำตาย เพราะน้ำท่วมเส้นทางระหว่างบ้านกับโรงเรียน บ่ายทำงานแฟ้มเอกสารจน 16 นาฬิกา เดินทางไปดำเนินการเรื่องระบบสื่อสารเปลี่ยนจากwifi ปกติเป็น ใยแก้ว TOT ยันว่าเร็วขึ้น เขาลากสายเสร็จเกือบ 6 โมงเย็น

วันพุธที่ 28 กันยายน 2559 พรุ่งนี้จะประชุม กศจ.นัดพิเศษ สัปดาห์ที่แล้วสอบถามทั้ง 3 เขตว่าจะนำรายชื่อครูเกษียณปีนี้เข้าวาระเลื่อนขั้นเงินเดือนเสียเลยทันไหมจะได้จบสิ้นกระบวนความ เพราะคำสั่งกลุ่มนี้ต้องเลื่อนภายใน 30 กันยายน 2559 ทุกเขตบอกว่าทัน มาวันนี้ทุกเขตบอกว่าไม่ทันและไม่กระทบอะไร มีเพียงเขต 2 ที่ขอนำเข้า 1 รายที่จะขอเครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย ป.ม. เรื่องดำเนินการทางวินัยนำเข้า 3 เรื่อง มีเรื่องเก่าสองเรื่องใหม่หนึ่ง นั่งอ่านเกือบ 10 รอบต่อเรื่องเพราะเข้าที่ประชุม อกศจ.วินัยฯหลายรอบ ไม่ยุติเสียที เหตุเพราะข้อมูลไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจของผู้พิจารณา แม้จะผ่านการตัดสินใจของผู้มีอำนาจลงโทษมาแล้วก็ตาม มีหนึ่งรายที่ต้องเกษียณในปีนี้ ผู้มีอำนาจแค่ว่ากล่าวตักเตือน ส่งเรื่องให้ กศจ.รับทราบ ถ้าไม่นำเข้าที่ประชุมให้ทันภายใน 30 กันยายน 2559 คดีความของเขาก็สิ้นสุดลง ความบกพร่องจะมาตกที่ฝ่ายเลขานุการที่ไม่นำเสนอต่อที่ประชุม ถือเป็นเรื่องจำเป็นเหตุแห่งการประชุมครั้งนี้ เรื่องแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ของเราทำเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุม กำหนดนำเข้าครั้งนี้เหมือนกัน มีเรื่องเก็บตกอีกหลายเรื่อง ที่น่าหนักใจคือระเบียบวาระไม่เรียบร้อย ค่อย ๆ ทะยอยมาจึงจัดระเบียบไม่ได้ ผมจะถูกตำหนิทั้งทางตรงและทางอ้อมบ่อย แต่ก็แก้ไขไม่ได้ การรวมงาน 3 เขตมาเข้าองค์คณะเดียวจึงยุ่งยาก จะคาดคั้นเอากับเจ้าหน้าที่ก็เห็นใจเพราะเต็มกำลังแล้ว กลายเป็นคนทำงานหนักถูกตำหนิ คนไม่ทำงานสบายตัว ความสับสนไม่ได้มาตรฐานเดียวกัน คิดทีไรมี อาการเหมือนจับไข้ เรียกว่าแหยง จะเอาตัวรอดไปได้อย่างไร และที่สำคัญเรื่องที่นำเข้าเสนอจะต้องได้ข้อยุติตามที่ตั้งธงไว้ เคยทำหน้าที่เลขานุการ คณะกรรมาธิการประชาพิจารณ์ สสร เมื่อปี 2540 งานหนักสาหัสแต่แรงยังดี สอบผ่านสบาย ๆ แต่ก็สาบานว่าจะไม่ไปทำงานแบบนี้ที่รัฐสภาอีกแล้ว เพราะมีแต่เขี้ยวลากดิน ทำงานเอกสารจนเย็น ผวจ นนทบุรีโทรมาเรื่องประกาศผลสอบครูผู้ช่วย เอกสารในแฟ้มขาดรายละเอียด เกี่ยวกับคะแนนรายบุคคลซึ่ง ม.สวนดุสิต ใส่แผ่น CD ไว้ให้ แต่เราไม่ได้พริ้นเอาท์ออกมา เลยรับปากว่าจะนำเสนอต่อประชุม กศจ. นี่ก็คือปัญหาในการทำงานเพราะเคยชินกับการทำเอกสารจนเสร็จจึงนำเสนอมาถึงก็หมดเวลาแก้ไขแล้ว ลงชื่อไปก็เด้ง หากนำมาปรึกษาบ้างก็ไม่เกิดกรณีนี้


วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน 2559 เข้าประชุม กศจ.10 นาฬิกาก่อนระเบียบวาระท่านปลัดสุทธศรี วงศ์สมาน กล่าวอวยพรให้ท่าน ผวจ.นนทบุรี เนื่องในวันคล้ายวันเกิด24 กันยายน ที่ผ่านมา ผมมอบกระเช้าผลไม้ เป็นกำลังใจและกำลังกาย ระเบียบวาระเข้มข้นตั้งแต่เรื่องแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดที่ผมขออนุญาตเลื่อนขึ้นมาเพราะเชิญ รศ.สุพักตร์ พิบูลย์ มาช่วยชี้แจง เป้าหมายตรงกันแต่ท่าน ผวจ.เห็นว่ากระบวนการยังไม่กระชับ ผมว่าเป็นมุมมองที่ต่างกันระหว่างนักการศึกษาและนักปกครอง นักปกครองจะเลือกทางบายพาส แต่นักการศึกษานะเลือกเส้นทางปกติ เพราะการศึกษาคือการสั่งสมประสบการณ์ทำแบบรวบรัดไม่ได้ เช่น ช่างไฟฟ้าต้องเรียนทฤษฎีและปฏิบัติแบบทั่วไป แต่ฝ่ายปกครองจะมองว่าตลาดแรงงานเกี่ยวกับไฟฟ้าคือช่างแอร์ ก็จะมุ่งเรียนซ่อมแอร์เป็นหลัก สรุปถ้าช่างแอร์เพียงพอ แปลว่าจัดการศึกษาได้ดี อะไรทำนองนี้ บรรยากาศไม่เปิดโอกาสให้ถกเถียงกัน ก็ได้แต่ฟังไปคิด แต่ผมเชื่อว่า การศึกษาสั่งเอาไม่ได้เหมือนลอกท่อปิดถนน ไม่อย่างนั้นเขาก็ออกคำสั่งให้คนฉลาดกันหมดแล้วโดยไม่ต้องตั้งโรงเรียน เรื่องวินัย 2 เรื่องผ่าน อีกหนึ่งเรื่องให้สอบเพิ่มเติม วาระวันนี้กระโดดไปมาเหมือนกบ เพราะความไม่พร้อมของเลขานุการที่เกิดจากการไม่ร่วมมือของเขตทั้ง 3 จะต้องปรับปรุงระบบกันใหม่ เย็นฝนตกหนักมาอีกรอบฟังข่าวจากศูนย์ดำรงธรรมนนทบุรี น้ำท่วมหลายหมู่บ้าน เขานัดหมาย 17 นาฬิกา


จึงเดินทางไปงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการ ผอ.รร.และครูที่โรงเรียนประชาอุปถัมภ์ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 3 พอเริ่มเข้าหมู่บ้านก็เจอน้ำครึ่งล้อ ดีที่โรงเรียนน้ำไม่เข้า เขาใช้ลานอเนกประสงค์ใต้หลังคาโดมจัดงาน อยู่ร่วมงานจน 3 ทุ่มเดินทางกลับ


วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2559 เช้าเข้าทำงานพบเรื่องไม่ค่อยสบายหูแต่เช้า คงเป็นธรรมเนียมของที่นี่ เลยปล่อยผ่านไป มีแฟ้มงานให้อนุมัติหลายเรื่อง ก่อนเดินทางไปโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี เชิญข้าราชการในเขต 2 ท่านขึ้นรถไปด้วยเพราะตั้งใจจะเลี้ยงอาหารกลางวันเป็นการส่วนตัว ร่วมงานเกษียณอายุราชการของ ผอ.เตือนใจ เกษณียบุตร และครูอีก 2 ท่าน มีท่านประกอบ สังข์โต เป็นประธาน มอบของที่ระลึกแล้ว ก็ลากลับจะไปเลี้ยงอาหารกลางวัน ก็พบกับเหตุไม่สบายใจอีกรอบก็คงเป็นธรรมเนียมของที่นี่เหมือนกัน ผิดที่เราไม่คุ้นเคย อาหารกลางวันที่ร้านมาเรีย ถนนราชพฤกษ์ ที่เคยมาทานบ่อย ๆ บรรยายกาศสบายๆ อาหารมีให้เลือกทั้งไทย จีน ฝรั่ง บ่ายมีงานประจำให้อนุมัติ หลายแฟ้ม วันสุดท้ายของปีงบประมาณ 2559 คนอยู่ก็ใจหาย คนเกษียณนอกจากใจหายแล้ว เงินวิทยฐานะก็หาย เงินเดือนก็หายกลายเป็นบำนาญ รถหลวงก็หาย บ้านหลวงก็หาย โทรศัพท์หลวงก็หาย ฯลฯ เรียกว่าหายไปหลายอย่าง ต้องปรับตัวปรับใจให้อยู่รอด อีกสองปีจะตามไปครับ คนอยู่ทยอยส่งใบลาไปต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน นิวซีแลนด์ ยุโรป ก็อนุญาตทุกราย ผมมีรายการไปราชการ 2 ช่วงในเดือนตุลาคม 2559 วันที่ 4-7 ตุลาคม 2559 ไปประชุม IMSO 2016 ที่เมืองทังเกรง อินโดนีเซีย วันที่ 19 - 27 ตุลาคม 2559 ไปร่วมแข่งขัน IMC ที่อินเดีย มีอาการห่วงหน้าพะวงหลังในหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดเหมือนกัน สรุป เอาที่สบายใจก็แล้วกัน ปรัชญาของอเมริกันถือว่า "ผล(จุดจบ)เป็นเครื่องตัดสินการกระทำ (The end justifies the mean.) ดังนั้น การฆ่าสุนัข ม้า หรือแม้แต่คนที่บาดเจ็บสาหัสชนิดไม่มีทางรอดนั้น เป็นการกระทำที่จำเป็น เหมาะสมแล้ว เพราะทำให้สัตว์และบุคคลผู้นั้นไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไป ความคิดเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขสภาพแวดล้อมที่บีบบังคับเป็นหลักพิจารณา บางครั้งสภาพแวดล้อมทั้งกาละและเทศะนั้น ๆ อาจกลายเป็น "เหตุผลหลัก" สำหรับใช้ในการตัดสินใจกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งที่หมิ่นเหม่ต่อมาตรฐานทางจริยธรรม และการที่มันดำเนินไปเช่นนี้ ก็ถูกต้องเหมาะสมระดับหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตาม มีความแตกต่างระหว่าง "การฆ่าสัตว์หรือคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสชนิดไม่มีทางรอด" กับ "การที่คนใดคนหนึ่งจะใช้อำนาจของตนพิพากษาอนาคตหรือชีวิตผู้อื่นโดยพลการ ดังเช่นกรณีการฆ่าเลนนี่ โดยจอร์จผู้เป็นเพื่อนยากนี้" แต่ที่เหมือนกันคือ แสดงถึงสัจจธรรมที่ว่า มนุษย์นั้น พ่ายแพ้ต่อสัญชาตญานแห่งการอยู่รอด..ตลอดกาล สรุปท้ายมายืดยาวเพียงอยากเชิญชวนให้อ่านหนังสือเรื่อง "เพื่อนยาก" ของ จอห์น สไตน์เบ็ก ที่แปลโดยประชา อัตธ

นายกำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (0)