​ชีวิตที่พอเพียง : 2756. สอนงานและเรียนงาน


ผมเชื่อมาตลอดชีวิตว่าการทำงานคือการเรียนรู้ ช่วงหลังๆ ถึงกับคิดว่าคุณค่าที่ได้จากการทำงาน ส่วนที่เป็นเงินเดือนหรือรายได้ ยังมีคุณค่าน้อยกว่าความรู้หรือการเรียนรู้ที่ได้รับ


ตอนไปร่วมงาน UKM 31 ที่สงขลา วันที่ ๒๑ - ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ คุณกุ้ง (ภารดี แท่นทอง) แห่งกองการเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เล่าเรื่องงานเกษียณอายุของบุคลากรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และบอกว่าคุณสุพรหัวหน้างานคลังของคณะแพทยศาสตร์ซึ่งเกษียณอายุในปีนี้ด้วย ได้เล่าความประทับใจในการทำราชการในคณะแพทยศาสตร์ ว่าประทับใจในการสอนงานโดย “เทปกายสิทธิ์” ของผม (ชื่อนี้ผมเพิ่งตั้งเดี๋ยวนี้) ตั้งแต่สมัยผมทำหน้าที่คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งเวลาผ่านมาเกิน ๒๗ ปีแล้ว เพราะผมหมดวาระคณบดีเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒ แสดงว่าคุณสุพรต้องประทับใจจริงๆ และเธอคงกล่าวอย่างจริงใจ เพราะไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องยกยอผม


“เทปกายสิทธิ์” นี้ เป็นเทปสั่งงาน ที่ผมคิดวิธีทำงานขึ้นเพื่อลดเวลาทำงานของผม ให้ใช้เวลาของผมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะงานมันมากล้นทำไม่ทัน เป็นที่เลื่องลือกันว่าผมไปทำงานตั้งแต่ก่อนหกโมงเช้า และเมื่อข้าราชการมาทำงานเวลา ๘.๓๐ น. “เทปกายสิทธิ์” ก็จะถูกส่งไปกับแฟ้มส่งกลับ จากห้องคณบดี


ผมเล่าแล้วว่า เป้าหมายดั้งเดิมของ “เทปกายสิทธิ์” คือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผม ในภายหลังผมเกิดความเข้าใจว่า การฝึกใช้เทปในการสั่งงาน และร่างหนังสือโต้ตอบของผม ช่วยให้สมองได้รับการฝึกอย่างมาก มีผลให้ส่วนที่เรียกว่า working memory มันใหญ่และคล่องแคล่ว เป็นคุณแก่ผมประการที่สอง


คุณประการที่สาม ได้จากการได้ฟังเรื่องเล่าของคุณสุพร ว่าเท่ากับเป็นการสอนงานให้แก่เพื่อนร่วมงานซึ่งในราชการเรียกว่า “ผู้ใต้บังคับบัญชา” ซึ่งผมไม่ชอบคำนี้เลย คุณกุ้งเล่าว่า คุณสุพรบอกที่ประชุมว่าสิ่งแรกที่เจ้าหน้าที่จะมามุงกันในตอนเช้าคือมาฟังเทปจากคณบดี ว่าคณบดีจะว่าอย่างไรกับเรื่องที่เสนอไป แล้วก็จะได้เรียนรู้ ซึมซับวิธีคิด และเรื่องคุณงามความดี ในด้านความซื่อสัตย์สุจริต คิดเห็นแก่ส่วนรวม วิธีทำงานให้ได้ผล ความระมัดระวัง ทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง กลายเป็นการปลูกฝัง อุดมการณ์ชีวิต ผมไม่ทราบว่ามีคนที่ได้ประโยชน์จาก “เทปกายสิทธิ์” นี้มากน้อยแค่ไหน ฟังตามนี้แล้ว ดูจะเป็นการเผยแพร่อุดมการณ์โดยไม่ตั้งใจ


เดาว่าคนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือตัวผมเอง เพราะผมได้รับความไว้วางใจจากบุคคลและวงการ ต่างๆ มากจนบางครั้งผมก็ตกใจ ไม่คิดว่าตนเองควรจะได้รับเกียรติหรือความไว้วางใจมากขนาดนั้น


ที่ผมภูมิใจคือ เพื่อนร่วมงานได้เรียนงาน ทั้งในส่วนของวิธีทำงาน และในส่วนของอุดมการณ์ชีวิต


บันทึกไว้เป็นข้อเรียนรู้จากชีวิตจริง ที่ทำไปแบบ “ด้นกลอนสด” ไม่มีใครสอน ไม่มีทฤษฎีและผลงาน เมื่อสามสิบปีก่อนตามมาให้ความสุขใจ โปรดสังเกตว่า การทำงานเป็นการสร้างบุญกุศลด้วยนะครับ


วิจารณ์ พานิช

๒๔ ส.ค. ๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)