ยุทธศาสตร์การปฏิรูปท้องถิ่นโดยการควบรวม ตอนที่ 2

ยุทธศาสตร์การปฏิรูปท้องถิ่นโดยการควบรวม ตอนที่ 2

15 กันยายน 2559

สรณะ เทพเนาว์ นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]

มาต่อตอนที่ 2 เอกสารการศึกษาส่วนบุคคลของสรณะ เทพเนาว์ หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2557 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง “ยุทธศาสตร์การปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศึกษาเฉพาะกรณี การควบรวมองค์กรบริหารท้องถิ่น ภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” [2] (หมายถึงร่าง รธน. ที่ไม่ผ่าน สปช. ด้วยมติ 135 ต่อ 105 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2558)

ข้อเสนอแนะในการนำผลการศึกษาไปใช้

ข้อเสนอแนะในการนำผลการศึกษาไปใช้เพื่อตรวจสอบชี้นำ การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแก่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการตรากฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การควบรวม อปท. สำเร็จลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

(1) จำนวนสมาชิกสภา อบต. ที่แตกต่างกันมากเพราะ จำนวนสมาชิกสภา อบต.ขึ้นกับจำนวนหมู่บ้านตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 หมู่บ้านละ 2 คน (ยกเว้นในกรณีที่มีจำนวนหมู่บ้านน้อย จะมีเกณฑ์พิเศษ) โดยมีการบริหารจัดการที่ มีปัญหาการยึดโยง “หมู่บ้าน” ของสมาชิกสภา อปท. ควรมีการจัดระบบให้เหมาะสม เนื่องจากหมู่บ้านในชุมชนเมือง และหมู่บ้านในชนบทมีความแตกต่างกัน

(2) ปัญหาการแบ่งแยกพื้นที่เดิมเป็นเขตเทศบาล (รวมสุขาภิบาลด้วย) โดยมิได้ยกพื้นที่ในเขตหมู่บ้านทั้งหมด (ไม่ยกเขตพื้นที่การปกครองหมู่บ้านทั้งหมู่บ้าน)

(3) ปัญหาเมืองอกแตก หรือพื้นที่ไข่แดงไข่ขาว เกิดจากการแยกเขตพื้นที่เขตเมืองออกจากเขตชนบทเพื่อยกฐานะเป็นเขตเทศบาล และเขตสุขาภิบาลตามข้อ (2) ทำให้เกิดปัญหาอีกประการหนึ่งที่ตามมาก็คือ อบต.บางแห่งที่ได้รับการยกฐานะมีพื้นที่เขตการปกครองที่ไม่ต่อเนื่องกัน

(4) สภาพพื้นที่ของ อบต. แตกต่างกันมาก กล่าวคือ มีพื้นที่เป็นพื้นที่ชนบท พื้นที่เมือง และพื้นที่ชนบทกึ่งเมืองกึ่งชนบท รวมถึงพื้นที่มีลักษณะพิเศษด้วย โดยไม่มีหลักเกณฑ์แยกแยะ และแบ่งแยกพื้นที่

(5) ตามหลักการปกครองท้องถิ่นกลุ่มประเทศอังกฤษ (Anglo-Saxon) จะมีการแบ่งแยกการปกครองท้องถิ่นออกจากกันอย่างชัดเจน ระหว่าง การปกครองท้องถิ่นในเขตเมือง และ การปกครองท้องถิ่นในเขตชนบท เพราะ ภารกิจหน้าที่ที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันชัดเจนระหว่างชุมชนเมืองกันชุมชนชนบท

(6) ปัญหาสภาพพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษ ไม่ว่าในมิติของพื้นที่ มิติจำนวนประชากร มิติความเจริญของชุมชนเมือง มิติเรื่องของความยากง่ายในการเข้าพื้นที่ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาอุปสรรคในการควบรวม อปท. เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยพื้นที่ อบต. ที่มีความหลากหลาย แตกต่างกันมาก อาทิ สภาพพื้นที่กว้างขวาง ห่างไกล ทุรกันดาร ฯลฯ หรือเขตพื้นที่ไม่ติดต่อ ต่อเนื่องกัน เป็นต้น

(7) ได้มีการออกหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ไว้นานแล้ว แต่การดำเนินการที่ผ่านมา อปท. ที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงเขตหรือรวม (รวมยุบรวม) หรือการรับรวมและแยกพื้นที่ แทบจะไม่สามารถเป็นไปได้ในทางปฏิบัติด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยากผ่านการประชาคม และผ่านการพิจารณาขององค์กรทางการเมืองท้องถิ่น (สภาท้องถิ่น) ซึ่งอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรืออื่นใด ทำให้การดำเนินการไม่เป็นผล

(8) ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้มีการกำหนดหลักการไว้สองประการที่อาจมีผลกระทบต่อการควบรวม อปท. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ

(8.1) การกำหนดให้มีการออกกฎหมายให้จังหวัดที่มีความพร้อมเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัดภายใน 1 ปี ซึ่งจะมีผลให้มีการยุบเลิกราชการบริหารส่วนภูมิภาคในจังหวัดนั้น และ

(8.2) การกำหนดให้มีองค์การบริหารภาคเป็นราชการบริหารส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ฉะนั้น จึงต้องมีการจัดการเรื่องการควบรวม อปท. ที่มีประสิทธิภาพไว้ด้วย เพราะ อปท. ใหม่ที่เกิดขึ้นเต็มพื้นที่จังหวัดจะเป็น “ท้องถิ่นระดับบน” (Upper Tier) และ อปท.ในเขตพื้นที่จังหวัดทั้งหมดเป็น “ท้องถิ่นระดับล่าง” (Lower Tier) และ การบริหารราชการส่วนภูมิภาคเดิมก็กลายเป็น “การบริหารราชการส่วนกลางจำแลง” ไปในที่สุด ซึ่งตามหลักทฤษฎีแล้วในระยะยาว “การบริหารราชการส่วนกลางจำแลง” นั้นก็อาจสิ้นสภาพไปโดยปริยายด้วยบทบาทภารกิจอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นที่ขยายขอบเขตมากขึ้น

ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป ดังนี้

(1) ผลการศึกษาในครั้งนี้ มีข้อจำกัดหลายประการ ด้วยเป็นเรื่องใหม่ที่มีการหยิบยกขึ้นมาศึกษา เพราะก่อนหน้านั้นมีความพยายามหยิบยกมาศึกษาบ้าง แต่มักได้รับการต่อต้านทัดทานจากกลุ่มที่เสียประโยชน์ หรือได้รับผลกระทบ นอกจากนั้นยังมีข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ไม่สามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้

(2) ในการศึกษาครั้งต่อไปควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียด เพื่อศึกษาถึงตัวแปรต่าง ๆ ที่เป็นอิสระปลีกย่อยอื่น เช่น ภารกิจการถ่ายโอน ภารกิจที่ อปท. จ้างเหมาเอกชน (Out Source) ภารกิจด้านบริการการแพทย์ การศึกษา ฯลฯ เป็นต้น

(3) ควรศึกษาแนวทางว่า อปท. รูปแบบทั่วไป สามารถพัฒนาไปสู่รูปแบบ “พิเศษ” ได้หรือไม่ เพียงใด เพราะ การศึกษาการควบรมครั้งนี้ มิได้ให้ มีการควบรวม อปท. หาก ลักษณะของ อปท. ไม่สามารถควบรวมได้ แต่ยกให้เป็น อปท. รูปแบบพิเศษได้

(4) หาเกณฑ์ชี้วัด (Index) อื่นที่เป็นตัวกำหนดเงื่อนไขการควบรวมจากสถานการณ์ เช่น ประเทศไทยจะเข้าสู่สถานการณ์ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” (Aged Society) ในอีก 6 ปีข้างหน้า (2564) จะมีมากกว่า 13 ล้านคน หรือ 1 ใน 5 ของประชากร (ร้อยละ 20) ฉะนั้น ภารกิจ อปท. คนสังคมสูงวัยต้องเพิ่มมากขึ้น ในเรื่องรัฐสวัสดิการต่าง ๆ (Social Welfare & Social Security) หรือ ภารกิจอื่น เช่น การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ การส่งเสริมอาชีพ เศรษฐกิจ สินค้าชุมชน การท่องเที่ยว เป็นต้น

(5) ควรศึกษาว่าขนาดที่เหมาะสมมีความสัมพันธ์การการทุจริตของผู้บริหารท้องถิ่นหรือไม่

กระแสการควบรวม อปท. ส่งท้าย

นี่เป็นคำตอบบางส่วนจากรายงานการศึกษาเอกสารส่วนบุคคลนักศึกษา พตส. ของสรณะ เทพเนาว์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน มีการถกเถียงด้วยการวิพากษ์วิจารณ์กับหลากหลาย ทั้งจากระแสความรู้สึกจากผู้ที่มีความรู้สึกว่าได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่า ในท่ามกลางของการเปลี่ยนแปลงนั้น คงไม่มีใครไปห้ามกระแสที่คัดค้านท้วงติงได้ ขออย่างเดียวให้ท้วงติงอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ โดยไม่นึกถึงตนเองเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็น “ผู้มีส่วนได้เสีย” ฝ่ายใดก็ตาม ในท่ามกลางความเคลื่อนไหวมีประเด็นที่สำคัญ เพิ่มเติม ต่อจากตอนที่แล้ว

(1) แรกเริ่มมีกระแสข่าวความไม่เข้าใจของประชาชน กฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจง ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุดที่ มท 0890.2/ว 4815 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2559 เรื่อง ขอชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น [3] สรุปว่า กฎหมายยกระดับ อบต.เป็นเทศบาล เป็นข้อเสนอของ สปท. ไม่ใช่ของ มท.หรือรัฐบาลแต่อย่างใด และหากเกิดขึ้นจริง ขั้นตอนก็ยังอีกยาว เพราะมีหลายขั้นตอน ได้แก่ ต้องส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วย ครม. สนช. และ สปท. ให้พิจารณาร่วมกัน โดยการมาคุยกันให้ตกผลึกแล้วจึงเสนอ ครม.ให้พิจารณา ซึ่งหาก ครม.เห็นชอบก็ส่งเรื่องมาให้ส่วนราชการนั้นๆ โดยเรื่องนี้ก็จะส่งมาให้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็มีกรรมการร่างกฎหมายของกระทรวงที่จะเป็นผู้พิจารณา แล้วถ้ากระทรวงมหาดไทยเห็นด้วยก็เสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

(2) นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง ปลัด อบต. นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ได้นำทีมสมาชิกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย เข้าร่วมสัมมนากับ สนช. เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2559 เห็นควรให้ หนึ่งตำบลหนึ่ง อปท. [4]

(3) กรณีการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (ยกฐานะอบต.) จำนวน 5,334 แห่ง [5] เป็น “เทศบาลตำบล” ประชากรไม่ถึง 7,000 คน รายได้ต่ำกว่าปีละ 20 ล้านบาท และต้องควบรวมกัน นั้น มีกระแสข่าวจากฝ่ายประชาชนเสนอให้ยุบองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มากกว่า อบต. เพราะเป็นแหล่งเพาะคอร์รัปชั่น ให้แก่ อบต. ซึ่งเป็นกลไกอำนาจรัฐที่ซ้ำซ้อนที่เป็นฐานคะแนนเสียงของพรรคการเมืองและการทุจริตคอร์รัปชั่น ฉะนั้น หากจะให้ตรงเป้าเข้าจุดก็ต้อง ยุบ อบจ. [6]

(4) ล่าสุดสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ได้มีข้อเสนอ “คัดค้านการควบรวม อปท.” [7] โดยเห็นว่า ข้อเสนอการปฏิรูปด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้ให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2559 ไม่สามารถปฏิรูปเพื่อแก้ไขสภาพปัญหาของการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการจัดบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เป็นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความสัมพันธ์ระหว่างกลไกการกำกับดูแลโดยกระทรวงมหาดไทยกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ในทางปฏิรูปท้องถิ่น ตามร่าง พรบ.ประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าวไม่เป็นการส่งเสริมการกระจายอำนาจให้กับประชาชนให้มีความสามารถในการจัดการตนเองได้

สรุปการตอบคำถามการควบรวม

มาถึง ณ เวลานี้คำตอบเรื่องการควบรวม อปท. ยังกระจัดกระจายอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่มีขอบเขตของการวิพากษ์วิจารณ์ที่แคบลงและกระชับเข้า ดูเหมือนว่ามีความเห็นพ้องชัดเจนขึ้นบ้าง ในการปรับเปลี่ยนฐานะ อบต. และการเพิ่มประสิทธิภาพ อปท. เพียงแต่รอเวลาการดำเนินการตามกฎหมายเท่านั้นว่าจะสั้นหรือจะยาว แม้ตามโรดแมปเดิมของ สปท. จะวางแนวทางและระยะเวลาไว้ถึง 2 ปี ก็ตาม แต่เงื่อนไขเหล่านี้ “ไม่นิ่ง” เพราะ ภายใต้เงื่อนระยะเวลาที่จำกัดในการทำงานของ สปท. ที่จะหมดวาระลง [8] ไม่ว่าจะเป็นเวลาเท่าใดภายในระยะเวลา 1 ปี หรือ 6 เดือน หรือ ... [9] ตามรัฐธรรมนูญใหม่ บทเฉพาะกาล มาตรา 266 [10] ประกอบมาตรา 259 [11] ซึ่งชี้เป็นนัยว่า ภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ สปท. ต้องทำภารกิจให้แล้วเสร็จ

อย่างไรก็ตาม เสียงเรียกร้องที่ประสานกันอย่างคล้องจองจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งหลายก็คือ เรียกร้องให้การปฏิรูปท้องถิ่น ต้องฟังเสียงจากประชาชนด้วย เพราะที่ผ่านมาดูเหมือนว่า เป็นการดำเนินการโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่บอกว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว ขอทำหน้าที่ร่างกฎหมายท้องถิ่นไปก่อนขอเวลาอีกไม่นาน ได้สิ้นสุดเวลาลงแล้ว ฉะนั้น ห้วงเวลาที่เหลืออยู่ “ภายในอายุของ สปท.” ควรให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “กฎหมายท้องถิ่นทุกฉบับ” คงจะได้ข้อมูลที่ตกผลึกที่ดีกว่าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ทำไว้



[1] สรณะ เทพเนาว์, ปลัดเทศบาลเมืองมหาสารคาม นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อนุกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป (สปท.) & Phachern Thammasarangkoon, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน 2559 ปีที่ 67 ฉบับที่ 23152 หน้า 10, การเมืองท้องถิ่น : บทความพิเศษ & หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 63 ฉบับที่ 51 วันศุกร์ที่ 16 – วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2559, หน้า 66 & ยุทธศาสตร์การปฏิรูปท้องถิ่นโดยการควบรวม ตอนที่ 2, สยามรัฐออนไลน์, 13 กันยายน 2559, http://www.siamrath.co.th/n/2721

[2] สรณะ เทพเนาว์, “ยุทธศาสตร์การปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศึกษาเฉพาะกรณี การควบรวมองค์กรบริหารท้องถิ่น ภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”, หลักสูตร การพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 6 ประจำปี 2557 สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง, http://www.mediafire.com/download/5ffvl13fybd96kp/SaranaISelectStudy006-000report9browallia16-99.pdf

[3] คน อบต.อย่าเพิ่งตกใจ ปลัดมท.ระบุ ยังไม่ยุบ อบต. แค่ มติสปท.ยังมีอีกหลายขั้นตอน เฮ้อ!!!, 23 สิงหาคม 2559, http://www.topicza.com/news12781.html?f=2900 & “ปลัด มท.” ชี้แจง กม.ยกระดับ อบต.เป็นเทศบาล เป็นข้อเสนอของ สปท. ไม่ใช่ของ มท.หรือรัฐบาลแต่อย่างใด! และหากเกิดขึ้นจริง ขั้นตอนก็ยังอีกยาว!, 28 สิงหาคม 2559, http://www.topicza.com/news13286.html?f=2900

[4] การสัมมนา สนช. “อบต.” มีมติคัดค้านการยุบ ควบรวม แต่เห็นด้วยกับหลักการ ‘หนึ่งตำบลหนึ่งท้องถิ่น’, 7 กันยายน 2559, http://www.topicza.com/news14176.html?f=2900

[5] ข้อมูลจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งสิ้น 7,853 แห่ง แยกเป็น (1) องค์การบริหารส่วนจังหวัด 76 แห่ง (2) เทศบาล 2,441 แห่ง ( เทศบาลนคร 30 แห่ง เทศบาลเมือง 178 แห่ง เทศบาลตำบล 2,233 แห่ง)(3) องค์การบริหารส่วนตำบล 5,334 แห่ง (4) องค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา) 2 แห่ง

ข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 โดย ส่วนวิจัยและพัฒนาระบบ รูปแบบและโครงสร้าง สำนักพัฒนาระบบ รูปแบบและโครงสร้าง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

[6] บักเจิด ดีน(นามแฝง), ในเฟซบุ๊คทวงคืน ปตท., 6 กันยายน 2559, “ยุบ อบต. กลไกอำนาจรัฐซ้ำซ้อนที่เป็นฐานคะแนนเสียงของพรรคการเมืองและคอร์รัปชั่น แต่ถ้าให้ตรงเป้าเข้าจุดต้อง ยุบ อบจ.”

& ยุบ อบจ. และ อบต. เห็นด้วยหรือไม่?, ประชามติ, 3 พ.ย. 2558, https://www.prachamati.org/polls/3476

& การยุบเลิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) – สภาผู้แทนราษฎร, http://library2.parliament.go.th/ejournal/content_af/2558/apr2558-1.pdf

[7] 'อบต.'วอนเปิดเวทีทุกอำเภอ จัดรับฟังความเห็น'ควบรวม'อปท. แจงข้อดีข้อเสีย-4,000แห่งเข้าเกณฑ์, มติชน ฉบับวันที่ 14 กันยายน 2559

& สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย, เอกสารข้อเสนอ “คัดค้านการควบรวม อปท.”

& ถวิล ไพรสณฑ์, “ควบรวม อปท.ต้องพิจารณาให้รอบคอบ”, คอลัมน์ บทความพิเศษไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 14 กันยายน 2559, http://kontb.blogspot.com/

& ควบรวมท้องถิ่นสะเทือน 5,334 อบต. 6 ข้อท้วงติง...ประชาชนได้อะไร ?, ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, 13 กันยายน 2559, http://www.kruwandee.com/news-id32685.html

& รับข้อเสนอการปฏิรูปท้องถิ่น สมาคมอบต.เข้าพบคณะที่ปรึกษาสนช. ยกกระจายอำนาจเป็นวาระแห่งชาติ, สยามรัฐออนไลน์ ภูมิภาค, 13 กันยายน 2559, http://www.siamrath.co.th/n/2717

& สมาคม อบต.ยื่น 6 ข้อให้ สนช.พิจารณา ควบรวม จะทำให้เกิด ความเหลื่อมล้ำ, สยามรัฐรายวัน, 9 กันยายน 2559, http://www.topicza.com/news14400.html?f=2900& http://kontb.blogspot.com/2016/09/6_9.html?spref=fb

& ดูผู้ไม่เห็นด้วยกับการควบรวม อปท.ใน : สรัล มารู, ข้อสังเกตบางประการ เกี่ยวกับ 'การควบรวมองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)', 23 พฤษภาคม 2559, http://prachatai.com/journal/2016/05/65922

[8] ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, จำนวน 200 คน, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132 ตอนพิเศษ 239 ง วันที่ 5 ตุลาคม 2558 หน้า 3, https://ilaw.or.th/sites/default/files/3.PDF

[9] มองบทบาทสปท.ลุยงานปฏิรูป, 8 ตุลาคม 2558, http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1444231720& กรธ.แก้ ม.266 บทเฉพาะกาลลดอายุการทำงานสปท., INN News, 29 มีนาคม 2559, http://www.innnews.co.th/show/688636/กรธ.แก้ม.266บทเฉพาะกาลลดอายุการทำงานสปท.

& หั่นอายุ 'สปท.'เหลือ 4 เดือนหลังรธน.ประกาศใช้, 29 มีนาคม 2559, https://politics.kachon.com/27334

รัฐธรรมนูญ มาตรา 266 กำหนดให้ สปท.อยู่ทำหน้าที่ร่างกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน จึงพ้นหน้าที่

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว สปท.จะอยู่เพียง 120 วัน หรือน้อยกว่านั้นยังระบุไม่ได้ เพราะอำนาจขึ้นอยู่กับ คสช. ซึ่ง กรธ.เพียงต้องการเปลี่ยนแปลงสถานะของ สปท.โดยคืนอำนาจปฏิรูปประเทศไปให้ คสช.ในฐานะผู้แต่งตั้งมา เพื่อกำหนดทิศทางการปฏิรูปประเทศต่อไปในอนาคตใหม่ โดยผ่านกฎหมาย 2 ช่องทาง ที่ คสช.สามารถตัดสินใจได้ คือ มาตรา 266 วรรคสอง ที่ให้หัวหน้า คสช.ปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำงานของ สปท.เพื่อให้การปฏิรูปตามหมวด 16 มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ทันทีหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ หรือจะเปลี่ยนแปลงสถานะของ สปท.ตามมาตรา 259 ผ่านกฎหมาย ว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ที่ต้องดำเนินการภายใน 120 วัน นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ดังนั้น สปท.จะมีบทบาทต่อไปหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับ คสช.จะใช้ช่องทางใด

[10] มาตรา 266 ให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อนเพื่อจัดทำอเสนอแนะเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จนกว่าจะมีกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศที่ตราขึ้นตามมาตรา 259

เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือวิธีการทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อให้การปฏิรูปประเทศตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ได้

ให้นำความในมาตรา 263 วรรคเจ็ด มาใช้บังคับแก่การสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้วยโดยอนุโลม

[11] มาตรา 259 ภายใต้บังคับมาตรา 260 และมาตรา 261 การปฏิรูปประเทศตามหมวดนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศซึ่งอย่างน้อยต้องมีวิธีการจัดทำแผน การมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขั้นตอนในการดำเนินการปฏิรูปประเทศ การวัดผลการดำเนินการ และระยะเวลาดำเนินการปฏิรูปประเทศทุกด้าน ซึ่งต้องกำหนดให้เริ่มดำเนินการปฏิรูปในแต่ละด้านภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้รวมตลอดทั้งผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังว่าจะบรรลุในระยะเวลาห้าปี

ให้ดำเนินการตรากฎหมายตามวรรคหนึ่ง และประกาศใช้บังคับภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้

ในระหว่างที่กฎหมายตามวรรคหนึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการปฏิรูปโดยอาศัยหน้าที่และอำนาจที่มีอยู่แล้วไปพลางก่อน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration



ความเห็น (0)