วันนี้จะเปลี่ยนไป เป้าหมายไม่เปลี่ยนแปลง

วันนี้จะเปลี่ยนไป เป้าหมายไม่เปลี่ยนแปลง ”

วันที่ 8 กันยายน 25559 ดิฉันได้รับหน้าที่ให้สวมบทบาทสมมติเป็นผู้รับบริการที่ใช้ wheelchair โดยมีพยาธิสภาพ Femur fractures ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในรายวิชา PTOT333 กิจวัตรประจำวันและการฟื้นฟูสมรรถภาพ


ต้องบอกก่อนเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้ลองใช้ wheel chair ด้วยตนเอง ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะตั้งแต่เกิดมาดิฉันใช้สองขาเดินมาโดยตลอด อาจารย์ได้มอบหมายความท้าทายกสรใช้ wheel chairครั้งแรกของดิฉันนี้ โดยให้ดิฉันใช้wheel chair จากตึกคณะไปยังจุดมุ่งหมายคือ ตึกอธิการบดี เพื่อเพื่อถ่ายรูปกับพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล โดยใช้เพื่อนที่สววมบทบาทเป็นนักกิจกรรมช่วยในการเข็นให้น้อยที่สุด ให้เราพยายามใช้ wheel chair ด้วยตนเองให้ได้มากที่สุด

เมื่อดิฉันและเพื่อนของดิฉันได้รับมอบหมายจากอาจารย์ดิฉันและเพื่อนก้ได้ลงลิฟต์มาที่ชั้นหนึ่งของตึกคณะเพื่อนเป็นจุดตั้งต้นในทางเดินทางครั้งนี้ ที่ตึกคณะของดิฉันนั้นมีทางลาดลงสำหรับwheel chair ทั้งสองทาง ทางลงมีที่สำหรับการหมุนwheel chair อย่างพอเพียง แต่ระหว่างทางลงไปนั้น ล้อของwheel chair ค่อนข้างลื่น ทำให้บังคับให้ไปลงไปเร็วจนเกินไปได้ยาก และปลายทางลงนั้นมีพื้นต่างระดับที่ค่อนข้างจะไม่เรียบทำให้เกิดแรงกระแทกเล็กน้อย พอลงมาจากตุกคณะได้สำเร็จ ดิฉันก้ต้องไถwheel chair ไปอีกฝั่งถนนหนึ่งเพื่อขึ้นไปบนฟุตบาท แต่ทางที่wheel chair จะสามารถขึ้นได้นั้นอยู่ค่อนข้างไกล จึงต้องไถ wheel chair ไปตามถนนซึ่งอันตรายมากถ้ามีรถวิ่งมา อาจเกิดอุบัติเหตหรือขัดขวางการจราจรได้ พอขึ้นฟุตบาทได้สำเร็วนั้น ก้ได้เข็นมาเรื่อยๆ จนถึงทางข้ามถนน ดิฉันก้ได้สังเกตุเห็นว่าไม่มียามหรือบุคคลากรที่จะช่วยโบกหรือหยุดรถให้ข้ามถนนเลย ดิฉันได้แต่กังวลว่า “จะข้ามไปถึงอีกฝั่งได้ไหม” “เราจะต้องไถไปให้เร็วที่สุด” ดีที่มีเพื่อนนักกิจกรรมช่วยส่งสัญญาณให้รถหยุด เพื่อให้ wheel chair สามารถเคลื่อนไปได้จนสำเร็จ ตลอดทางฝั่งนั้นค่อนข้างมีอุปสรรค์หลายอย่างเช่น

พบกระเบื้องสีเหลืองที่มีปุ่มตลอดแนวทางเดินเป็นระยะๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการใช้ wheel chair เนื่องจากความไม่ราบเรียบของพื้น ทำให้เกิดการสั่น

ต้องบอกเลยว่าตลอดแนวการเดินทางนั้น เกิดอาการล้าของแขนเป็นอย่างมาก เข็นได้ประมานทีสองทีก็ต้องหยุดพัก วินาทีนั้นคิดถึงและเข้าใจความรู้สึกของผู้ใช้ wheel chair เพิ่มมากขึ้นอีกขั้นนึง ได้แต่คิดว่า “เราเดินทางมาแค่นี้ยังเหนื่อยเลย แล้วเขาต้องใช้ชีวิตอยู่กับ wheel chair ทุกวัน เขาต้องเข้มแข็งขนาดไหนเชียวนะ” แต่ดิฉันก้ไม่ขอให้เพื่อนช่วยเข็นเพราะคิดว่า “ฉันต้องทำได้ เราต้องทำได้สิ ลองดูกันสักตั้ง ถึงจะช้าก้ไม่เป็นไร” พอมาถึงทางที่จะใกล้ถึงตึกอธิการบดีแล้ว ดิฉันและเพื่อนก็หยุดลงด้วยความตรงใจ เมื่อเห็นอุปสรรคข้างหน้า นั่นคือ


ร่องที่พื้นที่มีขนาดค่อนข้างกว้าง ดิฉันคิดว่าเราต้องไม่สามารถเข็นผ่านไปได้แน่ เพื่อนที่เป็นนักกิจกรรมบำบัดจึงมาช่วยเข็น แต่ก้เข็นไม่ได้ เพราะเมื่อล้อหน้าตกลงไปในร่องนั้น ก้ไม่สามารถที่จะดันล้อหลังไปได้อีก แม้ว่าจะใช้คนช่วยเข็นก็ตาม ดิฉันและเพื่อนก็พยามยามช่วยกันเข็นอยู่หลายครั้ง แต่ก้ยังไม่ได้ จึ้งให้เพื่อนลงมาจาก wheel chair แล้วยก wheel chair ผ่านร่องนั้นไปโดยไม่มีคนนั่ง ดิฉันก็คิดว่านี่เป็นอุปสรรคใหญ่แล้ว แต่ถึงกับถอดหายใจเฮือกใหญ่ๆเมื่อมาพบว่า


ทางขึ้นด้านข้างที่ดิฉันมาถึงนั้น ไม่มีทางลาดสำหรับ wheel chair ดิฉันกับเพื่อนถึงกลับรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เพราะดิฉันคิดว่าทางสำหรับ wheel chair นั้นควรมีควบคู่ไปกับทางขึ้นปรติทุกๆอัน ดิฉันและเพื่อนจึงต้องกาทางอ้อมไปขึ้นทางขึ้นตรงด้านหน้า เห็นว่ามีทางอ้อมไปขึ้นด้านหน้า มีทางลาด สำหรับ wheel chair ที่จะอ้อมไปได้ แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ เราได้พบอุปสรรค์เพิ่มอีกหนึ่งอย่าง คือ


เนื่องจาก ทางราดนั้นไม่สมบูรณ์ เป็นทางต่างระดับที่สูงจนล้อหน้าไม่สามารถเคื่อนผ่านไปได้ ดูจากภาพเหมือนเราจะสามารถผ่านไปได้ แต่ดิฉันและเพื่อนๆลองเข็นกันอยู่หลายครั้งก้ยังไม่สามารถขึ้นไปได้ จึงคิดว่าจะลงไปที่ถนนแทน เพราะไม่อยากให้เพื่อนช่วยเข็น อยากที่จะพยายามเองให้ถึงที่สุด



ถนนที่ว่านั้นเกิดเป็นทาง one way เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายเราจึงตัดสินใน ให้เพื่อนลงจาก wheel chair แล้วยกขึ้นผ่านขึ้นไปตรงฟุตบาทแทน พอยกขึ้นได้ดิฉันก็กลับไปนั่งและไถ wheel chair ด้วยตัวเองต่อไป พอมาถึงหน้าตึกอธิการบดี ก็พบว่ามีทางขึ้นสำหรับwheel chair แต่ค่อนข้างยาวเลยที่เดียว ใช้แรงในการขึ้นค่อนข้างมาก จนดิฉันต้องขอให้เพื่อนช่วยเข็นขึ้นไปในตอนใกล้ๆถึง เนื่องจากเราต้องจับ hand rim ตลอดเพื่อไม่ให้ไหลถอยหลัง แต่สุดท้ายดิฉันก็ทำสำเร็จได้มาถ่ายรูปกับพระบิดาได้สำเร็จด้วยการไถ wheel chair มาด้วยตัวฉันเอง ดิฉันรู้สึกภาคภูมิใจความอดทนและพยายามของตัวเองมาก ที่สามารถทำเป้าหมายได้สำเร็จลุล่วงด้วยตัวเราเองมากที่สุด




การที่ฉันได้ได้รับบทบาทในวันนี้ ทำให้ฉันได้รับรู้ความรู้สึกขิงผู้รับบริการ คือ รู้สึกไม่อยากทำเลย ทำใมเราต้องมาทำด้วย จากที่เราเคยเดินได้ด้วยสองขาของเรามาตลอด จนเรามาเกิด Femur fractures ทำให้เราต้องมาใช่ wheel chair รู้สึกสับสนและท้อแท้ ยากที่จะยอมรับเป็นอย่างมาก ในส่วนของวิธีการทางกิจกรรมบำบัดที่ดิฉันจะใช้คือ การพูดให้กำลังใจและการแสดงถึงผู้ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้หรือการ ให้แรงเสริมทางบวก (Positive Reinforcement) คอยบอกกับผู้รับบรอการว่า ไม่เป็นไร ให้กำลังใจว่าคุณไม่ได้ไปคนเดียว ยังมีนักกิจกรรมบำบัดไปด้วย ไม่ต้องกังวลนะ ถ้ามีปัญหาเราจะคอยให้คำปรึกษาอยู่ตรงนี้

ถึงแม้ว่าจะรู้สึกไม่อยากทำและยากที่จะยอมรับ ถึงแม้ว่าอะไรหลายๆหลายจะเป็นไป แต่ดิฉันมีจุดมุ่งหมาย ดิฉันอยากถ่ายรูปกับพระบิดา ดิฉันจึงพยายามไปให้ถึงจุดมุ่งหมายของฉันจนได้ ถ้าฉันเป็นนักกิจกรรมบำบัดก็อยากที่จะแก้ไขอุปสรรคต่างๆที่พบเจอมาโดยการ เพิ่มทางเลือกและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ wheel chair มากกว่านี้ การมีป้ายบอกและทางที่เหมาะสำหรับ wheel chair

ปัญหาที่ผู้รับบริการต้องเจอนอกจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมี skill การใช้ wheel chair ของผู้รับบริการ เนื่องจากไม่เคยใช้มาก่อน ถึงใช้ได้ไม่ค่อยคล่องแคล้วกนัก ในการเปลี่ยนทิศทาง และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ กำลังแขนของผู้รับบริการที่มีไม่เพียบพอต่อการใช้ wheel chair จึงเกิดความล้าได้ง่าย

มีการเปลี่ยนบาทบาทจากนักศึกษาสามารถเดินได้ด้วยขาทั้งสองข้าง ต้องมาเป็นนักศึกาาที่เกิด Femur fractures จึงต้องใช้ wheel chair ในการไปตึกอธิการบดีเพื่อนถ่ายรูปกับพระบิดา สิ่งที่นักกิจกรรมบำบัดต้องคำนึงถึงผู้รับบริการนั้นคือการ สอนskill การใช้ wheel chair ที่ถูกต้องและเหมาะสม ควบคู่ไปกับการเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อแขนให้เพียงพอต่อการใช้ wheel chair เสนอแนวทางที่เหมาะสมและให้คำปรึกษาผู้รับบริการอย่างถูกต้องและสุดความสามารถ

บทเรียนในชั้นเรียนนี้ที่ดิฉันได้รับมา ก็ต้องขอขอบคุณอาจารย์ผู้สอนๆหลายๆท่านที่ได้ช่วยให้คำแนะนำและความรู้ แนวทางแก้ไข ตลอดการทำกิจกรรมจนจบ ขอบคุณค่ะ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่ 3



ความเห็น (0)