โครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน หรือรายวิชาหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนว่าเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในศตวรรษที่ 21 คือ ที่เน้นการมีส่วนร่วม เน้นการเรียนรู้คู่บริการ เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือ เพื่อก่อให้เกิดปัญญาปฏิบัติที่ไม่ใช่ปัญญาอันเกิดจากการท่องจำผ่านตำราแต่ปราศจากการปฏิบัติการจริง

การจัดการเรียนรู้รายวิชาภาวะผู้นำ ประจำภาคเรียนที่ 1/2559 ในประเด็น “บุคลิกภาพของผู้นำนิสิต” ดำเนินการโดย ผศ.ดร.สุจิน บุตรดีสุวรรณ อดีตรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาการสารสนเทศ


ผศ.ดร.สุจิน บุตรดีสุวรรณ : คณบดีคณะวิทยาการสารสนเทศ




การจัดการเรียนรู้ครั้งนี้นำเข้าสู่บทเรียนด้วยคลิปเพียงไม่กี่นาที นั่นก็คือ มดผู้นำ เพื่อให้นิสิต (ผู้เรียน) ได้เรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อสร้างสรรค์ หรือการบ่มเพาะว่าด้วยทัศนคติและความรู้ที่เกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง รวมถึงการศึกษาเรียนรู้ผ่านไอที หรือเทคโนโลยีตามครรลองของกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา (TQF) 5 ประการ นั่นก็คือ

  • ด้านคุณธรรม จริยธรรม (Ethics and Morals)
  • ด้านความรู้ (Knowledge)
  • ด้านทักษะทางปัญญา (Cognitive Skills)
  • ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ (InterpersonalSkills and Responsibility)
  • ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Numerical, Communication and Information Technology Skills)




ถึงแม้ว่าการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้จะไม่เน้นกระบวนการมากเหมือนทุกครั้ง เพราะมีข้อจำกัดด้วยจำนวนนิสิตที่มากมายจนดูเหมือนจะล้นห้องเรียนเลยก็ว่าได้ แต่ก็มิใช่ว่าจะผู้สอนจะมุ่งมั่นก้มหน้าก้มตาบรรยาย หรือสื่อสารทางเดียวเสียทั้งหมด ตรงกันข้ามกลับมีกระบวนการสลับไปมาด้วยการตั้งประเด็นชวนคิดเป็นระยะๆ ทั้ง “โยนไมค์” ให้ตอบ เชื้อเชิญให้แลกเปลี่ยน หรือกระทั่ง “เรียกชื่อ-ขานชื่อ” ให้พูดให้แสดงความคิดเห็น





มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมนึกชอบกระบวนการอันง่ายงามนั้นมาก กล่าวคือ แทนที่จะบรรยายให้รู้ว่า “บุคลิกภาพที่ดีของผู้นำควรเป็นอย่างไร” ก็พลิกกระบวนการโดยให้นิสิตแต่ละคนเขียนชื่อผู้นำที่ตนเองชื่นชอบ 1 คลงในกระดาษ แล้วอธิบายเหตุผลที่ชอบไม่เกิน 5 ข้อ

จากนั้นก็ให้นิสิตได้สะท้อน (บอกเล่า) ผ่านไมค์แบบง่าย ซึ่งมีทั้งที่เชื้อเชิญ และขานชื่อโดยตรง ครั้งนิสิตอธิบายถึงเหตุผลในข้อใด ท่านก็จะถามนิสิตทุกคนว่ามีใครมองในมุมเดียวกัน หรือมีเหตุผลในข้อเดียวกันบ้าง หากตรงกันก็ขอให้ยกมือขึ้น โดยประเด็นที่นิสิตหยิบยกเป็นตรรกะว่าด้วยผู้นำที่ตนเองชื่นชอบตรงกันก็มีอยู่หลายประเด็น เช่น นิสัยดี พูดจาไพเราะ ให้คำปรึกษาได้ดี มีน้ำใจ จริงใจ เสียสละ ฯลฯ




ครับ- ผมว่านี่คือความง่ายงามของการจัดการเรียนรู้ที่ปรับแต่งบนสถานการณ์อันบีบรัดด้วยจำนวนคนและพื้นที่อันไม่เอื้ออำนวย และเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และระหว่าผู้เรียนกับผู้เรียนไปในตัวอย่างเสร็จสรรพ ทั้งยังส่งเสริมและสนับสนุนให้นิสิตได้วิเคราะห์ความเป็นบุคลิกภาพของผู้นำผ่าน “ต้นแบบ” (ฮีโร่) ของตนเอง แทนที่ผู้สอนจะจำกัดนิยามอะไรๆ ด้วยตนเอง แต่กลับเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ฝึกที่จะนิยามอะไรๆ ด้วยตนเอง พร้อมๆ กับการเชื่อมโยงให้นิสิตได้รู้จัก หรือตระหนักที่จะเรียนรู้จากสิ่งใกล้ตัวดีๆ นั่นเอง


เช่นเดียวกับการเชื่อมโยงคุณลักษณะของผู้นำให้นิสิตได้เห็นภาพที่ชัดเจนใกล้ๆ ตัวอีกครั้ง ด้วยการยกตัวอย่างโครงการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยมหาสารคามในชื่อ “หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน” มาให้นิสิตได้รับรู้ เพราะนั่นคือกิจกรรมที่อาจารย์และนิสิตในแต่ละหลักสูตรได้ออกไปรับใช้สังคมร่วมกัน โดยใช้ชุมชนเป็นห้องเรียน สอดรับกับวิถีของการศึกษาเพื่อรับใช้สังคม หรืองานวิชาการรับใช้สังคม



แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือการสรุปรวบยอดอย่างแน่นหนักว่า โครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน คืออีกหนึ่งบุคลิกภาพของ “ผู้นำนิสิต” ในแบบ “มมส” เพราะมีเป็นกระบวนการบ่มเพาะคุณลักษณะอันเป็นอัตลักษณ์ที่ชัดเจน คือ “เป็นผู้ช่วยเหลือสังคมและชุมชน” อันหมายถึงการที่นิสิตมี “จิตอาสา-จิตสาธารณะ” ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า “ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน” และเอกลักษณ์มหาวิทยาลัยที่ว่าด้วย “เป็นที่พึ่งของสังคมและชุมชน”


มิหนำซ้ำยังเชื่อมโยงให้นิสิตเห็นภาพของโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน หรือรายวิชาหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนว่าเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในศตวรรษที่ 21 คือ ที่เน้นการมีส่วนร่วม เน้นการเรียนรู้คู่บริการ เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือ เพื่อก่อให้เกิดปัญญาปฏิบัติที่ไม่ใช่ปัญญาอันเกิดจากการท่องจำผ่านตำราแต่ปราศจากการปฏิบัติการจริงนั่นเอง





ถัดจากนั้นยังหยิบยกเอารูปภาพของผู้นำสำคัญๆ ในโลกมาถามทักกับผู้เรียน เพื่อประเมินว่าผู้เรียนมีองค์ความรู้ในเรื่องเหล่านี้แค่ไหน เช่น รูปภาพของผู้นำสำคัญๆ จากประเทศอังกฤษ รัสเซีย รวมถึงในประชาคมอาเซียน ฯลฯ หรือกระทั่งการถามทักถึงวาระสำคัญของการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ตลอดจนการหยิบยกปรากฏการณ์ผู้นำสำคัญๆ ในสังคมไทยมาถามทักกับนิสิต เรียกได้ว่าฉีดยาแรงเข้าสู่โสตประสาทการเรียนรู้ของนิสิตเลยทีเดียว ฯลฯ




ใช่ครับ- ผมมองว่าประเด็นนี้คือการสะกิดเตือนให้นิสิตได้ทบทวนความรู้รอบตัวของตนเอง โดยส่วนตัวแล้ว ผมถือเป็นการบ่มเพาะทัศนคติเพื่อนำสู่การตระหนักต่อการรู้เท่าทันสังคมโลกดีๆ นั่นเอง มิใช่ก้มๆ เงยๆ อยู่แต่กับสังคมออนไลน์ส่วนตัวจนไม่รู้ว่าวันนี้โลกหมุนเคลื่อนไปถึงไหนแล้ว (ไม่รู้สังคมโลกก็ยังพอให้อภัย ยังมีเวลาในการเรียนรู้ แต่หากไม่รู้ความเป็นวิถีผู้นำสังคมไทย ก็เท่ากับเราไม่รู้รากเหง้าตัวเอง)

นอกจากนี้ ผศ.ดร.สุจิน บุตรดีสุวรรณ ยังฝากประเด็นให้นิสิตได้ทำการเรียนรู้ขบคิดเพิ่มเติมในอีกหลายประเด็น ยกตัวอย่างเช่น ลักษณะของผู้นำที่ดีที่สะท้อนทะลุถึงความเป็นบุคลิกาพของผู้นำ ได้แก่

  • มีเป้าหมาย
  • มีความรอบรู้
  • กล้าเปลี่ยนแปลง –กล้าริเริ่มสิ่งใหม่
  • มีความกระตือรือร้น
  • มีความอดทน
  • มีทักษะในการควบคุมตนเอง
  • กล้าตัดสินใจ มีทักษะในการใช้ดุลยพินิจ
  • มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี




ภาพ : งานประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ กองกิจการนิสิต / พนัส ปรีวาสนา / สุริยะ สอนสุระ