การปฏิบัติธรรม โดยไม่ศึกษาพระอภิธรรม หรือ ปรมัตถธรรม ดุจดั่ง การเรียนคณิตศาสตร์โดยไม่เริ่มจากการเรียนหัดนับเลข 1-10 เสียก่อน

การปฏิบัติธรรม โดยไม่ศึกษาพระอภิธรรม หรือ ปรมัตถธรรม

---------------------------
ดุจดั่ง การเรียนคณิตศาสตร์โดยไม่เริ่มจากการเรียนหัดนับเลข 1-10 เสียก่อน
**********************************
ณ วันนี้ ผมรู้สึกว่า การทุ่มเทศึกษาเพื่อความเข้าใจในพระอภิธรรม ที่ผ่านมาหลายปีก่อนๆ (หลังจากที่พบทางตันในความก้าวหน้าของการศึกษาธรรมะ ของตัวเอง) ได้ช่วยให้ผมเข้าใจธรรมะมากขึ้นมากๆๆๆๆ

เนื้อหาพื้นฐานด้านพระอภิธรรม (โดยเฉพาะ จิต เจตสิก นาม รูป ปัญจทวารวิถี ฯลฯ) ได้ช่วยให้ผมเข้าใจ "ธรรมะ" มากขึ้นอย่างรวดเร็ว (เมื่อเทียบกับสมัยก่อนๆ ที่เน้นไปทำความเข้าใจหลักปฏิบัติ เพียงอย่างเดียว โดยมองข้ามหลักปริยัติไปเกือบสิ้นเชิง) เพราะ ทำให้เข้าใจการดำรงอยู่ของชีวิต และสรรพสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะจิต ที่เกิดขึ้น ทีละ 1 ขณะ เท่านั้น เปรียบดั่งการหัดนับเลข 1-10 นั่นเอง

แม้ในขณะที่กำลังศึกษาพระอภิธรรมนั้น จะยังรู้สึก งงงง ว่าจะนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไร ก็ตาม

แต่ในระยะต่อๆๆๆๆมา เมื่อได้ขยายระนาบการศึกษาเข้าไปหา "พระสูตร" และ "พระวินัย" ตามลำดับ โดยเน้นไปในเชิงลึกๆ ของภาคปฏิบัติ เพื่อการปฏิบัติที่ได้ผลดีกว่า ประกอบไปด้วยพร้อมๆกัน (โดยเน้นทำความเข้าใจ ไม่เน้นการท่องจำ) ก็ช่วยทำให้เกิดความเข้าใจหลักปฏิบัติธรรมแบบองค์รวม ตามหลักการพัฒนาตนเอง ที่บรรยายไว้้ในพระไตรปิฎกได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

ณ วันนี้ ผมจึงตระหนักว่า พุทธศาสนาทำไมต้องมีพระไตรปิฎก (ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Tripitaka) และพุทธศาสนิกชน ก็ควรต้องศึกษา "พระไตรปิฎก และคำว่า พระไตรปิฎก นั้น น่าจะสื่อถึงการพิทักษ์ ปกป้องชีวิตให้ห่างไกลจากกิเลส การเป็นคนดี แบบเข้าใจโลก เข้าใจธรรมะ และเข้าใจแก่นแท้ของคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

การศึกษาพระไตรปิฎกแบบเข้าใจ มากกว่าการท่องจำนั้น ได้ทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น และรู้สึกดีใจมากๆๆ ที่ได้ตั้งใจศึกษาพระอภิธรรมมาก่อน แม้การศึกษาจะอยู่เพียงในชั้น ปริยัติ ก็ตาม ที่น่าจะต้องพยายามทำความเข้าใจปริยัติ อย่างชัดเจน ก่อนการปฏิบัติ เช่นเดียวกับต้องเข้าใจทฤษฎีในแต่ละเรื่องอย่างเพียงพอ ก่อนการปฏิบัติงานในเรื่องนั้นๆ นั่นเอง
------------------------------------------
สำหรับท่านที่ถนัด หรือเน้นการปฏิบัติ โดยการก้าวข้ามปริยัติ ก็อาจจะทำได้ แต่ในที่สุดก็คงต้องวนกลับมาหาหลักปริยัติอยู่ดี เพื่อความก้าวหน้าที่ไม่หลงทาง

เฉกเช่นเดียวช่างซ่อมรถ ก็ต้องเข้าใจการทำงานของรถ จึงจะซ่อมได้ดี จะมาหวังซ่อมรถแบบลองผิดลองถูก เปลี่ยนอะไหล่รถไปเรื่อยๆ จนพบจุดเสีย ทำให้รถใช้งานได้อีกครั้งหนึ่งนั้น คงจะเป็นการเสียเวลา และทรัพยากรต่างๆอย่างมากมายทีเดียว ฉันใดก็ฉันนั้น
-----------------------------------------------
เมื่อมองย้อนกลับไปมา แล้ว จึงเกิดอุปมาดังกล่างข้างต้นว่า "การปฏิบัติธรรม โดยไม่ศึกษาพระอภิธรรม หรือ ปรมัตถธรรม ก็ดุจดั่ง การเรียนคณิตศาสตร์โดยไม่เริ่มจากการหัดนับเลข 1-10 เสียก่อน นั่นเอง เก่งแค่ไหน ก็น่าจะก้าวหน้ายาก และวันหนึ่งอาจจะต้องหันกลับมาหัดนับเลข 1-10 อยู่ดี

แต่ถ้า....ใครคิดว่าทำได้ โดยไม่ต้องหวนกลับมาหัดนับเลขอีก ก็ทำไปเลยครับ ไม่มีปัญหากับใคร หรือคนอื่นใดหรอก

แต่ผมทำไม่ได้ครับ
------------------------------------
ผมเรียนมาอย่างนี้ ปฏิบัติอย่างนี้ และเข้าใจอย่างนี้ครับ