video conference เรียกอีกอย่างว่า การประชุมทางไกล
คือระบบการติดต่อสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลภาพ และข้อมูล เสียง ระหว่างจุดต่อจุดหรือจุดต่อหลายๆจุดโดยผ่านระบบสื่อสาร ซึ่งจะเป็นลักษณะของการโต้ตอบซึ่งกันและกันแบบสองทางหรือพูดง่ายๆก็คือระบบประชุมทางไกลที่ผสมผสานระหว่างภาพและเสียง ให้เปรียบเสมือนมีการประชุมอยู่ในห้องเดียวกัน
หัวใจในการทำงานของระบบ Video Conference คือ Codec เป็นคำย่อมาจาก Code และ Decode คือ การเข้ารหัสและการถอดรหัสจากข้อมูลภาพที่มีจำนวนเส้น 625 เส้น 25 เฟรมต่อวินาที (กรณีสัญญาณPAL ) เมื่อแปลงเป็นสัญญาณดิจิตอลแล้วจะต้องเปลี่ยนกลับเป็น Pixel หรือจุดสี ตามมาตรฐานCCITT H.261 ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญที่กำหนดในเรื่องการเข้ารหัส กำหนดจำนวนเส้นใช้เพียง 288เส้น แต่ละ เส้นมีความละเอียด 352 pixel นั่นหมายถึงจะมีความละเอียดเท่ากับ 352x288 pixel เรียกฟอร์แมต การแสดงผลนี้ว่า Common Intermediate format และยังยอมให้ใช้ความละเอียดแบบหนึ่งในสี่ คือลดจำนวนเส้นเหลือ 144 เส้น และ pixel หรือ 176 pixel ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของจอภาพ ถ้าใช้จอภาพขนาดเล็ก จำนวน pixel ก็ลดลงไปได้
ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่มีการรับส่งข้อมูลเป็นแพ็กเก็ต การส่งวิดีโอผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ย่อมเป็นไปได้ แต่เนื่องจากการส่งแพ็กเก็ตไอพีเป็นแบบดาต้าแกรม ดังนั้นจึงไม่รับรองช่วงระยะเวลาการเดินทางของข้อมูล เทคนิคการใช้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จึงต้องมีการสร้างบัฟเฟอร์และแก้ปัญหาที่แต่ละแพ็กเก็ตมายังปลายทางไม่พร้อมกัน เรียกปัญหานี้ว่า jitter
การใช้ video conferenceกับการศึกษา
แม้แต่ในสถาบันการเรียนการสอนเช่นมหาวิทยาลัยก็ให้ความสำคัญของการเรียนการ สอนหลายสถาบันมีปัญหาเรื่องขาดแคลนอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญโดยผู้สอนไม่จำเป็นต้อง เดินทางไปสอนถึงสถานศึกษานั้นๆผู้สอนอาจจะอยู่ที่กรุงเทพฯแล้วทำการสอนไปยังต่างจังหวัดได้ซึ่งช่วยลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษาลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของสถานศึกษาดังนั้นวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์เป็นเทคโนโลยีการสื่อสาร ข้อมูลทำให้สามารถส่งภาพเสียงได้อย่างรวดเร็วมีแนวโน้มที่จะนำมาแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้ได้อย่างดี
ส่วนในด้านการศึกษา Video conference นับเป็นนวัตกรรมของศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งผิดแปลกแตกต่างจากการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบเดิม ๆ ที่ผ่านมา แต่นี่คือการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยที่ทำให้สถาบันการศึกษา มีทางเลือกมากยิ่งขึ้นที่จะจัดการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลายบนมาตรฐานและคุณภาพที่กำหนดไว้ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมีหลากหลายด้าน
ด้านผู้เรียน ไม่ต้องเดินทางเข้ามาที่สถานศึกษา ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง ประหยัดเวลาในการเดินทาง ลดภาระค่าเช่าหอพัก เป็นการพัฒนาตัวเองในเรื่องเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
ด้านผู้สอนไม่ต้องเดินทางไปสอนตามสถานที่ต่าง ๆ และยังสามารถพัฒนาตนเองด้วยการเรียนรู้รูปแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ โดยสื่อเทคโนโลยีผ่านระบบ Video conference ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และมีประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ๆ ร่วมกับวิทยากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดการจัดการเรียนรู้ในเวลาปกติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ด้านผู้บริหารสถานศึกษามีรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว ประหยัดงบประมาณ ประหยัดทรัพยากร และมีคุณภาพ
การใช้งานตามวัตถุประสงค์
ในปัจจุบัน สำนักคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาการใช้งานระบบ Video Conferencing โดยแบ่งตามวัตถุประสงค์ออกเป็น 3 ประเภท คือ
- การใช้ระบบ Video Conferencing สำหรับการประชุมข้ามวิทยาเขต ข้ามหน่วยงาน
- การใช้ระบบ Video Conferencing สำหรับการเรียนการสอนทางไกล (Distance Learning)
- การใช้ระบบ Video Conferencing สำหรับการสอบวิทยานิพนธ์ข้ามประเทศ
นอกจากนี้ระบบ Video Conferencing ยังมีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ อีก อาทิTransfer File รับ-ส่ง แฟ้มข้อมูลเช่น MS Word หรือ MS Excel เป็นต้น โต้ตอบ ด้วยการเขียนผ่าน White Board ของโปรแกรม เปิด Share desktop เพื่อดู Presentation ได้พร้อม ๆ กัน
มาตรฐานของระบบ Video Conference
เพื่อให้ระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์มีมาตรฐานที่สามารถทำงานร่วมกันได้กับอุปกรณ์ของบริษัทต่างๆ ที่ผลิตออกมาทางITU-Tซึ่งเป็นองค์กรด้านโทรคมนาคมสากลจึงได้กำหนดมาตรฐานระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ เป็น 4 หมวดหลัก ๆ คือH.320เป็นมาตรฐานที่ใช้ในเครือข่ายWANเป็นมาตรฐานที่ได้รับความนิยมในครั้งแรกๆที่มีการใช้ระบบVCSเนื่องจากรองรับเครือข่ายได้หลายประเภทเช่นISDN (Intergrated Service Digital Network) Leased Lineรวมทั้งวงจรเช่าอื่นๆ เนื่องจากมาตรฐาน H.320 นี้ให้คุณภาพทั้งภาพและเสียงดี อีกทั้งค่าใช้จ่ายไม่สูง จึงทำให้เป็นที่นิยม นำมาใช้ในเชิงธุรกิจ ทางด้านการศึกษา H.321 และ H.310 เป็นมาตรฐานที่รองรับระบบเครือข่าย ATM เพื่อให้ได้คุณภาพของภาพและเสียงที่ดีที่สุดโดยทั่วไปใช้ในอาคารหรือในหน่วยงานเดียวกัน ซึ่งในปัจจุบัน ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กัน H.323 เป็นมาตรฐานที่รองรับการใช้งานทั้งเครือข่าย LAN และ WAN โดยมีการส่งผ่านข้อมูลโดยใช้ IP Protocol เป็นหลัก ซึ่งมีคุณภาพที่ดีในระดับเดียวกับ H.320 โดยมาตรฐานนี้ได้รับความนิยมแพร่หลายอยู่ในปัจจุบันและมาแทนที่มาตรฐาน H.320 ในปัจจุบันเนื่องจากใช้งานง่าย และปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกันได้เยอะ ทำให้มีการ
นำมาใช้งานอย่างแพร่หลายH.324 เป็นมาตรฐานที่ใช้ในเครือข่ายโทรศัพท์ ซึ่งมีคุณภาพค่อน ข้างต่ำจึงไม่ได้
รับความนิยมในปัจจุบัน
อุปกรณ์ประกอบที่สำคัญของ Video Conference
1. CODEC เป็นคำย่อมาจาก Code และ Decode เป็นตัวเข้ารหัสสัญญาณภาพและเสียงและข้อมูลที่ได้จากกล้อง ไมโครโฟนและคอมพิวเตอร์ ส่งผ่านเส้นทางสื่อสารไปยังอีกฝั่งหนึ่ง รวมถึงถอดรหัสสัญญาณที่ได้รับมาจากอีกฝั่ง ให้กลับเป็นสัญญาณภาพ เสียง และข้อมูลการนำเสนอแสดงบนจอและลำโพง เส้นทางสื่อสาร (Bandwidth) ขนาด 256 Kbps ขึ้นไปสามารถให้คุณภาพในระดับที่ยอมรับได้สำหรับอุปกรณ์ประชุมที่เป็น Hardware ภายใต้การบีบอัดสัญญาณตามมาตรฐาน H.264, H.264 High Profile หรือ H.264 SVC โดยหลักการทำงานของ CODEC จะแปลงสัญญาณทั้งภาพและเสียงให้เป็นสัญญาณดิจิตอล และจะบีบสัญญาณให้เล็กลงเพื่อใช้ปริมาณ Bandwidth น้อยที่สุดแต่ยังได้คุณภาพสูงที่สุดในการใช้งาน ดังนั้น CODEC จึงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดของระบบหลักการทำงาน ซึ่งอุปกรณ์ในแต่ละยี่ห้อ (Brand) ก็จะมีความสามารถในการพัฒนา Codec ที่แตกต่างกันตามความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัด ถึงคุณสมบัติและความสามารถของตัวอุปกรณ์เป็นหลัก
2. กล้อง (Camera) เป็นกล้องทีวีที่ใช้ในการจับภาพผู้เข้าร่วมประชุมที่คุณภาพสูง (HD)เพื่อส่งเข้า CODEC แปลงและบีบอัดสัญญาณ มีระบบเซอร์โว เพื่อควบคุมมาจากระยะไกลให้ปรับมุมเงย มุมก้ม ส่วนซ้ายขวา และซูมภาพได้ ปกติจะมาพร้อมชุดอุปกรณ์ Codec โดยปัจจุบัน ในอุปกรณ์แต่ละยี่ห้อเริ่มมีการเปิดกล้างให้กับจุดเชื่อมต่อ เพื่อให้ผู้ใช้งานมีโอกาสเลือกใช้กล้องคุณภาพสูงต่าง ๆ มาต่อใช้งานร่วมกับระบบประชุมทางไกล โดยปัจจุบันเกือบทุกยี่ห้อ มุ่งเน้นไปที่การเชื่อมต่อผ่าน HDMI Interface
3. จอภาพ (monitor) แสดงภาพของผู้เข้าร่วมประชุมทั้งจากระบบ ต้นทางและปลายทางเป็นจอภาพที่ใช้กับระบบ PAL หรือ NTSC ภาพที่ปรากฏมีระบบรวมสัญญาณเพื่อแบ่งจอภาพเป็นจอเล็ก ๆ เพื่อดูปลายทางแต่ละด้านหรือดูภาพของตนเอง ระบบจอภาพอาจขยายเป็นจอใหญ่ขนาดหลายร้อยนิ้วก็ได้ ซึ่งจำเป็นต้องมีลำโพงในตัว แต่ถ้าหากมีการต่อใช้งานกับโปรเจคเตอร์ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องจัดหาลำโพงเพื่อใช้ถ่ายทอดเสียงให้กับระบบด้วยนะครับ
4. ไมโครโฟน (Microphone) ทำหน้าที่รับเสียงจากผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อส่งไปยังระบบเสียงปลายทาง
5. รีโมทคอนโทรล (Remote Control) แป้นควบคุมทำหน้าที่ควบคุมกล้อง เสียง และเลือกสัญญาณเข้าต่าง ๆ จากแหล่งต่างๆ ไปยังระบบปลายทาง เป็นสิ่งที่ใช้สำหรับการควบคุมระบบ เช่น ควบคุมการปรับมุมกล้องที่ปลายทางระยะห่างไกล การเลือกการติดต่อปลายทาง การปรับเสียง ปรับระบบสื่อสารต่าง หรือคุณสมบัติอื่น ๆ ที่แต่ละยี่ห้อมีการพัฒนาเข้าไปไว้
หลักการทำงานมีวิธีการอย่างไร?
1. เชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงอุปกรณ์ทั้งหมดให้เรียบร้อย ได้แก่ Codec Network
กล้องเสริม,จอโทรทัศน์, Projector, เครื่องนำเสนอ, Computer, เครื่องบันทึก, ระบบเสียงชุมประชุม (ตามความต้องการใช้งาน)
2. เชื่อมต่อ Codec เข้ากับระบบ Network เพื่อ Config IP ให้กับ Codec
3. ทดสอบการแสดงผลของภาพและเสียงในฝั่งของตนเองให้ถูกต้อง เมื่อติดตั้งและ
ทดสอบเรียบร้อยแล้วก็ให้ทำการติดต่อกับอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อทำการทดสอบ Conference ระหว่างวิทยาเขตต่อไปหลักในการจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ระบบการประชุมทางไกล
ตัวอย่างแผนภาพการเชื่อมต่อ Video Conference
จากภาพข้างบนหลักการทำงานของการเชื่อมต่อวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ขั้นตอนการทำงานเริ่มจากติดตั้งชุดอุปกรณ์ประกอบด้วย กล้องคอนเฟอร์เรนซ์ , Codec, Microphone , ลำโพง และ จอภาพ เป็นการต่ออุปกรณ์ของยี่ห้องโพลีคอมที่มีคุณสมบัติเฉพาะสามารถประชุมกันได้ 4 ที่ โดยไม่ต้องผ่าน MCUซึ่งจากภาพยกตัวอย่างการประชุมคอนเฟอร์เรนซ์ส่วนกลาง (กรุงเทพฯ) ไปยังต่างจังหวัดทั้งหมด 3 จังหวัดซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีหมายเลขไอพีสาธารณะ (public IP)โดยการทำงานของคอนเฟอร์เรนซ์ เริ่มจากส่วนกลางเป็นเจ้าภาพในการประชุม จากนั้นทั้ง 3 จังหวัด จะทำการcall เข้ามาที่ส่วนกลางเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์โคเด็ก ซึ่งแต่ละsiteจะมีโคเด็กเป็นตัวรับและส่งหรือเข้ารหัสและถอดรหัส ผ่านช่องสัญญาณ ADSL ซึ่งแต่ละsite จะสามารถเชื่อมต่อกันได้ผ่านหมายเลขไอพี เมื่ออุปกรณ์เชื่อมต่อกันแล้วจะสามารถสนทนากันได้
Video Conference for Education พัฒนาโลกการศึกษาด้วยวีดีโอคอนเฟอเรนซ์
ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ คือ ระบบการประชุมทางไกลผ่านเครือข่าย หรืออินเทอร์เน็ตซึ่งสามารถส่งภาพผู้สนทนาเสียงและข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ (เช่น Presentation รูปภาพ เอกสารต่างๆ) สามารถประชุมทางไกลได้ทันทีที่ต้องการเสมือนอยู่ในห้องประชุมเดียวกันมีการใช้งานที่ง่ายผ่านรีโมตคอนโทรลเหมือนเครื่องเล่นวิดีโอและโทรทัศน์ทั่วไป และมีสมุดบันทึกเบอร์โทรทำให้ผู้ใช้งานสะดวกในการใช้งาน
การเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย การศึกษาจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับการเติบโตของประเทศ การขยายการศึกษาที่มีคุณภาพให้ครอบคลุมและเท่าเทียมกันทั่วประเทศจึงเป็นที่มาของโครงการต่างๆ เช่น โรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง โรงเรียนสาขา วิทยาเขตต่างๆ เพื่อขยายขอบเขตการศึกษาที่มีคุณภาพให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ในการเพิ่มจำนวนอาคารสถานที่นั้นไม่ยากแต่การเพิ่มบุคลากรทางการศึกษาที่มีประสบการณ์และคุณภาพนั้นจำเป็นต้องใช้เวลา ดังนั้นการนำเทคโนโลยีการสื่อสารมาช่วยในการศึกษาเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้เรียนได้ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารที่ช่วยให้ผู้สอนสามารถสอนได้หลายที่พร้อมๆกันแบบเห็นหน้า โดยที่ผู้เรียนสามารถโต้ตอบกับผู้สอนได้ทันที รวมไปถึงยังประยุกต์อุปกรณ์การเรียนการสอนอย่างเช่น วิช่วลไลเซอร์ เครื่องเล่นวิดีโอ และสื่อบนคอมพิวเตอร์ต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนได้เป็นอย่างดี
ภาษาต่างประเทศเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญในการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศความต้องการในตลาดการทำงาน ภาษาที่สองสำคัญๆ เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น จึงกลายมาเป็นที่แพร่หลาย โรงเรียนต่างๆจึงเปิดหลักสูตรสองภาษาหรือนานาชาติ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนภาษาที่สองอย่างจริงจังเพื่อเป็นทักษะสำหรับผู้เรียนวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จึงเป็นเทคโนโลยีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนภาษากับครูเจ้าของภาษาอย่างแท้จริง โดยการจับคู่โรงเรียนไทยกับโรงเรียนในต่างประเทศ ทำให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเรียนจากหลักสูตรของเจ้าของภาษา
การนำวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาครูฝึกสอนหรือนักเรียนครูได้เห็นการสอนจริงจากครูที่มีความสามารถและประสบการณ์ โดยสามารถจัดชั่วโมงการเรียนจริงหรือการสัมภาษณ์ ให้นักเรียนครูได้ดูตัวอย่างจริงประกอบวิชาการและได้ซึมซับครูที่เก่งเป็นต้นแบบ ซึ่งเป็นการพัฒนาการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตทำให้โลกไร้พรมแดน ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางการเรียนให้กับผู้เรียนที่ไม่สะดวกในการเข้าร่วมชั้นเรียนอาศัยเว็บในการเรียนแบบออนไลน์ หรือเก็บบันทึกไว้เป็นวิดีโอให้ผู้เรียนสามารถเข้าไปเปิดเรียนวิชาต่างๆได้ทุกเวลาเป็นการเพิ่มโอกาสและช่องทางให้กับผู้เรียนได้
ทั้งนี้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ยังนำมาใช้ประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนความรู้และหลักสูตรระหว่างสถาบันสาขาหรือกับต่างประเทศ ทำให้การศึกษามีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดไปอีกทาง
|
ข้อดีของ Video Conference |
1. ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากที่ต่าง ๆ เพื่อมาประชุมหรืออบรม
2. สามารถทำการประชุมเพื่อวิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
3.สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนให้ผู้เรียนที่อยู่ห่างไกลสามารถ
ร่วมเรียนด้วยได้
4. สามารถลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางได้
ข้อเสียของ Video Conference
1.เกิดการผิดพลาดในการส่งสัญญาณได้ง่าย ซึ่งปรากฏการธรรมชาติก็สามารถ
ทำให้สัญญาณล่มหรือหายได้
2. การรับ-ส่งสัญญาณต้องมีอุปกรณ์ที่พร้อมและมีประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกัน
ประโยชน์ของวีดิโอคอนเฟอเรนซ์สำหรับการศึกษา
สามารถสร้างระบบการเรียนการสอนทางไกลแบบโต้ตอบได้ทันที (Interactive) นำเสนอสื่อได้หลากหลาย เช่น วิชวลไลเซอร์(Visualizer) เครื่องเล่นวิดีโอต่างๆ สื่อบนคอมพิวเตอร์ รวมถึงการขยายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุม ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสได้รับการศึกษาจากผู้สอนที่มีความรู้ความสามารถอย่างทั่วถึง สามารถจัดอบรมแลกเปลี่ยนหลักสูตรและองค์ความรู้ระหว่างผู้สอน ช่วยให้ผู้เรียนมีโอกาสได้เรียนตามหลักสูตรโดยผู้สอนจากต่างประเทศ สามารถเพิ่มช่องทางการเรียนทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บ และประหยัดเวลาในการเดินทางของผู้สอนทำให้สอนได้มากขึ้น อีกทั้งวิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ ยังสามารถทำให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ผ่านทางจอภาพโทรทัศน์และเสียง นักเรียนในห้องเรียนที่อยู่ห่างไกลสามารถเห็นภาพและเสียงของครู สามารถเห็นอากับกิริยาของ ผู้สอน เห็นการเคลื่อนไหวและสีหน้าของครูในขณะเรียนได้อีกด้วย
แหล่งอ้างอิง
http://pycvru.blogspot.com/2013/02/video-conferenc...
http://drsanthi.blogspot.com/2012/01/video-confere...
http://mylifezeepia.blogspot.com/2013/12/videotele...
จัดทำโดย
นางสาวชญานันท์ มุ่งยอดกลาง รหัสนักศึกษา 58561802079
นายอดิศร สรรเสริญ รหัสนักศึกษา 58561802110

