วันนี้ผมโทรศัพท์นัดคุยกับพี่พิสมัย และพี่บุญหล่อ แห่งบ้านจีนยูนนานสันติชล (ปาย)ที่บ้านของพี่ทั้งสอง

ประเด็นที่ผมไปนั่งคุยครั้งนี้เป็นเรื่อง กระบวนการจัดการท่องเที่ยว ของบ้านสันติชลเอง

ด้วยความคุกกรุ่นจากการไปเวที ริมระเบียงวิจัย ที่ น้ำตกหมอกฟ้า เชียงใหม่ ทำให้ผมต้องนำประเด็นที่ได้แลกเปลี่ยนในเวทีมาถ่ายทอดสู่นักวิจัยในพื้นที่อีกรอบหนึ่ง

วันนี้ที่ปายการท่องเที่ยวแบบ Mass tourism ค่อนข้างรุนแรง และการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community based Tourism) ก็กำลังเสริมกำลังตาม กระแส

แต่ผมก็มองว่า ความแรงของปาย ส่งผลต่อ CBT. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่บ้านสันติชล มีการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน แต่ด้วยกระบวนการที่ยังต้องพัฒนา เราได้เปิดเพียงศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน ซึ่งเป็นศูนย์อาหารของชุมชน ที่มีการบริหารจัดการรายได้โดยชุมชน และบริเวณศูนย์ฯ เรามีบ้านดินจำลองวิถีชีวิต มีร้านค้า OTOP ของชุมชน และกำลังมีอาคารแสดงศิลปะวัฒนธรรมของคนยูนนาน

แต่ที่เราสามารถทำได้ตอนนี้ก็คือ "ร้านอาหารจีนยูนนาน" ซึ่งผมคิดว่า ไปได้ดีทีเดียว ในแง่ของการสร้างรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำ เพราะด้วยบรรยากาศและรสชาติของอาหารที่เป็นเอกลักษณ์...รายได้ต่อวันในช่วงไฮซีซั่น ได้ถึงวันละ หลายหมื่นบาทเลยทีเดียว

มีนักท่องเที่ยวหลายท่านได้สะท้อนกับผมฟังว่า นอกจากไปทานอาหารแล้ว ไม่รู้จะเที่ยวจุดไหนต่อ และอยากเรียนรู้วิถีชีวิตของคนยูนนานมากกว่านี้

ซึ่งนั่นหมายถึง พัฒนาการการท่องเที่ยวของคนไทย ที่เป็นคนชั้นกลาง ที่สนใจเรียนรู้วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์...สนใจที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้

การรองรับกระแสการท่องเที่ยวแบบเรียนรู้ร่วมกันยังไม่เกิดภาพแบบนี้ที่สันติชล

เราคุยประเด็นเรื่อง ศูนย์เรียนรู้ ค่อนข้างเข้มข้นในวันนี้ ทราบว่าทางผู้นำบุญหล่อเองก็คิดมานานแล้ว...แต่ยังไม่ได้เริ่มสักที

ศูนย์การเรียนรู้ไม่เพียงแต่ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ตัวตนของคนท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้าใจเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนของชุมชน ให้ภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเอง ให้รู้ตนเอง...นำไปสู่ความรัก สามัคคี สมานฉันท์ในชุมชน

หากไม่ไห้การท่องเที่ยวเป็นการท่องเที่ยวที่ค่อยปิดตัวเองลงจากความจำเจ...การสร้างกระบวนการเรีบนรู้ที่ต่อเนื่อง เป็นเรื่องสำคัญ

เป็นอีกก้าวย่างของ...กระบวนการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่แม่ฮ่องสอน