****จำลองการท่องเที่ยวเชิงปฏิบัติธรรมของผู้สูงอายุ เพื่อเป็นข้อมูลความรู้เพียงเท่านั้น
DHARMA SLOW TOURISM
ที่มา:http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bugintheg...
ผู้สูงอายุจะมีโอกาสในการประสบกับเรื่องทุกข์ใจที่เกิดขึ้นจากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีการปฏิบัติธรรม ตามกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ มีความกลัวความตายเนื่องจากการเจ็บป่วยเพราะว่าไม่มีคนดูแล ก็จะทำให้ผู้สูงอายุเบื่อหน่ายทางโลกแล้วไปสนใจทางธรรมแทน จนเห็นว่าการเข้าปฏิบัติธรรมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้สูงอายุไปแล้ว นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความเข้าใจและทำให้เห็นคุณค่าของผู้สูงอายุมากขึ้น หากไม่มีผู้สูงอายุการอนุรักษ์วัฒนธรรมและการสืบต่อประเพณีก็อาจจะลดน้อยลง ดังนั้นเราจึงต้องการที่จะตอบสนองการปฏิบัติธรรมในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงทัศนศึกษาและศาสนาให้กับผู้สูงอายุ ดังนี้
การท่องเที่ยวเชิงปฏิบัติธรรมของผู้สูงอายุโสด ณ วัด มเหยงคณ์ ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
รูปแบบการปฏิบัติธรรม เป็นรูปแบบการปฏิบัติธรรมระยะสั้น
วิปัสสนาจารย์ พระครูเกษมธรรมทัต(สุรศักดิ์ เขมรํสี)
แนวปฏิบัติ เดินจงกรม นั่งสมาธิ กำหนดรู้ รูป-นาม
จำนวนผู้สูงอายุ 60 คน
สถานที่รวมตัวผู้สูงอายุที่ต้องการปฏิบัติธรรม ณ วัดมเหยงคณ์ ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
การเดินทาง/ระยะเวลาในการเดินทาง ถ้าเริ่มเดินทางจากชลบุรีจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งถึงที่หมาย
เป้าหมาย
1.เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมด้านพระพุทธศาสนาร่วมกัน
2.เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ผ่อนคลายและใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้ได้มากที่สุด
3.เพื่ออบรมปลูกฝังศีลธรรมให้เข้าใจหลักการและนำธรรมะมาประยุกต์ใช้ในชีวิตส่วนตัว
4.อำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุโสดได้เข้าถึงธรรมะได้ง่ายขึ้น
คุณสมบัติของผู้มาปฏิบัติธรรม
1.ต้องเป็นผู้สูงอายุโสดที่มีความต้องการที่จะปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง
2.ต้องเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่วิกลจริต ไม่เป็นโรคลมชัก หรือลมบ้าหมู
3. ต้องเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่พิการ และไม่เป็นโรคร้ายแรง
4.ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษทุกชนิด เช่น ยานัตถุ์ บุหรี่ สุรา ยาบ้า หรือยาเสพติดอื่นๆ
5.ต้องเป็นผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
6.รับผู้ปฏิบัติธรรมอายุ 60 ปีขึ้นไป
7.ทางวัดไม่อนุญาตให้มาปฏิบัติธรรมเพื่อแก้บน
สิ่งที่ต้องเตรียมมาเพื่อปฏิบัติธรรม
1.สำเนา บัตรประจำตัวประชาชน บัตรข้าราชการ หนังสือเดินทาง อย่างใดอย่างหนึ่ง
2.ของใช้ส่วนตัว เช่น ยาประจำตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ ผ้าเช็ดตัว รองเท้าก็ควรที่จะเรียบร้อยเหมาะกับสถานที่ งดเว้นการสวมใส่เครื่องประดับการใช้เครื่องประทินผิวทุกชนิด ชุดชั้นในควรเป็นสีที่ใกล้เคียงกับชุดปฏิบัติธรรม เช่น สีเนื้อ หรือสีขาว เป็นต้น
3.ชุดปฏิบัติธรรม ผู้ปฏิบัติธรรมควรนำชุดปฏิบัติธรรมของตนเองมาให้ครบตามจำนวนวันที่ปฏิบัติ งดการซักผ้า หากไม่จำเป็น ชาย กางเกงขายาวสีขาว เสื้อแขนสั้นสีขาว หญิง เสื้อแขนยาวสีขาว ผ้าถุงสีขาว กางเกงขายาวสีขาว สไบสีขาว ควรสวมเสื้อซับใน รวบผมให้เรียบร้อย
กฏระเบียบสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม
1. รักษาศีล 8 อย่างเคร่งครัด
2. สำรวมกาย วาจาใจให้เป็นปกติอยู่ตลอดเวลา
3.งดพูด-คุยโทรศัพท์ ในช่วงเวลาปฏิบัติธรรม
4.มีเก้าอี้ให้แก่ผู้สูงอายุนั่งในระหว่างการปฏิบัติธรรม
5.ผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมจะต้องใส่ชุดขาวตามระเบียบ
6.ผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมสามารถนั่งฟังธรรมบริเวณใดของสถานที่ก็ได้
การลงทะเบียน
ผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าปฏิบัติธรรมให้ลงทะเบียนเข้าปฏิบัติธรรมได้ทุกวัน ณ ศาลาปฏิบัติธรรม( ไม่ต้องจองหรือโทรมาแจ้งล่วงหน้า) โดยต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนว่า จะอยู่ปฏิบัติธรรมกี่วัน การลงทะเบียนเข้าปฏิบัติธรรม จะสมบูรณ์ต่อเมื่อพระอาจารย์ผู้ดูแลหรือเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อในใบลงทะเบียน
ขั้นตอนการปฏิบัติธรรมและระยะเวลาในการปฏิบัติธรรม
การปฏิบัติธรรมของเราจะปฏิบัติเป็นระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เราจะเน้นคอร์สไม่เกิน 3 วัน เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติธรรมมากที่สุด ทำให้ผู้สูงอายุไม่คิดถึงบ้าน รู้สึกมีความสุขกับการปฏิบัติธรรมและเพื่อให้ผ่อนคลายและใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้มากขึ้น เมื่อมาถึงยังสถานที่ปฏิบัติธรรมแล้วจะมีจุดให้ลงทะเบียนและเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้พาไปยังที่พักเพื่อเก็บสัมภาระ โดยสถานที่พักจะให้นอนห้องละ 1-2 คน แยกที่พักระหว่างชาย-หญิง ซึ่งไม่สามารถเลือกที่พักเองได้และไม่มีการจองล่วงหน้า จากนั้นพระอาจารย์จะทำพิธีสมาทานศีล รับศีล-ลาศีล (ไม่เคร่งเรื่องอาหาร) เมื่อทำสมาทานศีลเสร็จแล้วก็จะเข้าสู่กิจกรรมโดยรูปแบบการทำกิจกรรมของเรานั้นเป็นกิจกรรม Walk Rally จะแบ่งเป็น 3 ฐาน โดยวิธีการนั่งสมาธิฝึกจิตกรรมฐาน เดินจงกรมฝึกลมหายใจเข้าออก ฟังบรรยายธรรมเทศนา ฐานละ 20 คน ใช้เวลาฐานละชั่วโมงครึ่ง
กำหนดเวลาการปฏิบัติธรรม
04.00-06.00 น. สวดมนต์ทำวัตรเช้า
06.00-07.00 น. ทำกิจวัตรประจำวัน
07.00-08.00 น. รับประทานอาหาร
08.00-09.30 น. เริ่มกิจกรรมในฐานที่ 1
09.30-11.00 น. เริ่มกิจกรรมในฐานที่ 2
11.00-12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
12.00-13.30 น. เริ่มกิจกรรมฐานที่ 3
13.30-16.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย เช่น อาจทำกิจกรรมกวาดลานวัด
16.00-17.00 น. รับประทานอาหารเย็น
17.00-19.00 น. ทำวัตรเย็น
19.00-19.30 น. รับประทานน้ำปานะ
19.30-20.30 น. ดูสื่อสอนใจเกี่ยวกับธรรมะ
20.30 น. เข้านอน
การรับประทานอาหาร
ผู้ปฏิบัติธรรมต้องมารับประมานอาหารพร้อมกันที่ศาลา ควรมาก่อนเวลา 15 นาที เพื่อเตรียมความพร้อมต่อคิวรับอาหาร อาหารเช้าจะเริ่ม เวลา 07.00 น. อาหารกลางวันเวลา 11.00 น. และอาหารเย็นเวลา 16.00 น. และสุดท้ายคือการดื่มน้ำปานะ เวลา 19.00 น. ก่อนถึงเวลารับประทานอาหาร ผู้ปฏิบัติธรรมควรช่วยกันจัดที่นั่งและน้ำดื่มสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมด้วยกัน ต้องเดินตักอาหารด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย ห้ามพูดคุยกัน ขณะนั่งรอและรับประทานอาหาร ผู้ปฏิบัติธรรมห้ามพูดคุยกัยหรือแสดงอาการใดๆที่ไม่สำรวม เมื่อรับประทานอาหารเสร็จให้นั่งรออยู่ที่เดิม จนทุกคนรับประทานอาหารเสร็จ เมื่อเสร็จจากการรับประทานอาหาร ให้ผู้ปฏิบัติธรรมช่วยกันเก็บกวาดสถานที่และทำความสะอาดภาชนะให้เรียบร้อย อย่าให้เป็นภาระของบุคคลอื่น
ข้อปฏิบัติในวันกลับบ้าน
-เมื่อผู้ปฏิบัติธรรม ได้ปฏิบัติครบตามที่กำหนดแล้ว เจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมดอกไม้ ธูปเทียน เพื่อทำพิธีลาศีล และขอขมาพระรัตนตรัย
-ก่อนกลับเก็บของให้เรียบร้อย สำรวจความเรียบร้อยอย่างละเอียดถี่ถ้วน ถ้ามีปัจจัย ก้ทำบุญตามกำลังทรัพย์ให้กับสถานที่ปฏิบัติธรรมนั้น


