เมื่อวิทยาศาสตร์ ทรยศต่อจิตวิญญาณ

วิทยาศาสตร์ถือเป็นความรู้ทางโลก ที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ให้มนุษย์สามารถใช้สติปัญญาในการค้นพบได้
ขณะเดียวกันพระองค์ก็ได้ประทานวะฮฺยุ ซึ่งเป็นแหล่งความรู้อันยิ่งใหญ่เป็นทางนำให้แก่มนุษย์ด้วย

ขณะที่ตะวันตกยังอยู่ในยุคมืด  อิสลามได้เข้ามาโอบอุ้มวิทยาศาสตร์ จนนำมนุษย์ค้นพบความจริงของธรรมชาติ
และสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของพระผู้สร้าง ทำให้มนุษย์ดูเหมือนมีความหวังในการฟื้นฟูโลกใบนี้

 แต่แล้วความเป็นผู้นำของโลกก็ถูกเปลี่ยนมือจากมุสลิมมาสู่ตะวันตก ด้วยกับความก้าวหน้าในความรู้ของการทำสงคราม
และศาสตร์ในเรื่องทางโลก

เมื่อความเสื่อมทรามอย่างสุดขีดของคริสตจักร โดยนักบวชที่แสวงหาประโยชน์ใส่ตน ได้บีบคั้น และกดขี่  ให้ตะวันตกในสมัยนั้น
 กล้ำกลืน กับความตกต่ำ และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาความรู้ ความเจริญก้าวหน้า

เพราะสถานการณ์เช่นนี้เอง นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามพัฒนาความเจริญด้านวัตถุ รวมทั้งทางด้านอุตสาหกรรม ให้เจริญรุ่งเรืองอย่างที่สุด
โดยละทิ้งคุณลักษณะทางด้านจิตใจ และความสัมพันธ์กับพระเจ้าของมนุษย์

เมื่อวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ความจริงให้กับโลกเห็น ถึงการพัฒนาการ ความเจริญ ทางด้านเทคโนโลยี ทำให้โลกมนุษย์เปลี่ยนแปลง .
และสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นำความมั่นใจมาสู่มนุษย์ว่า ปัญญาและเหตุผลของมนุษย์สามารถพิชิตธรรมชาติได้สำเร็จลงแล้ว

วิทยาศาสตร์ เจริญขึ้นโดยเป็นปฏิปัก ต่อแนวคิดทางด้านศาสนา และจิตวิญญาณ  โดยมีอิทธิพลครอบงำ ความเชื่อทางด้านศาสนา และ
พยายามที่จะหาเหตุผลมาสนับสนุนและลบล้างความเชื่อในพระเจ้าของมนุษย์   จนในที่สุดวิทยาศาสตร์ได้ถูกรวมเข้ากับอำนาจของรัฐ และ
ความเชื่อใน “กฎของพระเจ้า” ถูกท้าทาย และลบล้างด้วย “กฎของวิทยาศาสตร์”

 ดังคำพูดของเดการต์ บิดาของปรัชญาสมัยใหม่ของตะวันตกว่า..
   “กฎข้อแรกของข้าพเจ้าคือ...จะไม่ยอมรับอะไรว่าเป็นจริงถ้าหากข้าพเจ้าไม่ทราบแน่ชัด
 และจะไม่ยอมรับอะไรมากไปกว่าสิ่งที่ปรากฏอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง จนไม่อาจเป็นที่สงสัยได้อีกต่อไปในจิตใจของข้าพเจ้า....”


   ทอมัส ฮอบส์ นักคิดร่วมสมัยของเดการต์กล่าวว่า...

“ไม่มีอะไรเป็นจริงเท่าสสาร หากพระเจ้ามีจริง พระองค์ต้องมีร่างกายเป็นกายภาพ” หรือ
“เมื่อเราเราไม่สามารถเห็นกายภาพของพระเจ้าได้ พระเจ้าก็ไม่มีจริง”


แบร์ธีโลต์ นักปรัชญา และวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศษ ได้กล่าวว่าปราศัยต่อฝูงชนว่า
“ยุคแห่งศาสนาได้ผ่านพ้นไปแล้ว และในขณะนี้...ศาสนาถูกแทนที่ด้วย...วิทยาศาสตร์”

วิทยาศาสตร์ที่เป็นลักษณะเช่นนี้นั่นเองที่เป็นรากฐานของโลกยุคใหม่ ที่มีความเป็นทุนนิยมสุดขั้ว
และสนใจในแต่เรื่องของผลประโยชน์ภายนอก ที่จะทำให้มนุษย์จมดิ่งสู่หายนะ

ถึงแม้ว่าวิทยาศาสตร์จะสามารถขจัดความเชื่อทางด้านไสยศาสตร์ โบราณออกไปได้แต่มันก็ถูกจัดเป็น ความเชื่อทางด้านไสยศาสตร์ของยุคใหม่เช่นกัน 
เพราะความจริงแล้ววิทยาศาสตร์ไม่เคยเอาชนะศาสนาได้เลย ???

.....