๒๙. ท่องเที่ยว..สังขละบุรี (๒)

การได้นี่งเรือเที่ยวชม..วิวทิวทัศน์ และสถานที่สำคัญของ สังขละบุรี ในอดีต นับเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าจริงๆ ได้เก็บภาพความทรงจำ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับอำเภอชายแดนของจังหวัดกาญจนบุรี ยังมีสถานที่น่าเที่ยว อีกมากมาย

ฝนตกหนักทั้งคืน..ผมนอนไม่ค่อยหลับ รู้สึกแอร์ในห้องพักจะเย็นมากๆ เลยนอนฟังเสียงฝนอยู่ตลอด มองดูนาฬิกา เห็นว่าตีห้าครึ่งแล้ว เลยปลุกที่รักของผม ที่เธอนอนหลับสนิท เธอไม่ยอมลืมตา ได้แต่พูดพึมพำว่า จะไปใส่บาตรอย่างไรล่ะ ฝนตกหนักอย่างนี้ ผมก็บอกเธอว่า เดี๋ยวฝนก็คงเบาลง ถ้าตกพรำๆ เรากางร่มไปก็ได้...ผมพูดออกไปเหมือนปลอบใจตัวเอง..ที่ไม่อยากผิดหวัง มาถึงสังขละบุรีทั้งที ถ้าไม่ได้ใส่บาตรที่สะพานมอญ เสียดายแย่

หกโมงเช้า..ฝนซาเม็ด เราสองคน กางร่มเดินข้ามสะพาน มายังฝั่งหมู่บ้านชาวมอญ ติดต่อขอซื้อสำรับกับข้าวพร้อมผลไม้กับหญิงสาวชาวมอญคนหนึ่ง เธออำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี จัดหาให้เสร็จสรรพ ชุดละ ๑๐๐ บาท จัดวางไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย รอเวลาให้พระท่านเดินมาบิณฑบาต ในเวลา ๐๖.๓๐ น.

ระหว่างที่รอพระ เราไปหาอะไรรองท้องสักหน่อย ด้วยโจ๊กคนละชาม กาแฟคนละแก้ว เป็นกาแฟโบราณ รสชาติดีมากๆ ผมชอบการแต่งบรรยากาศภายในร้าน ดูเรียบง่าย แต่สะอาดมาก กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศและรสชาติอาหารเช้า เด็กเสริฟในร้านก็เดินมาบอกว่า พระมาแล้วครับ...

ฝนยังตกพรำๆ ผมพาสุดที่รัก..เดินมาที่โต๊ะใส่บาตรที่จับจองไว้ แทบไม่อยากเชื่อเลยว่า ขนาดฝนตกอย่างนี้ มีผู้คนมากมายมาจากไหนกันบ้างนะ ยืนเป็นทิวแถว อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และกางร่มกันทุกคน บ้างก็ถ่ายทำวีดีโอ ถ่ายภาพนิ่ง ดูขวักไขว่ คึกคักดีเหมือนกัน ไม่นานนัก พระคุณเจ้า ๔ รูป ก็เดินมาถึงที่เรายืนอยู่ และก็ต้องใส่บาตรอย่างรวดเร็ว เพราะ มีโต๊ะที่วางสำรับอาหารใส่บาตร ยังรอคิว อีกเยอะ

ผมเห็นพระคุณเจ้าที่เดินท้ายสุด จีวรของท่านเปี่ยกน้ำฝนชุ่มโชก ความที่ผมอยากได้ยินเสียงพระมอญว่าเป็นอย่างไร..ก็เลยถามท่านไปว่า....

“พระคุณเจ้า หนาวไหมครับ” ท่านตอบว่า..”ก็หนาวเหมือนกันนะโยม แต่ก็ชินแล้วล่ะ”

หญิงสาวชาวมอญ คนที่จัดอาหารใส่บาตรให้ผม มาเจรจาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ..การลงเรือ..หางยาว ไปเที่ยวชมวัดกลางน้ำ ผมก็บอกว่า ให้เตรียมเรือไว้ได้เลย..เดี๋ยวจะไปกราบพระเดชพระคุณหลวงพ่ออุตตะมะก่อน...เธอบอกเดินไปก็ได้ ผมโชคดีที่ไม่เชื่อเธอ เพราะ ระยะทางจากสะพานไปวัด ราว ๒ กิโลเมตร คงเดินไม่ไหวหรอก

ผมว่าจ้างรถปิคอัพ..ใกล้ๆร้านกาแฟนั่นแหละ เดินทางไปยังวัดวังก์วิเวการาม กราบหลวงพ่อ ได้สมความตั้งใจ ที่รอคอยวันนี้มานานแล้ว ผมสังเกตสีหน้าสุดที่รักของผม ดูเธออิ่มเอมและมีความสุขใจ ที่ได้มากราบหลวงพ่อที่เธอให้ความเคารพศรัทธา มาตลอด

วัดวังก์วิเวการาม ตั้งอยู่ตำบลหนองลู อยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เป็นวัดที่สร้างแทนวัดเดิม ซึ่งถูกน้ำท่วมจากการสร้างเขื่อนเขาแหลม กลับออกจากวัด มาได้ราว ๑ กิโลเมตร ก็ถึงเจดีย์พุทธคยา ศาสนสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ไว้เป็นที่สักการะของพุทธศาสนิกชน

รถปิคอัพมาส่งเราสองคนที่สะพาน..ไม่นานนัก..ก็ลงเรือได้เลย เพราะได้ติดต่อไว้แล้ว พอเรือขับเคลื่อน เราก็ไม่ลืมที่จะใส่เสื้อร่มชูชีพ ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม แต่ก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาพสองฝั่งแม่น้ำ ที่เลี้ยวลดคดเคี้ยว ไปรอบๆเกาะเล็กๆ ทั้งทิวไม้ และขุนเขา ตลอดจนละอองน้ำฝน ดูสวยงาม จับตาจับใจ

เรือหางยาว...ขับไม่เร็วมากนัก คนขับอธิบายว่า บริเวณท้องน้ำที่เรือแล่นอยู่นี้ อดีตเคยเป็นอำเภอสังขละบุรี..พอน้ำไหลหลากมา..ก็ย้ายอำเภอขึ้นไปข้างบนไกลกว่าจุดเดิมเกือบ ๑๐ กิโลเมตร

จุดประสงค์ของพลขับ..ต้องการพาเราไปชม..วัดใต้น้ำ.เมืองบาดาล ซึ่งก็รวมทั้ง วัดวังก์วิเวการาม วัดเก่า ก่อนจะย้ายมาสร้างใหม่ในปัจจุบัน ..วัดและโบสถ์เก่า ที่จมอยู่ใต้น้ำนั้น วันนี้ที่ผมเห็น ไม่จมน้ำแล้ว ตั้งเด่นเป็นสง่า เพราะว่าน้ำลดลงไปเยอะ นักท่องเที่ยวเดินกางร่มชมกันอย่างสบายใจ แต่ผมก็ไม่ค่อยจะสบายเท่าไหร่ ปวดหัวหนึบๆ สงสัยว่าจะมีไข้ เพราะยืนตากฝนใส่บาตรเมื่อตอนเช้า แต่ทำใจดีสู้เสือ ..เพื่อให้สุดที่รักได้ท่องเที่ยวพักผ่อนอย่างสบายใจ ยังไงก็ต้องขับรถกลับให้ได้...อย่างปลอดภัย

เรือหางยาว พาเราสองคนไปชมโบสถ์วัดสมเด็จเก่า อยู่บนเนินเขา เลยวัดจมน้ำมาเล็กน้อย ขึ้นจากเรือ ต้องเดินเท้าต่ออีกเล็กน้อย คนขับเรือบอกว่า หน้าน้ำจะสามารถนำเรือหางยาวไปจอดที่ตีนเขาได้เลย เดินนิดเดียวก็ถึงโบสถ์ ซึ่งเป็นโบสถ์ที่เก่าจริงๆ เห็นแล้ววิเวกวังเวงใจ อยากให้หน่วยงานราชการไปบูรณะบ้าง เพื่อให้ดูมั่นคงแข็งแรงมากขึ้น

การได้นั่งเรือเที่ยวชม..วิวทิวทัศน์ และสถานที่สำคัญของ สังขละบุรี ในอดีต นับเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าจริงๆ ได้เก็บภาพความทรงจำ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับอำเภอชายแดนของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งยังมีสถานที่น่าเที่ยว อีกมากมาย แต่วันนี้.... เวลาหมดเสียก่อน

เกือบเที่ยงแล้ว เก็บของ..เตรียมตัวเดินทางกลับ ตั้งใจว่าจะไปทานมื้อเที่ยงที่ทองผาภูมิ แต่ด้วยผมขับรถอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน..มื้อเที่ยงจึงกลายเป็นมื้อบ่าย..ยังดีว่า ได้ดื่มกาแฟสด ระหว่างทางที่ลงเขา ก่อนพ้นเขต สังขละบุรี..เข้าสู่อำเภอทองผาภูมิ อย่างน้อย..ก็ทำให้หูตาสว่างไสว..ไม่รู้สึกง่วงนอนแต่อย่างใด...

พอรถเข้าเขตเมืองกาญจน์ คนข้างๆถามว่า...อยากไปเที่ยวที่ไหนอีก..ผมก็เลยบอกเธอว่า..อยากไปไหว้พระหลวงพ่อโสธรที่ฉะเชิงเทรา ไม่ได้ไปนานแล้ว ใจก็คิดว่า ถ้าได้ไปจริงๆก็จะพาเธอผู้เป็นที่รัก ไปทานอาหารริมแม่น้ำบางปะกง...และต่อไป..ถ้ามีตังค์ก็จะพาเธอไปเที่ยวฮ่องกง... แต่ตอนนี้เอาแค่บางปะกง... ก่อนนะ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๙




























บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไดอารี่สีแดง



ความเห็น (0)