ภาพจิตรกรรมการกินเนื้อมนุษย์จากบราซิลถึงจุลปทุมชาดก ประไทย

ภาพจิตรกรรมการกินเนื้อมนุษย์จากบราซิลถึงจุลปทุมชาดก ประไทย

โดยวาทิน ศานติ์ สันติ 8/7/2559

วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 เฟสบุ๊กคฺแฟนเพจของศิลปวัฒนธรรมได้ลงคำแถลงการณ์ของ The University of Tübingen วันที่ 6 กรกฎาคม 2016 เรื่องหลักฐานของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลชำแหละร่างมนุษย์ผู้ตายเพื่อใช้เป็นอาหาร โดยพบชิ้นส่วนที่เป็นกระดูกที่มีการเจอะรู รอยบาก ซึ่งแสดงถึงขึ้นตอนการถลกหนัง การผ่า การสกัดไขกระดูก หลักฐานดังกล่าวพบที่ถ้า Toisieme แห่ง Goyet ประเทศเบลเยี่ยม อายุราว 4.05 - 4.55 หมื่นปีมาแล้ว จึงนำไปสู่ทฤษฎีที่ว่ามนุษย์กินเนื้อมนุษย์ด้วยกันที่เก่าที่สุด

จากนั้นทางเฟสบุ๊กค์แฟนเพจศิลปวัฒนธรรมได้นำภาพประกอบ ภาพพฤติกรรมการกินมนุษย์เมื่อปี ค.ศ 1557 ในบราซิล จากคำกล่าวอ้างของ ฮันส์ สตาเดน นักสำรวจชาวเยอรมัน ภาพพิมพ์โดย Théodore de Bry มีลักษณะของการลุมกินเนื้อมนุษย์ มีชิ้นส่วนของมนุษย์วางบนตระแกรงที่มีไฟสุมด่านล่าง มีคนคอยพัดวีเร่งไฟ ผู้คนที่ล้อมวงบ้างกำลังกิน บ้างกำลังถือชิ้นส่วนมนุษย์ ดูแล้วสยดสยอง ลักษณะเครื่องแต่งกายน้อยชิ้นไปจนถึงไม่มี น่าจะแสดงถึงชาวพื้นเมือง

ลักษณะของภาพการย่างชิ้นส่วนมนุษย์จากคริสต์ศตวรรษที่ 16 ของบราซิลทำให้ผมนึกถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถจากวัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี ที่ถูกเขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายและเขียนซ่อมในสมัยรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 5 เป็นภาพที่กล่าวถึงเหตุการณ์ในชาดกเรื่องจุลปทุมชาดก

จุลปทุมชาดก เรื่องย่อมีอยู่ว่า

ครั้นพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี ทรงมีพระราชบุตรพระนามว่า ปทุมราชกุมาร และมีพี่น้องรวมกันเจ็ดพระองค์ ต่อมาพระเจ้าพรหมทัตทรงเห็นพระราชกุมารพี่น้องเติมใหญ่เกรงจะชิงเอาราชสมบัติ จึงออกอุบายให้พี่น้องทั้งเจ็ดออกจากเมือง

พระประทุมราชกุมาร และน้องทั้งหกพร้อมกับพระชายาทุกพระองค์เดินทางไปยังป่าที่กันดาร ขาดอาหารพากันหิสโหยอดข้าวอดน้ำ จึงตกลงกันว่าจะสละพระชนม์ของพระชายาของตนไปทีละคน แล้วแบ่งเนื้อออกเป็นสิบสามส่วน

ปทุมราชกุมารเก็บส่วนที่ตนและพระชายาได้แต่เสวยเพียงส่วนเดียว อีกส่วนเก็บไว้ไม่เสวย จากนั้นพระราชกุมารทั้งหลายทรงปลงพระชนม์พระชายาทั้งหกสามารถประทังชีวิตได้หกวัน

ในวันที่เจ็ด เมื่อถึงคราวพระชายาของพระปทุมราชกุมาร พระองค์ไม่ได้ทำการปลงพระชนม์พระชายา แต่ทรงนำเนื้อในส่วนที่เก็บไว้หกส่วน (หกวัน)ให้กับน้อง ๆ ในวันรุ่งขึ้นพระองค์ก็พาพระชายาหนีไป

(อ่านไปอ่านมาไม่รู้จะบอกว่าพระโพธิสัตว์ฉลาดหรือโกงกันแน่)

ภาพจุลปทุมชาดก ตอนที่พระอนุชาของพระปทุมราชกุมารปลงพระชนม์พระชายาเพื่อเป็นอาหาร ในภาพจะเห็นการย่างศพที่ถูกตัดออกเป็นชิ้น ๆ โดยมีเพียงศรีษะและท่อนแขนวางบนตระแกรงที่สุมด้วยกองไฟจากด้านล่าง มีคนใส่ฟืนเพิ่งเร่งไฟ แต่ไม่เห็นภาพการกินชิ้นส่วนเนื้อมนุษย์ ที่ด้านขวาตอนบนของภาพ พระปทุมกุมารทรงใช้พระขรรค์กรีดพระชานุ (เข่า) เพื่อให้พระชายาดื่มพระโลหิตต่างน้ำดับกระหาย

ภาพจิตรกรรมการย่างชิ้นส่วนมนุษย์จากบราซิลอายุ พุทธศตวรรษที่ 21 (คริสต์ศตวรรษที่ 16) กับภาพจิตรกรรมการย่างชิ้นส่วนมนุษย์ในจุลปทุมชาดก วัดคงคาราม พุทธศตวรรษที่ 25 มีความสอดคล้องกันอย่างมาก นับตั้งแต่องค์ประกอบภาพ ในการล้อมวงตระแกรงย่างชิ้นส่วนมนุษย์ ชิ้นส่วนบนตระแกรงย่าง การใส่ฟืนการพัดเร่งไฟ แต่ต่างกันตรงที่ภาพของไทยมีความนุ่มนวลกว่า ไม่มีการการยกชิ้นส่วนมนุษย์ขึ้นกินสด ๆ ไม่งั้นภาพจากไทยคงจะสยองไม่แพ้กัน

ภาพจากจุลปทุมชาดกจาก น. ณ ปากน้ำ (2537). วัดคงคาราม. กรุงเทพฯ : ด่านสุทธาการพิมพ์. หน้า 29-30.

เรื่องนีแอนเดอร์ทัล และภาพการกินเนื้อมนุษย์ในบราซิลจาก เฟสบุ๊กค์แฟนเพจศิลปวัฒนธรรม เผยแพร่วันที่ 7 กรกฎาคา 2559 https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=915120...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ศิลปกรรมไทย



ความเห็น (0)