พาหมามาหาหมอ

sha kohyaochaipat
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ปล่อยให้ตัวเองหลับไหล…..ใต้แสงดาว

และยอมให้น้ำค้างพร่างพราว…..กอดไว้

ฟังเสียงคลื่นทะเล…..แทนบทเพลงกล่อมแห่…..หัวใจ

โอบกอดกระชับผืนทราย…..แทนสิ่งที่รักลับหาย…..จากลา


แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องทางหน้าต่างห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินในยามเช้า ช่างสดชื่นกระปรี้กระเปร่าทำให้พร้อมรับสถานการณ์และเตรียมพร้อมกับงานในวันใหม่จริง ๆ
คนไข้เริ่มทยอยกันมาเรื่อย ๆ ทั้งทำแผลและตรวจโรคทุกอย่างเริ่มคลี่คลายงานก็เริ่มสะสางเสร็จพวกดิฉันก็สนุกสนานกับงานไปตามประสาบุคลากรสุขภาพทันใดนั้นเองเสียงรถจักรยานยนต์ขับมาด้วยความเร็วจอดหน้าห้องอุบัติเหตุ “เอี๊ยดดดด” เสียงล้อยางเสียดสีกับพื้นถนนทุกคนเงยหน้าขึ้นมามองสบตากันพร้อมทั้งขาของทุกคนก็รีบก้าวเดินแกมวิ่งไปพร้อมกันเพื่อไปยังต้นกำเนิดของเสียงทันใดนั้นเองภาพที่เห็นทำให้ดิฉันและทุกคนตกใจและประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งหญิงต่างชาติผมสีบรอนซ์ทอง นัยน์ตาสีฟ้าแต่งกายด้วยเสื้อยืดกางเกงขาสั้นแต่เสื้อผ้าของเธอเต็มไปด้วยเลือดน้ำตาอาบ 2 แก้มเธอร้องให้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดและบอกดิฉันว่า “ ช่วยด้วย ช่วยสุนัขของฉันด้วยมันโดนรุมกัดช่วยมันด้วยดิฉันขอร้อง” ผู้หญิงชาวต่างชาติคนนั้นพูดไปร้องไห้ไปในอ้อมกอดของเธอมีสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลสีขาวเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยคราบเลือดสด ๆ สีแดงเปื้อนขนที่เป็นสีขาวละมุนเห็นแล้วน่าตกใจสลดหดหูและน่าสงสารมากทั้งเจ้าของและสุนัขเองเพื่อนของหญิงต่างชาติบอกว่า“ช่วยด้วยครับคุณหมอ สุนัขของเพื่อนโดนสุนัขไม่มีเจ้าของหลายตัวรุมกัดเขารักของเขามาก เขาโตมาด้วยกัน ไปไหนมาไหนไปด้วยกันตลอดเขาต้องอยู่ไม่ได้แน่ถ้าไม่มีมัน” หญิงต่างชาติยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ดิฉันเห็นภาพนี้แล้วช่างสะเทือนใจมากมายนักแต่ทว่าภาพที่เห็นคือสุนัขตัวนั้นน่าจะสิ้นลมไปแล้วแล้วเราจะทำอย่างไรดีเป็นหมอคนด้วย ไม่ใช่หมอหมาจะทำอย่างไรได้แต่คร่ำครวญในใจเพราะในชีวิตมีแต่รักษาคน ไม่เคยรักษาสุนัขเลย แต่ในสถานการณ์แบบนี้จะปฏิเสธได้อย่างไรดิฉันอธิบายเขาว่าที่นี่รักษาคนเท่านั้นแต่เขาบอกว่าช่วยดูให้หน่อยที่นี่ไม่มีสัตวแพทย์ในที่สุดก็ดิฉันปฏิเสธไม่ได้จริง ๆที่แย่ก็คือดิฉันเป็นมุสลิมซึ่งมีข้อห้ามเกี่ยวกับสุนัขไว้ด้วยกดดันมาก แต่เราต้องทำอะไรสักอย่างถึงอย่างไรเราก็ต้องรักษาแต่ที่เราต้องรักษาคือรักษาใจผู้หญิงต่างชาติคนนั้นต่างหากชีวิตทุกชีวิตมีความสำคัญเท่ากัน ไม่ว่าคนหรือสัตว์สัตว์ก็มีหนึ่งชีวิตเท่ากัน ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงคนนี้เพราะดิฉันก็เคยสูญเสียสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นที่รักเหมือนกันสัตว์เลี้ยงของดิฉันชื่อเจ้าตุ๊บเท่งเขาเป็นกระแตตัวเล็ก ๆ ตกจากต้นไม้ตั้งแต่แรกเกิดและดิฉันเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอยู่ด้วยกัน นอนก็นอนด้วยกัน เขาคุ้นมากรู้แม้กระทั่งชื่อของตัวเองเมื่อเรียกตุ๊บเท่งเมื่อไหร่ไม่ว่าจะวิ่งซนอยู่ที่ไหนได้ยินเสียงเรียกของดิฉันเขาจะวิ่งมาหาทันทีอยู่มาวันหนึ่งวันแห่งการพรากจากวันแห่งการเสียใจที่สุดของดิฉันเจ้าตุ๊บเท่งวิ่งเล่นซนกระโดดไปเกาะไหล่คนข้างบ้านที่เขาเข้ามาในบ้านเพื่อนบ้านไม่ทันตั้งตัวเขาตกใจรีบสะบัดเจ้าตุ๊บเท่งตกลงศีรษะกระแทกพื้นเสียงดังตุ๊บข้าพเจ้าเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างตกใจมากเจ้าตุ๊บเท่งดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้นดิฉันน้ำตาน้องหน้าเพราะรู้ว่าเจ้าตุ๊บเท่งต้องไม่รอดแน่ดิฉันรีบวิ่งเข้าไปใช้ฝ่ามือโอบกอดเขาขึ้นมาด้วยความรักความอบอุ่นสัมผัสอบอุนสุดท้ายที่ข้าพเข้าจะให้ตุ๊บเท่งได้เป็นครั้งสุดท้ายเขายังทุรนทุรายอยู่แต่เมื่อได้สัมผัสลงบนมือดิฉันและเขาได้ยินเสียงดิฉันเรียกเขาว่า“ตุ๊บเท่งหลับให้สบายนะลูก”สิ้นเสียงดิฉันตุ๊บเท่งก็สงบลงและจากไปอย่างสงบดิฉันร้องได้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดใช้เวลาถึง2วันดิฉันถึงดีขึ้นและดิฉันฝังศพตุ๊บเท่งไว้ใกล้บ้านเพื่อให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดเราเพราะเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็กจนโต อยู่ด้วยกันถึง2ปีด้วยความรักและความผูกพันธ์หลังจากนั้นข้าพเจ้าไม่กล้าเลี้ยงสัตว์ชนิดใดอีกเลยทำให้เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงคนนี้มากที่สุดดิฉันเริ่มต้นด้วยการบอกเขาว่าดิฉันจะดูให้และจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะโรงพยาบาลของเราไม่เคยรักษาสุนัขเขาเข้าใจแต่ก็ยังร้องไห้ไม่หยุดดิฉันเอาหูฟังมาเพื่อฟังหัวใจแต่ทว่าหัวใจสุนัขอยู่ตำแหน่งไหนละ คิดคนเดียวแต่ก็คิดว่าคงตำแหน่งใกล้เคียงกับคนนั่นแหละนะ ดิฉันเลยฟังเสียงหัวใจสุนัขให้เขาแต่ ไม่มีไม่เลย ไม่ได้ยินเสียงใดๆเลย เขาแน่นิ่ง ลิ้นคับปากทำไงดี บอกเขาอย่างไรดี เครียดมากไม่ต่างจากทำกับคนไข้ที่เป็นคนเลยดิฉันบอกเขาว่าเสียใจด้วยค่ะ สุนัขของคุณคงเสียชีวิตตั้งแต่ก่อนมา รพ แล้วเขาร้องไห้ฟูมฟายและบอกดิฉันว่าช่วยทำอะไรสักอย่างฉีดยาก็ได้ทำอะไรก็ได้ “ เอาละซิงานนี้ทำไงต่อดี” ทันใดนั้นดิฉันก็คิดว่าคงต้องทำตามขั้นตอนการ CPR ของเราแล้วละดิฉันบอกเขาว่าจะลองช่วยปั๊มหัวใจให้เขาตกลงแต่ทว่าทำอย่างไรดี “ปั๊มหัวใจหมา”ดิฉันคิดใจใจก็นึกขำตัวเองในใจแต่ก็ขำไม่ออกหมอหมาหรือนี่ในที่สุดก็ปิ๊งไอเดียสุนัขตัวเล็กต้อง CPRแบบของเด็ก ดิฉันเริ่มต้นด้วยการใช้สองนิ้วมือกดบริเวณชายโครงซ้ายของสุนัข1 และ 2 และ3 และ 4 ไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดเหมือนจะประสบความสำเร็จ จากสุนัขที่แน่นิ่งเหมือนจะเริ่มมีลมหายใจแต่ดิฉันไม่ได้เม้าทูเม้าหรอกนะค่ะดิฉันเอาหูฟังแนบชายโครง “ พระเจ้า” ได้ยินเสียงหัวใจเต้นจริง ๆ เจ้าของสุนัขเห็นเขาดีใจมากเริ่มมีความหวังเล็ก ๆทันใดนั้นมีเสียงคนพูดมาจากทางด้านหลังว่า “ ลองพาไปหาหมอที่คลินิกสัตวแพทย์ที่บ้านท่าเขาดูเขาไม่มีหมออยู่แต่เขามียามีคนอยู่ตลอดเผื่อช่วยอะไรได้บ้าง” เมื่อได้ยินดังนั้น ดิฉันคิดว่าเมื่อเราช่วยฟื้นคืนชีพสุนัขให้เขาสำเร็จแล้วดิฉันได้แนะนำให้เขาพาไปคลินิกสัตวแพทย์ตามคำแนะนำดังกล่าวเขาดีใจมากสายตาดูมีความหวังแต่ดิฉันรู้ว่ายังไงความหวังก็ริบหรี่เหลือเกินสุนัขของเขาหายใจรวยรินเหลือเกิน แต่เพื่อซื้อเวลาเพื่อให้เขาได้ทำใจและให้เขาได้ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงที่เขารักเขาจะได้รู้สึกว่าเขาทำดีที่สุดแล้วเพื่อสัตว์เลี้ยงที่เขารักเขาขอบคุณดิฉันมากมายและรีบพาสุนัขออกไปจากโรงพยาบาลหลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงเขากลับมาอีกครั้งพร้อมเพื่อนของเขาคนเดิมและมาบอกดิฉันว่า “ สุนัขของเขาเสียชีวิตแล้วและเขาทำใจได้แล้วเพราะเขาทำดีที่สุดแล้วแม้ไม่สามารถช่วยชีวิตสุนัขของเขาไว้ได้”และขอบคุณดิฉันมาก ๆ ที่ไม่รังเกียจสุนัขของเขาขอบคุณที่ช่วยสุนัขของเขาอย่างเต็มที่ดิฉันยิ้มและให้กำลังใจเขาและบอกเขาว่าทุกชีวิตมีค่าดิฉันเข้าใจความรู้สึกของเขาเป็นอย่างดี เธอยิ้มให้ดิฉันและพวกเขาก็กลับไปถึงแม้ดวงตายังเศร้าแต่ก็ยังมีรอยยิ้มเล็ก ๆทำให้ดิฉันรู้สึกดีขึ้นดีใจที่อย่างน้อยเราก็ได้ช่วยให้เขาได้รู้สึกภูมิใจที่เขาได้ทำดีที่สุดเพื่อสัตว์เลี้ยงที่เขารักอย่างน้อยได้ลดความโศกเศร้า เสียใจไปบ้าง และดีใจที่ได้รักษาใจของคนคนหนึ่งให้พร้อมยอมรับกับการพรากจากได้ดิฉันเดินกลับเข้าไปในตึกน้องๆที่เข้าเวรด้วยกันถามว่ามีอะไรค่ะพี่ ดิฉันบอกน้องไปว่า “ไม่มีอะไรจ้าแค่มีคนพาหมามาหาหมอแค่นั้นเอง”ทุกคนทำหน้างง ดิฉันจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พวกเขาฟังทุกคนต่างยิ้มให้กันอย่างมีความสุขพร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่โรงพยาบาลของเราสามารถช่วยได้ทั้งคนทั้งน้องหมา…………………………


...........................................น้ำทิพย์









บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน sha kohyaochaipat



ความเห็น (0)