เป็นกำลังใจให้กันและกัน

sha kohyaochaipat
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันนี้ไปทำงานตั้งแต่เช้า ด้วยความเร่งรีบอากาศตอนเช้านี้สดใส ด้วยแสงแดดอุ่นๆ ส่องมากระทบกับผิวรู้สึกได้ถึงความสดชื่นและอบอุ่น ระหว่างเดินทางไปทำงานก็ได้แต่คิดว่า วันนี้คนไข้เบาหวานจะมีน้ำตาลในเลือดสูงกันกี่คนน้า ... คิดด้วยความห่วงใยผู้ป่วยเบาหวานที่เปรียบเสมือนเป็นญาติของตัวเอง ที่ได้ดูแลผู้ป่วยเบาหวานมานานถึงปีที่ยี่สิบแล้ว เฮ้อ แต่ก็เอาเถอะยังงัยก็พยายามต่อไปที่จะช่วยให้เขาควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ได้

วันพฤหัสเป็นวันคลินิกเบาหวานฉันจะมาทำงานเร็วกว่าวันอื่นเพื่อจะได้มาให้บริการและทำกิจกรรมกลุ่มในผู้ป่วยเบาหวานก่อนตรวจ
ระหว่างทางเดินไปเก็บสัมภาระในห้องบัตรผู้ป่วยเบาหวานก็ยิ้มทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสฉันรับรู้ได้ว่าผู้ป่วยมีความรู้สึกดีๆความปรารถนาดีที่มีต่อกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ป่วย

“วันนี้เรามาทำกลุ่มโภชนาการกันน๊ะ”ฉันพูดกับผู้ป่วยเบาหวานที่นั่งรออยู่หน้าห้องตรวจ ขณะนั่งทำกลุ่มโภชนาการผู้ป่วยเบาหวาน มีหญิงวัย 50ปี เดินผ่านมาแล้วมองมาที่ฉันแล้วเดินผ่านไปฉันรับรู้ได้ว่าหญิงวัย50 ปีคนนั้นคงมีอะไรจะปรึกษาหรือพูดคุยอะไรซักอย่างแต่ดูเหมือนจะเกรงใจ ก็คิดว่า ขอทำกลุ่มให้เสร็จแล้วจะไปหาทันทีฉันก็กังวลอยู่เหมือนกันว่าเขาจะกลับบ้านไปก่อน ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจขออนุญาตผู้ป่วยเบาหวานไปหาหญิงวัย 50 ปีแล้วฉันก็ถามว่า “มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าค่ะ” จ๊ะจะมาปรึกษาน้องดาเรื่องลูกชายคนโตแต่ไม่เป็นไรหรอกน้องดากำลังยุ่งอยู่ ถ้าอย่างนั้นจ๊ะรอประมาณ 30 นาทีน๊ะ จ๊ะนาก็พยักหน้าพร้อมกับบอกว่าค่ะ ขอบคุณมากน่ะน้องดา วันนี้ผู้ป่วยเบาหวานก็มีน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์ ก็หลายคน แถมยังควบคุมไม่ได้ต่อเนื่องกัน 2-3 เดือนก็น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามฉันก็ได้แต่คิดว่าจะดูแลผู้ป่วยทุกกลุ่มให้ดีที่สุด เมื่อทำกลุ่มเสร็จเรียบร้อยฉันก็รีบเดินไปหาหญิงวัย50 ปีทันที

ฉันเดินไปนั่งใกล้กับหญิงวัย 50 ปีพร้อมกับกล่าวเชิญไปคุยกันในห้องให้คำปรึกษา“จ๊ะเป็นสรรพนามรียกแทนพี่สาวของชาวมุสลิมในพื้นทีนี้” จ๊ะนามองสบตาดิฉันด้วยแววตาที่ฉันรับรู้ได้ว่า มีความกังวลใจ จ๊ะมาขอคำปรึกษาน้องดา แต่เห็นน้องดายุ่งมากก็เรื่องตาอู๊ดไม่ยอมนอน พูดคนเดียวอีกแล้ว จ๊ะไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว จ๊ะนาได้บอกถึงเรื่องราวที่ตนเองที่กังวลใจ

จ๊ะนา ป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้าย สามีเสียชีวิตแล้วเมื่อ2 ปีที่ผ่านมาด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะนามีลูกชาย 2 คน คนโตป่วยด้วยโรคจิตเภท ส่วนน้องชายติดสารเสพติด จ๊ะนาเคยบอกฉันว่า มีคนถามว่าทำไมจ๊ะนาถึงมีจิตใจที่เข้มแข็งได้ขนาดนี้ จ๊ะนาบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราต้องเจ็บป่วยและตาย พระเจ้าให้เราอยู่ได้แค่ไหนก็ไม่อาจฝืนได้สิ่งนี้แหละที่ทำให้จ๊ะไม่ต้องกังวลใจอะไรอีกแล้ว

ในช่วงนี้จ๊ะนาต้องมานอนโรงพยาบาลบ่อยครั้งด้วยการดำเนินของโรคในระยะสุดท้าย พูดกับฉันด้วยเสียงเศร้าว่าเป็นห่วงตาอู๊ดมาก จ๊ะไม่อยู่ซักคนต่อไปไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้างไม่ได้พูดถึงความทุกข์ทรมานของร่างกายตนเองเลยฉันได้แต่ให้กำลังใจ พร้อมบอกว่าจะช่วยดูแลจัดการให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง สีหน้าของจ๊ะนาเปลี่ยนทันที มีรอยยิ้ม แววตามีความหวัง ฉันรับรู้ได้ว่าจ๊ะนารู้สึกสบายใจขึ้นหลังจากได้รับคำยืนยันเรื่องบุตรชายคนโตที่แกเป็นห่วงมาก “จ๊ะรู้สึกดีใจมากที่น้องดาช่วยเหลือ จ๊ะไม่เป็นห่วงอะไรแล้วเป็นห่วงแต่ตาอู๊ดคนเดียว” ฉันแตะบริเวณหลังมือจ๊ะนาเพื่อให้กำลังใจ

ในช่วงบ่ายฉันและเพื่อนร่วมสหวิชาชีพก็ออกเยี่ยมบ้านเพื่อไปติดตามอาการตาอู๊ดทันที “ตาอู๊ด”เสียงฉันเรียก สายตาของตาอู๊ดมองด้วยแววตาไม่ค่อยเป็นมิตร ใบหน้าดุ อารมณ์เกรี้ยวกราด พูดด้วยน้ำเสียงก้าวร้าว ขู่จะทำร้ายน้องชาย

ตาอู๊ดเดิมเป็นคนมีนิสัยกตัญญู ดูแลยาย หุงหาอาหารให้ยายสม่ำเสมอ มีจิตใจโอบอ้อมอารีแต่ในวันนี้ตาอู๊ดได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้วจากการรับประทานยาไม่ต่อเนื่อง ขาดคนดูแล

เช้าวันต่อมาฉันได้ประสานทีมงานผู้นำชุมชนให้นำตาอู๊ดมาโรงพยาบาลเพื่อเตรียมส่งโรงพยาบาลจิตเวชตาอู๊ดไม่ยอมไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงโรงพยาบาลแพทย์สั่งยาฉีดพื่อให้สงบก่อนส่งต่อ ตาอู๊ดวุ่นวายจนต้องประสานงานให้หาทีมมาช่วยจับ หลังจากตาอู๊ดสงบได้ส่งต่อไปโรงพยาบาลจิตเวชด้วยความปลอดภัยคงเป็นความโชคดีของตาอู๊ดมีญาติเป็นพยาบาลพร้อมอาสาไปส่งที่โรงพยาบาลจิตเวชด้วยตนเองทำให้การส่งต่อครั้งนี้ดำเนินไปได้เรียบร้อยไม่ติดขัด

ทุกวันที่จ๊ะนามาทำแผลที่โรงพยาบาล จะพูดถึงตาอู๊ดทุกวัน พร้อมบอกกับฉันว่า“จ๊ะหมดห่วงเรื่องตาอู๊ดแล้ว โทรถามอาการตาอู๊ดทุกสัปดาห์ บางครั้งตาอู๊ดก็โทรหาบอกว่าแม่ไม่ต้องเป็นห่วงผมสบายดี” จ๊ะนาเล่าด้วยความดีใจ

เช้าวันนี้ช่างเป็นวันที่แสนจะวิกฤติมากสำหรับฉัน รู้สึกเหนื่อย หมดเรี่ยวแรง ในการทำงานจากการทำงานดึกดื่นต่อเนื่องกันระหว่างนั่งถอนหายใจต่อเนื่องกันหลายครั้งนั้นมีจ๊ะนา เดินเข้ามาพร้อมปากกาสีเทา 3 ด้ามบรรจุเป็นแพ็ค ยื่นให้ฉันพร้อมกับกล่าวคำอวยพรปีใหม่ให้กำลังใจฉันในการทำงานพร้อมทั้งชื่นชม จนทำให้ฉันคิดว่าวันนี้เรี่ยวแรงที่หมดไปในการทำงานนั้นกลับฮึดสู้เมื่อได้กำลังใจจากผู้ป่วยทั้งที่ตัวเองป่วยเข้าสู่ระยะสุดท้ายของชีวิตด้วยซ้ำยังอุตส่าห์มาให้กำลังใจ ฉันกล่าวขอบคุณจ๊ะนาที่ให้กำลังใจทั้งที่ตัวเองก็ทุกข์ทรมานไม่น้อย เฮ้อ....สดชื่นเป็นกำลังใจให้กันน๊ะ


รจนา จันทรักษ์


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน sha kohyaochaipat



ความเห็น (0)