แม้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อน้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี นัยว่าเป็นการบริการแก่ประชาชน แต่ก็มีท้องถิ่นหลายแห่งเริ่มหันมาใส่ใจกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพ ให้ประชาชนมีร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย
ที่เทศบาลตำบลพระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกแห่งหนึ่ง ที่มุ่งสร้างเสริมสุขภาวะให้เกิดขึ้นในชุมชน โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการออกกำลังกาย จึงได้จัดทำโครงการ “จักรยานชุมชนพระแท่น รักษ์โลก รักสุขภาพ”เพื่อสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการใช้จักรยานและรักการเดินในชีวิตประจำวัน ภายใต้ ชุดโครงการชุมชนจักรยานเพื่อสุขภาวะ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม (สำนัก6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานและใช้จักรยานเป็นพาหนะดินทางในชีวิตประจำวันให้ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย
สำหรับพื้นที่เทศบาลตำบลพระแท่นมีลักษณะเป็นเมืองกึ่งชนบท อยู่ห่างจากจังหวัดกาญจนบุรีไปทางตะวันออกประมาณ 35 กิโลเมตร มีพื้นที่ 10.6 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ครอบคลุม 12 หมู่บ้าน มีจำนวนประชากร 6,012 คน ใน 1,830 ครัวเรือน มีถนนหนทางเอื้อต่อการเดินทางโดยใช้จักรยานพอสมควร
ทรงศักดิ์ โชตินิติวัฒน นายกเทศมนตรีตำบลพระแท่น กล่าวว่า เดิมทีในชุมชนมีกลุ่มคนออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานกันอยู่แล้ว ประกอบกับกระแสการปั่นจักรยานกำลังแพร่หลาย ทำให้มีคนปั่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ สสส. มีโครงการเรื่องจักรยาน ทต.พระแท่น จึงสนใจเข้าร่วมโครงการ เป็นการจุดประกายให้เกิดการรวมกลุ่มกันขึ้น และจัดกิจกรรมปั่นครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 ส.ค.2557 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชีนาถ และใช้โอกาสนี้จัดตั้งชมรมจักรยานเทศบาลตำบลพระแท่นขึ้น มีผู้มาร่วมปั่นและสมัครเป็นสมาชิกกว่า 200 คน ปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 325 คน ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ครอบคลุมคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งมีสมาชิกที่อายุน้อยสุดคือ 14 ปี และมากสุด คือ 82 ปี
“เดี๋ยวนี้มีผู้สนใจปั่นจักรยานออกกำลังกายกันอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เทศบาลก็จัดกิจกรรมปั่นจักรยานอยู่หลายครั้งตามโอกาสและเวลา บางครั้งเราปั่นจักรยานในช่วงเย็นได้พบกับคนที่ปั่นจักรยานด้วยกัน เราก็ถามว่า “จะปั่นไปไหนกัน” เขาก็ตอบว่า “ปั่นซ้อมรอเทศบาลจัดกิจกรรมปั่นอีก จะได้มีแรงไปปั่นด้วย” เราก็รู้สึกดีใจที่เขาพร้อมที่จะเข้าร่วมกิจกรรมตลอดเวลา ส่วนพฤติกรรมการใช้จักรยานในการเดินทางแทนพาหนะอื่นนั้น เราพบว่า หากเดินทางไม่ไกลมากส่วนใหญ่คนจะปั่นจักรยานมากกว่าการใช้มอเตอร์ไซค์บ้างแล้ว”
นอกจากนี้ สิ่งที่ตามมาหลังจากการส่งเสริมการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพของเทศบาลตำบลพระแท่น คือการมีกิจกรรมสันทนาการรวมกัน ช่วยลดความขัดแย้งในชุมชน เพราะเมื่อก่อนอยู่ต่างหมู่บ้าน เห็นหน้าแต่ไม่เคยคุยกัน พอมาปั่นจักรยานด้วยกันทำให้ทุกคนหันมาคุยกัน สร้างพลังการมีส่วนร่วม เพราะจักรยานมันทำให้ทุกคนเท่ากันหมด
ที่สำคัญ ยังเกิดผลพลอยได้จากการทำโครงการปั่นจักรยานของเทศบาลตำบลพระแท่นด้วย เมื่อชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่อยากเห็นชุมชนตัวเองสะอาด ปราศจากขยะเรี่ยราด ลุกขึ้นมาเป็นผู้พิทักษ์ความสะอาด กำจัดขยะให้พ้นจากชุมชน โดยเรียกตัวเองว่า “ตำรวจขยะ”
ช่วงเย็นของวันที่ 2 ของทุกเดือน ตำรวจขยะทั้ง 19 นาย จะถีบสองล้อคู่ใจ “จักรยาน” ที่มีถุงใบใหญ่ติดอยู่หลังเบาะพร้อมทั้งอุปกรณ์เหล็กแทงขยะ ออกตรวจทุกซอกทุกซอย เพื่อตรวจจับขยะที่มีผู้ทิ้งไว้สองข้างทาง ชิ้นไหนเก็บขายได้ก็จะคัดแยกไว้แล้วนำไปขาย แต่ไม่ใช่ว่าจะเก็บแค่อันที่ขายได้ อันที่ขายไม่ได้ก็เก็บไปทิ้งลงถังขยะด้วย
สมคิด พระแท่น แกนนำตำรวจขยะแห่งพระแท่น เริ่มต้นเล่าด้วยคำถามว่า ทำไมจึงปั่นจักรยานไม่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ ก็เพราะเวลาออกทำงานก็เหมือนได้ออกกำลังกายไปในตัว ดีต่อสุขภาพ ไม่ต้องเสียเงินเติมน้ำมันให้สิ้นเปลือง เจอเพื่อนๆ ก็ได้พูดคุยสนุกสนาน งานที่เธอทำก็ทำด้วยจิตอาสาด้วยความเต็มใจ
“แรกๆ เก็บได้เยอะมาก เดี๋ยวนี้เก็บได้น้อย ได้วันละไม่กี่ชิ้น เพราะทุกคนจะรู้สึกอายหากหน้าบ้านของตัวเองมีขยะ เขาจะเก็บกันเองโดยไม่ต้องรอตำรวจขยะมาเก็บให้ เวลาออกตรวจก็แข่งกันเก็บไปถนนเพียงเส้นเดียวในหมู่ 1 เราจะเก็บแค่หมู่บ้านของเรา ไม่เก็บนอกเขต เพราะอยากให้เขาทำเหมือนกับเราบ้าง” สมคิด เล่า
เธอมักบอกให้ทุกคนว่าไม่ต้องอายที่เก็บขยะ เพราะขยะมีค่า อันไหนขายได้ ก็บอกให้คัดแยกไว้ขาย เช่น ขวดน้ำพลาสติก ขายได้กิโลกรัมละ 20 บาท กระป๋องน้ำอัดลมขายได้ใบละ 50 สตางค์ คัดแยกไว้ขายดีกว่าทิ้งไปเปล่าๆ แม้จะเป็นเงินเพียงน้อยนิด แต่ก็ไม่ได้ลงทุนอะไรเลย
“เราทำแล้วมีความสุข ทำด้วยใจ ไม่ได้มีเงินประจำตำแหน่ง บางครั้งเราได้เห็นรอยยิ้ม หรือน้ำใจเวลาที่เราไปเก็บขยะแล้วมีคนเอาน้ำมาเอาขนมมาให้เราก็มีความสุขแล้ว เราทำด้วยจิตอาสาเพราะไม่รู้ว่าคนรุ่นหลังจะทำแบบเราไหม เพราะเราเสียดายที่มาทำตอนอายุมากแล้ว” สมคิด เล่า
นี่คือคุณูปการของการปั่นจักรยาน โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ริเริ่ม และเชื่อมประสาน สร้างการมีส่วนร่วม จนเกิดกิจกรรมดีๆ ผู้คนมีสุขภาพกายแข็งแรง จิตใจแจ่มใสกันถ้วนหน้า
ดีจังค่ะ...
มีดอกผักชีมาปันใจ..ด้วยคน..เจ้าค่ะ..รักเมืองกาจน เจ้าค่ะ...