GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การทำงานทางกาย.....เชื่อมโยงกับการฝึกจิต

หากคนเรารู้จักการทำงานแล้วนำไปเชื่อมโยงกับฝึกจิตแล้ว จะนำผลดีมาสู่พลานมัยของตนเอง ฝึกบ่อยๆจนเกิดความเคยชิน อย่างน้อยก็จะไม่เป็นความจำเสื่อม
 

ตื่นเช้ามา  อากาศเย็นสบาย  ทำให้จิตใจร่าเริง  คิดอ่านอะไรก็คิดได้คล่องแคล่วว่องไว  นั่นเป็นอาการของคนปกติทางกายและทางใจ

บางคนตื่นเช้ามา  เดินออกมาถึงรถแล้ว  " อ้าว ! ลืมกุญแจรถมาด้วย "  หรือ  บางคนซื้อของที่ตลาด  เปิดกระเป๋าหยิบเงินให้แม่ค้า  พอได้เงินทอน  เก็บเงินทอนใส่กระเป๋า  แต่ลืมสิ่งของที่ซื้อไว้ก็มี

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น  คนเรามีสมองที่จะกักเก็บเรื่องราวต่างๆ  ซึ่งมีมากมาย  มันเต็มอยู่ในสมองเรากระนั้นหรือ  มิน่าเล่า  เราถึงลืมโน่นลืมนี่กันอยู่เป็นประจำ

แต่...ไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวมาเลย  สมองของคนเรามีรอยหยักที่เก็บเรื่องราวต่างๆได้เป็นอย่างดี  มีหน้าที่เหมือนลิ้นชักตู้แบบนั้นเลย  มีมากมายที่จะจัดเก็บไว้ให้เป็นหมวดหมู่  หากเจ้าของสมองรู้จักการปฏิบัติกับสมองแล้ว   คิดว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เสียหายดังกล่าวมาแล้วในตอนต้นจะไม่เกิดกับเจ้าของสมองนั้นเลย

เราต้องรู้จักการทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถูลิ้นชักโต๊ะเหล่านั้นให้สะอาด จัดเก็บสิ่งของให้ดูดี  สามารถหยิบจับสิ่งของได้สะดวกแล้ว  โต๊ะตัวนั้นก็จะสมบูรณ์  ควรค่ากับการเก็บรักษาไว้

 

ครูอ้อยเป็นครู  ครูมีหน้าที่จัดการเรียนรู้และประสบการณ์ให้แก่นักเรียน  ให้เป็นคนดี  คนเก่งและทำงานอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

ดังนั้น  ครูอ้อยต้องคำนึงถึง..เรื่องที่จะต้องฝึกให้นักเรียนมีสมองเจริญเติบโตตามวัย  มีความคิด  สร้างสรรค์  ตลอดจนรู้จักคิด  คิดคล่อง คิดหลากหลาย  คิดละเอียด  คิดชัดเจน  คิดถูกทาง  คิดอย่างมีเหตุผล  คิดกว้าง คิดลึกซึ้ง  คิดไกล   ให้อยู่ในตัวนักเรียนให้จงได้

วิธีที่จะฝึกนั้นต้องแยบคาย  มีแรงจูงใจ  และไม่ให้นักเรียนได้รู้ตัว   อย่างเช่นในภาพ  นักเรียนหญิงคนนี้เดินมาเห็นครูอ้อยกำลังพิจารณาการทำพวงกุญแจที่ร้อยลูกปัดสีสวยเป็นกลมๆคล้ายตะกร้อ  เธอสนใจมาก  และอยากทำเป็น

ครูอ้อยคิดออกทันทีว่า  นี่เป็นหนทางหนึ่งที่จะฝึกปฏิบัติทางกาย...เชื่อมโยงกับการฝึกจิตให้นักเรียน  ได้เลย

สถิติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการวิ่งเล่นชนกันนั้นก็จะลดน้อยลง

นักเรียนมีความรู้ในการปฏิบัติงานได้อย่างชัดเจน....เป็นรูปธรรม

ลดจำนวนชั่วโมงเรียนนั้น  และนำเวลาเรียนของวิชานั้นมาเสริมวิชาหลักได้เลย

แต่บันทึกนี้  ไม่ได้มุ่งเน้นที่วิธีการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนเท่านั้น  บันทึกนี้กลับมีวัตถุประสงค์กว้างกว่านั้น  กว้างกว่าที่จะคิดว่าเป็นหน้าที่ของครูที่จะนำวิธีนี้ไปปฏิบัติกับนักเรียนเท่านั้น

ในทำนองเดียวกัน........การทำงานทางกาย...เชื่อมโยงกับการฝึกจิต...เป็นเรื่องที่สำคัญต่อคนในชาติอย่างถาวร  หากทุกคนมีจิตปกติ  มีจิตที่แข็งแรง  มีจิตที่อดทนและกล้าแกร่งทั่วทุกตัวคนแล้ว  เชื่อว่า.... ชาตินั้นจะมีคนที่สมบูรณ์ทั้งกาย..วาจา...และใจ มีประโยชน์ต่อการใดๆ  ต่อไปอย่างถาวร  เช่นกัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 60968
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 10
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (10)

 Elephantสวัสดีครับ ครูอ้อย

  • มาอ่านเป็นคนแรกอีกแล้วครับ
  • เชิญ เชิญร่วมแซว Mr_jod  ได้ที่นี่ครับ
  • ต้องฝึกสมองบ่อยๆ ความจำจะได้ดีครับ

 







คุณจ๊อดคะ

  • เรียบร้อยแล้วค่ะ 
  • อ่านก่อนมาบันทึกนี้และ
  • ได้ไปอ่านบันทึกคุณบอนสะใจมาก
  • ขอ M ค่ะ
  • M ได้แล้วครับ
  • เขียนบันทึกแล้ว
  • อ่านของครูอ้อยคนแรกแล้วด้วย
  • คืนนี้ นอนดึก พรุ่งนี้ตื่นสายได้ครับ

สวัสดีค่ะคุณจ๊อด

  • อ่านแล้วได้ข้อคิดบ้างไหมล่ะ 
  • สรุปให้ครูอ้อยอ่านบางได้ไหม  เผื่อท่านอื่นๆอ่านด้วยนะคะ 
  • แล้วอย่านอนดึกมากนัก  อากาศเปลี่ยนแล้วจะไม่สบาย 
  • นี่เป็นเสียงคนไข้พูดกับพยาบาล  อิอิ
  • แวะมารายงานตัวค่ะ  ว่า เป็นคนที่ขี้ลืมสุดๆคนนึง  อิอิ ^__* แถวๆนี้เค้าจะเรียกว่า  เอ๋อ..  หรือ error ค่ะ
  • อ่านบันทึกนี้แล้ว  ทำให้นึกว่า...ต้องไปทำ 5 ส กับสมองบ้างแล้วหละค่ะ

คุณ  [email protected]

[email protected]คิดเห็นที่จะทำกิจกรรม 5 ส

  • มีพี่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า
  • คนเรามีจิตสำนึกอยู่ประมาณ 7 %
  • มีจิตใต้สำนึก 93 %
  • ทุกวันนี้คนเราทำอะไรภายใต้จิตสำนึก 7 %
  • ดังนั้น ถ้าคนเราไม่มีสติ จิตใต้สำนึกจะเริ่มทำงานทันที
  • จึงมีเรื่องเล่าว่า  คนที่ดื่มเหล้าแล้วเมา ทำไมเค้ากลับบ้านได้  คำตอบก็คือ เมื่อขณะขับรถนั้นจิตสำนึก(มันลงขวดไปแล้ว) ไม่ได้ทำงาน จิตใต้สำนึกจึงสั่งให้ขับรถไปตามที่เคยทำ ดังนั้นคนที่เมาจึงกลับบ้านได้ แต่อย่าถามว่ากลับได้อย่างไร....อิอิ
  • ว่าแต่ว่า......วันนี้หนูจะกลับเชียงใหม่ได้ด้วยจิตสำนึกหรือจิตใต้สำนึก เพราะขณะนี้...ใจมันโบยบินไปไหน...ม่ายรู้...อิอิ
  • ครูอ้อยอยากโทร.หาน้องอ๊อบ 
  • กลัวว่าจะรบกวน 
  • คุณจ๊อดบอกว่าน้องอ๊อบออนไลน์ตอนเย็น 
  • ครูอ้อยก็รอ M จากน้องทั้งคืน  รอจนตีสี่เลยนอน  ถามคุณจ๊อดดู  เรากู๊ดบายกันตอนตีสี่กว่า 
  • และคิดถึงน้องอ๊อบมากและมีเรื่องจะบอก  คืนนี้คงเข้ามาหาครูอ้อยนะ 
  • มาเติมพลังใจให้กันนะ 
  • แอบรักในบันทึกของครูอ้อยโหยหวลจริงๆ
  • เขียนไม่ถูกแล้วความดีใจ   เขียนไปตามจิตใต้สำนึกนะนี่
  • ขอบคุณค่ะ
วันนี้กลับถึงเชียงใหม่สองทุ่มครึ่ง จะนั่งทำงานเป็นเพื่อนครูอ้อยและอ่านหนังสือเป็นเพื่อนคุณจ๊อด(ถึงเช้า)นะคะ
  • ได้เลย  รอสมาชิกอยู่เลย  เมื่อไรจะเข้ามา  เงียบหาย 
  • วันนี้ทำการบ้านได้นิดเดียว 
  • คืนนี้คงจะทำได้เยอะอากาศไม่ร้อนในตอนกลางคืน 
  • สมองปลอดโปร่งดี
  • ขอบคุณที่คิดถึง