๔๑๗. .....ต้องปรับกระบวนการเรียนรู้....

ตราบใดที่ครูยังไม่ได้คลุกคลีอยู่กับเด็ก ยังออกนอกโรงเรียน ยังรายงาน เอกสาร ตามนโยบายของต้นสังกัดอยู่ การศึกษาไทย ก็คงทำได้แค่ ปรับโครงสร้าง..

โครงสร้างใหม่ กับ นโยบายใหม่..เปิดเทอมมา ครูโรงเรียนใหญ่..บางโรงแทบจะยังไม่ได้สอนอะไรเลย ครูวิ่งประชุมเสาร์อาทิตย์ ผู้บริหารไปประชุมที่เขตฯ ขาดการนิเทศติดตามงานในโรงเรียน แก้ปัญหาในโรงเรียนได้ไม่ต่อเนื่อง...

ครูประชุมสัมมนา..วันหยุด...ก็เอางานที่สั่งในที่ประชุม..มาทำในวันธรรมดา (ฮา) นี่คือส่วนหนึ่ง(หรือเปล่า) ของนโยบายคืนครูสู่ห้องเรียน....ในประเทศของเรา

เราคิดโครงการใหญ่ๆมากมาย บางทีคิดใหม่ทำใหม่ คิดหัวปีท้ายปี แล้วก็อบรมกันที่ส่วนกลางบ้าง ต่างจังหวัดบ้าง และก็ที่เขต เราคิดว่าทุกโครงการฯตอบโจทย์ คือ ให้ประโยชน์แก่โรงเรียน แต่ผมกลับมองว่า..ได้เพียงกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น ยังห่างไกลตัวเด็ก ที่เราหมายมั่นปั้นมือที่จะปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้...ให้กับเขา และให้เกิดขึ้นในศตวรรษที่ ๒๑ นี้....

ตราบใดที่ครูยังไม่ได้คลุกคลีอยู่กับเด็ก ยังออกนอกโรงเรียน ยังรายงาน เอกสาร ตามนโยบายของต้นสังกัดอยู่ การศึกษาไทย ก็คงทำได้แค่ ปรับโครงสร้าง...เพราะ....

ปฏิรูปการศึกษานอกจากปรับโครงสร้างระบบแล้ว หัวใจอีกประการคือ..”ต้องปรับกระบวนการเรียนรู้” ผมอ่านพบในโกทูโนว์ นักวิชาการ สรุปจากความคิดความเห็นของกลุ่มครู...ที่บอกว่า” ...อย่าเริ่มจากการเอาวิชาเป็นตัวตั้ง ให้เริ่มที่ ความรัก ก่อนให้ความรู้...เอาชีวิต หรือสิ่งใกล้ตัวที่สุดมาเป็นแบบเรียน อย่ายึดติดกับแบบเรียนกระดาษ พิจารณาดูว่าในแบบเรียนนั้น สอดแทรกสาระวิชาแนบเนียนได้ตรงไหนบ้าง..สร้างบรรยากาศ ง่าย มันส์ ดี มีสุข...ดูพฤติกรรมผู้เรียน มีทักษะ สุ จิ ปุ ลิ แค่ไหน...ทบทวนกระบวนการเรียนรู้และปรับอยู่เสมอ เพราะผู้เรียนแต่ละคน ไม่เหมือนกัน โรงเรียน...ไม่ใช่...โรงงาน...”

ครับ..จึงต้องใช้ ครู และให้เวลากับนักเรียน..ในขณะที่สภาพปัจจุบัน ครูแทบจะไม่เป็นตัวของตัวเองและ ไม่มีเวลา..ให้กับคำว่า..กระบวนการเรียนรู้...

แต่สำหรับผม...มีเวลาให้นักเรียนตลอดเวลา...ถามนักเรียนว่า..รักในหลวง..หรือไม่..

คำตอบคือ...รัก...ดังนั้น เรามาร้องเพลง.. คำพ่อสอน..ร้องทุกวันเดี๋ยวเราก็ร้องได้ ครูร้องไม่เป็นหรอก แต่ครูจะเปิดในยูธู๊ป ให้ฟังนะ...

"นักเรียน ชั้น ป.๓ ชอบเรียนดนตรีไหม...คำตอบคือ ชอบ งั้นเรามาเริ่มเรียน ขลุ่ย มารู้จักตัวโน้ตกันก่อน...ดีไหม...."

“ป๕ ป๖ ครับ ครูเพาะเมล็ดแตงกวาไว้แล้วในแปลงใหญ่...เราไปช่วยกันแยกปลูกในแปลงเล็กกันเถอะ..พร้อมแล้ว ไปกันเลย...”

ผมมีความสุขกับกิจกรรมการสอนทุกวัน นักเรียน..เรียนรู้ไม่ต้องยาก สนุก มีสาระ เป็นทักษะชีวิต..เอาไปใช้ได้จริง..นี่คือ..การปฏิรูปในแบบฉบับของผม ครับ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙










บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ชอบเด็กๆทาแป้งเป่าขลุ่ย น่ารักจัง

เขียนเมื่อ 

ดูสีหน้าแววตาเด็กๆแล้วบอกได้เลยว่า เป็นวิธีที่เหมาะกับธรรมชาติของเด็กนะคะ ขอสนับสนุนว่าแบบนี้ถูกทางแล้วล่ะค่ะ

เขียนเมื่อ 

มีขนมโคแฟนซีมาฝากชาวหนองผือจ้าา