เมื่อต้องอบรมให้ความรู้แก่ผู้ต้องขัง
นับได้ว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของชีวิตข้าพเจ้าที่ได้ไปอบรมให้ความรู้ให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดมหาสารคาม สาเหตุที่ข้าพเจ้าต้องไปอบรมให้ความรู้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ เพราะว่าสาขาที่ข้าพเรียนอยู่นั่นคือสาขาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เปิดการสอนวิชาจิตวิทยา ซึ่งอาจารย์ของรายวิชาจิตวิทยาได้มองเห็นความสำคัญของการใช้ชีวิตของผู้ต้องขังในเรือนจำจึงกิจกรรมการให้ความรู้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำโดยให้นิสิตจัดกิจกรรมขึ้นมา
แล้วจะให้ความรู้เรื่องอะไร?
ข้าพเจ้าและเพื่อนๆได้ปรึกษาระดมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันซึ่งกันและกันและได้มองเห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุดของผู้ต้องขังนั่นก็คือ"เพศสัมพันธ์ในคุก"ซึ่งเป็นพฤติกรรมรักเพศเดียวกันสามารถเกิดขึ้นในคุกได้ เพราะคุกเป็นสถานที่ไม่มีเพศอื่นให้คุณเลือก แต่ผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวมักจะไม่ระบุว่าตนเป็นเกย์ และวางแผนจะกลับไปมีชีวิตแบบรักต่างเพศทันทีที่ออกจากคุก พฤติกรรมดังกล่าวจึงถูกเรียกว่า รักเพศเดียวกันตามสถานการณ์ซึ่งอาจจะพบในที่อื่นๆ ที่ผู้ชายต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันนานๆ เพราะเรือนจำนั่นจะต้องแยกเป็นเรือนจำชาย และเรือนจำหญิง ทั้งนี้เพื่อให้สะดวกในการดูแลจัดการ "ความ ต้องการทางเพศ" เป็นแรงปรารถนาขั้นสามัญ ของมนุษย์ปุถุชนทั่วไปที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ และแม้แต่ หลังกำแพงสูงในเรือนจำที่มีแต่คนเพศพันธุ์เดียวกันก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน แต่การระบายออกซึ่งความใคร่นั้นคงกระทำได้เพียง 2 ทางเท่านั้น คือ ช่วย (เหลือ) ตัวเอง และใช้เพื่อนผู้ต้องขังด้วยกันเป็นที่ระบายจึงเป็นเหตุที่ข้าพเจ้าต้องการที่จะให้ความรู้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์และโรคติดต่อให้แก่ผู้ต้องขัง
การเตรียมตัวที่กดดันสุดๆ
ในการเตรียมตัวก่อนไปให้ความรู้แกผู้ต้องขังนั่นข้าพเจ้ารู้สึกกดดันเป็นอย่างมากเพราะสถานที่ที่ไปเป็นเรือนจำเป็นนักโทษคดีต่างๆจึงทำให้มีความรู้สึกเครียดไม่ทราบเลยว่าจะต้องทำตัวอย่างไร จะต้องเเต่งตัวอย่างไร คือกลัวตั้งแต่แรกๆ แต่ก็ได้อาจารย์คอยช่วยแนะนำเรื่องการพูดการแต่งกายให้มิดชิดพร้อมกับการซักซ้อมกิจกรรมที่จะทำ
และแล้ววันนั้นก็มาถึง
วันที่ 10 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2558 ณ เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม เวลา08.00 น.
เมื่อก้าวลงจากรถได้มีเจ้าหน้าที่หน้าประตูห้องขังมาต้อนรับพร้อมกับคุณหมอที่ประจำอยู่ที่เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำสั่งห้ามโทรศัพท์ กล้องถ่ายรูปเอาเข้าไปในเรือนจำเด็ดขาด สามารถเอาเข้าไปได้แค่คอมพิวเตอร์ อุปกรรณ์ในการทำกิจกรรม และให้นิสิตทุกคนลงชื่อให้ครบพร้อมกับนับจำนวน และเมื่อเปิดประตูเข้าไปในเรือนจำนักโทษต่างจดจ้องมาที่พวกเราจากนั่นก็ได้เริ่มจากการแนะนำตัวให้กับผู้ต้องขังได้รู้จักและเริ่มทำกิจกรรมคือให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์และโรคติดต่อทางสัมพันธ์และการใช้ถุงยางอนามัยและร่วมกันทำกิจกรรมสนุกๆก็มีร้องเพลง เต้น กับพี่ๆผู้ต้องขังและเมื่อให้ความรู้กับผู้ต้องขังก็เป็นการให้กำลังใจและให้พี่ๆผู้ต้องขังกล่าวความในใจเป็นการเขียนโพสต์อิท และสิ่งที่ประทับใจที่สุดคือพี่ๆผู้ต้องขังที่เข้าร่วมมีความร่วมมือทำกิจกรรมกับพวกเราเป็นอย่างดีและดีมาก ทำให้เรารู้สึกว่าเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมายมันทำให้เราเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างที่อยู่ตรงนั่นและจากจะบอกทุกคนว่าอย่าพึ่งเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดเพราะมันจะทำให้เรามองเขาผิดไปหากเรายังไม่ได้รู้จักตัวตนของพวกเขาเหล่านั้น
ขอบคุณประสบการณ์ดีๆจากรายวิชาจิตวิทยา สาขาการพัฒนาชุม
ปรียานันท์ บุญราช


กิจกรรมนี้ดีมากๆ เลยครับ
รายวิชาที่ว่านี้ เป็นรายวิชาในสาขาการพัฒนาชุมชนเหรอครับ
และเชื่อว่าการได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในสถานที่เช่นนั้นและผ่านชีวิตคนที่อยู่ในนั้น
จะเป็นต้นทุน หรือภูมิต้านทานที่ดีในตัวตนของนิสิตด้วยเช่นกัน
โลกใบนี้ สอนให้ราโอบกอดคนอื่นด้วยเหมือนกัน -