กรรมการคุมสอบครั้งแรก(23 มิถุนายน 2559)

กมล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันที่ 29

กรรมการคุมสอบ

วันที่ได้รับมอบหมายเป็นคณะกรรมการคุมสอบนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/2 ในโครงการ “การทดสอบการอ่านออกเขียนได้-อ่านคล่องเขียนคล่อง”ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2559 ซึ่งวันนี้มีการทดสอบนักเรียนในทุกระดับชั้น โดยใช้เวลาทั้งวัน ก่อนการสอบจะเริ่มขึ้นต้องมีการประชุมคณะครู บุคลากรทางการศึกษาและนักศึกษาฝึกประสบการณ์ ที่รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการคุมสอบ โดยรับฟังคำชี้แจงจากหัวหน้างานวิชาการของโรงเรียนสันป่าสักวิทยา พร้อมกับรับข้อสอบเพื่อไปทดสอบนักเรียนในแต่ละชั้น ซึ่งข้าพเจ้าได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการคุมสอบคู่กับครูประจำการ คือ ครูมาลี ไวว่อง


บรรยากาศระหว่างการประชุมเพื่อฟังคำชี้แจงและรับข้อสอบ จากหัวหน้างานวิชาการ

ห้องเรียน ชั้น ป.2/2

บรรยากาศการทดสอบเริ่มขึ้น นักเรียนทุกคนได้รับการชี้แจงการทำข้อสอบจากคณะกรรมการคุมสอบประจำห้อง และการคุมสอบครั้งแรกของข้าพเจ้าก็เริ่มขึ้นพร้อมๆกับการทำข้อสอบของนักเรียน


บรรยากาศการทำข้อสอบแบบข้อเขียนของนักเรียน เป็นการทดสอบโดยการเขียนเรื่องจากภาพ ซึ่งภาพที่นักเรียนได้ดูนั้น คณะกรรมการคุมสอบได้ติดภาพใหญ่ไว้ที่หน้ากระดาน เพื่อให้นักเรียนเห็นภาพที่ชัดเจน จากการสังเกตการทำข้อสอบของนักเรียนก็พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีปัญหาด้านการเขียนสะกดคำ หรือบางคนเขียนตัวหนังสือไม่ได้ ซึ่งการทำข้อสอบแบบเขียนนี้ใช้เวลาในการทำไม่เกิน 1 ชั่วโมง

หลังจากที่ทดสอบการเขียนเสร็จ ต่อด้วยการทดสอบการอ่าน ซึ่งการทดสอบการอ่านนักเรียนจะมานั่งอ่านบทความและตอบคำถามปากเปล่าจากเรื่องที่อ่านทีละคน เริ่มจากเลขที่ 1 ไป-เลขที่สุดท้าย และการทดสอบการอ่านของนักเรียนต้องใช้เวลาและสติในการฟังนักเรียน ถ้านักเรียนคนไหนสามารถอ่านได้จะเช็คคำตอบได้รวดเร็ว แต่สำหรับนักเรียนที่อ่านไม่ได้ มักจะตะกุกตะกัก สะกดคำไม่ได้ ก็จะใช้เวลามากกว่าคนอื่นๆ


บรรยากาศการทดสอบการอ่านของนักเรียนชั้น ป.2/2

ส่งท้ายของสัปดาห์การเยี่ยมบ้านนักเรียน

ทีแรกนึกว่าวันจันทร์ที่ผ่านมาจะเป็นการปิดจ๊อบการเยี่ยมบ้านนักเรียนชั้น ป.1 ไปแล้วแต่วันนี้ก็ได้รับมอบหมายจากครูประจำชั้น ป.1/2 ให้ไปเยี่ยมบ้านนักเรียนแทน และเด็กนักเรียนที่จะไปเยี่ยมบ้านในครั้งนี้ มี 2 คน เป็นเด็กชาย 1 คนและเด็กหญิง 1 คน และบ้านของนักเรียนทั้ง 2 ก็อยู่กันคนละทาง ข้าพเจ้าจึงเลือกไปบ้านของนักเรียนชายก่อน ซึ่งข้อมูลที่ได้คือ บ้านผมเป็นรีสอร์ท มีช้าง แล้วอย่างอื่นคือไปตามทางกันเอาเอง โดยเอาเด็กชายคนดังกล่าวนั่งหน้ารถมอเตอร์ไชด์เพื่อนบอกทาง การบอกทางครั้งนี้ของนักเรียน คือ ชี้ไปเรื่อยๆ เราก็ขับไปเรื่อยๆเข้าป่าไปเรื่อยๆระหว่างทางก็จะมีช้าง และรีสอร์ทอยู่มาก จึงถามนักเรียนชายว่า บ้านผมหลังนี้ใช่ไหม ใกล้ถึงรึยัง เด็กก็ตอบว่า ยัง ยัง แล้วก็ขับไปเรื่อยๆจนเกือบถึงบ้านปางไม้แดง ซึ่งระยะทาง 10 กิโลเมตรจากถนนสายแม่มาลัย-ปาย พอถึงบ้านของนักเรียนก็พบกับผู้ปกครองและร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการเยี่ยมบ้าน พอคุยกันไปนานๆก็ได้รู้ว่าครอบครัวของนักเรียนเป็นชาวไทยใหญ่ โดยพ่อแม่มาจากพม่า แต่มาทำงานอยู่เมืองไทยนานแล้ว จนสามารถพูดไทยได้ และสิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจกับคำพูดของผู้ปกครองนักเรียน คือ อยากให้ลูกออกไปเรียนรู้สิ่งต่างๆจากภายนอกให้มากๆเพราะพ่อกับแม่ไม่ได้เรียนหนังสือและอยากให้ลูกมีสังคม สามารถอยู่กับผู้อื่นได้


ส่งท้ายการเยี่ยมบ้านเหมือนได้ไปเที่ยวพักผ่อน บ้านผมมีช้างด้วยนะครับครู


ถ้าเราไม่ลงพื้นที่ เราจะไม่เห็นความเป็นอยู่ของเด็ก ไม่รู้ถึงทัศนคติของผู้ปกครอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวกมลวรรณ ไทยเก่ง (ภาคเรียนที่1/2559)



ความเห็น (0)