วันที่ 16 เรื่องดราม่าในห้อง ป.4/2 (7 มิถุนายน 2559)

วันนี้วันอังคาร

ฉันมีสอนแค่คาบเดียว คือ ห้อง ป.4/2

ฉันไม่เคยหนักใจที่ได้สอน ป.4/2 เลย

เพราะห้อง ป.4/2 เป็นห้องที่มีนักเรียนค่อนข้างเก่งเป็นส่วนใหญ่

นักเรียนเคารพและเชื่อฟังครูเสมอ

เวลาสอน เด็กๆจตั้งใจเรียนและส่งงานอยู่เสมอ

ฉันคิดมาตลอดว่า "ห้อง ป.4/2 สอนง่ายกว่า ห้อง ป.4/1 มาก"

ไม่รู้มาก่อนเลยว่า เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นวันนี้จะทำให้ฉันเปลี่ยนความคิดไปอย่างสิ้นเชิง


เมื่อตอนวันเสาร์ ฉันไปเดินเที่ยวถนนคนเดินเชียงใหม่ที่วัวลาย

ฉันเห็นพ่อค้าขายเม็ดบัว และฉันกำลังจะสอนภาษาไทยบทที่ 3 เรื่อง ผักสมุนไพรใบหญ้ามีคุณค่าทั้งนั้น พอดี

ฉันคิดว่า "ฉันจะเอาเม็ดบัวไปใช้เชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน"

เพราะว่าเม็ดบัวเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณมากมายชนิดหนึ่ง

หลังจากสอนเสร็จก็จะแบ่งให้เด็กๆได้กิน และจะสอนเด็กแกะกินเม็ดบัวด้วย

และในวันนี้ฉันก็ตั้งใจจะสอนนักเรียนร้องเพลง "หนูมาลี" ด้วย

ฉันคิดไปเองว่า ในวันนี้ นักเรียนคงจะสนุกสนานกับบทเรียนมาก

เพราะมีทั้งเพลง และของจริง นักเรียนคงจะไม่เบื่ออย่างแน่นอน...


ขอบคุณเพลงจาก https://www.youtube.com


แต่ในระหว่างที่กำลังสอนร้องเพลงนั่นเอง

อยู่ๆก็เกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้นภายในห้องเรียน

มีนักเรียนหญิงร้องไห้หนักมาก และบอกว่ามีผู้ชายคนหนึ่งทำให้เขาร้องไห้

ฉันหยุดกิจกรรมการเรียนการสอน และหันมาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ฉันให้โอกาสผู้หญิงอธิบายเรื่องราวก่อน

และเรียกผู้ชายมาถามบ้าง แต่...

เด็กชายคนนั้นนั่งอยู่กับที่ และมองหน้าฉันนิ่งๆ

ฉันก็บอกเขาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆว่า "ลุกขึ้นมาหาครู"

ฉันพูดย้ำอย่างนี้หลายครั้ง แต่เขาก็ได้แต่มองหน้าและไม่ยอมลุกมาหาฉันเลย

ฉันจึงชี้แจงเหตุผลว่า ที่เรียกเพราะจะเรียกมาถาม ไม่ได้จะทำโทษ

"ครูสัญญาว่าจะไม่ตีเธอเลย แต่ลุกมาหาครูก่อน มาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ครูฟังก่อน"

ไม่ว่าจะทำยังไง เขาก็ไม่ยอมลุกอยู่ดี

ฉันพูดน้ำเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ และบอกให้เขาลุกมาหา

แต่เขาก็ยังไม่ยอมลุกอยู่ดี และร้องไห้แทน


ฉันพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้โมโห

แต่ฉันห้ามความรู้สึกน้อยใจที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย

ฉันถามเด็กชายคนนั้นว่า "เธอยังเห็นครูเป็นครูเธออยู่ไหม" เขาก็เงียบ

"เธอยังเคารพครูอยู่ไหม" เขาก็เงียบ

ความเงียบของเขา กลายเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วสำหรับฉัน


ในเมื่อเขาไม่ยอมลุก ในที่สุดฉันก็ยอมแพ้ ยอมเดินออกมาจากห้องเรียนเอง

ฉันคงไม่มีค่าพอจะเป็นครูเขาได้อีกแล้ว

แม้แต่คำสั่งของฉัน เขายังไม่ยอมทำตามเลย

ฉันปลอบเด็กผู้หญิงให้หยุดร้องไห้ แล้วฉันก็เดินออกไปยืนหน้าชั้น

ห้องเรียนทั้งห้องเงียบกริบ

ไม่มีเสียงพูดคุยกันเหมือนเช่นทุกที

ฉันบอกนักเรียนชั้น ป.4/2 ให้บอกชั้น

เด็กคนอื่นๆก็งง และบอกว่า ทำไมวันนี้ฉันสอนน้อยจัง ยังไม่หมดคาบเลย

ฉันบอกทุกคนในห้องว่า "บอกให้(ชื่อเด็ก)ด้วยว่า ถ้าเขาเคารพครูวันไหน วันนั้นค่อยมาเรียนกับครู"

แล้วฉันก็เดินออกจากห้องมาเลย

ก่อนออกจากห้องมา เด็กๆก็กรูเข้ามาหา

ช่วยยกของทุกอย่างให้ (ปกติจะมีคนช่วยประมาณสองคน)

แม้แต่คนที่ไม่เคยมาช่วยยกของ ก็ยังเดินออกมาหาฉัน

วันนี้มีเด็กเดินไปส่งกลับห้องเกือบสิบคน

แต่ละก้าวที่เดิน ฉันรู้สึกตัวหนักๆมากกว่าทุกที

มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกจริงๆ...


ฉันกลับมานั่งพักที่อยู่ประจำในห้องสมุด

ฉันกำลังลองใจเด็กๆว่าจะมาหาฉันรึเปล่า

ฉันแอบกลัวใจของเด็กเหลือเกิน

แต่เด็ก ป.4/2 ก็มาหา และขอร้องให้ไปสอนอีก (เด็กเข้าใจว่าฉันจะไม่สอนพวกเขาอีกแล้ว)

มีเด็กบางคนถึงกับน้ำตาคลอเลย


วินาทีสุดท้าย เด็กชายคนนั้นก็ค่อยๆเปิดประตูและเดินมาหาฉัน

ฉันยิ้มออกเลย เพราะสุดท้ายเด็กก็มาหา

ฉันพูดอบรมเขาสักพัก เด็กชายคนนั้นร้องไห้ไปด้วย และรับรู้ในสิ่งที่ฉันกำลังสอนเขาไปด้วย

จากนั้นฉันก็เรียกเด็ก ป.4/2 ขึ้นบนห้อง แล้วจากนั้นก็อบรมยาวจนหมดคาบเลย


แม้วันนี้จะไม่ได้สอนตามแผนที่วางไว้

แต่ฉันคิดว่ามันคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป

เพราะฉันได้สอนให้เด็กได้เข้าใจสิ่งๆหนึ่งที่เป็นนามธรรม สิ่งที่เด็กควรถูกปลูกฝังมานานแล้ว

สิ่งนั้นก็คือ "ความรับผิดชอบ" นั่นเอง


ฉันรู้สึกภูมิใจที่วันนี้ได้สอนสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นกับเด็กได้

สิ่งที่ตำราไม่ได้สอนไว้ แต่เป็นสิ่งที่ครูควรปลูกฝังให้เกิดขึ้นในใจเด็กทุกคน

และฉันก็สัญญากับตัวเองว่า จะปลูกฝังเด็กอย่างนี้ทุกๆวัน...

อย่างน้อย เมื่อเด็กได้รับความรู้วิชาการจากฉันแล้ว เด็กก็ควรได้รับความรู้คุณธรรมจากฉันเช่นกัน ...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวเสาวภา เรือนปัญโญ (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (0)