กับวันนี้วันที่สี่ของการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน และได้เอารถจักรยานยนต์ไป เพราะได้ยินมาว่าหมู่บ้านที่จะบุกไปเยี่ยมนักเรียนวันนี้เส้นทางก็ดูจะลำบากอยู่พอสมควร ก็เลยเอารถจักรยานยนต์ไปกัน เพราะคิดว่ามันคงจะง่ายและก็สะดวกในการที่ซอกแซกหาบ้านนักเรียน ที่ดูท่าจะหายากซะเหลือเกิน
บ้านทุ่งสีทอง ตำบลสันมหาพน มีชาวบ้านอาศัยอยู่เยอะพอสมควร ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าลีซอ เด็กๆในหมู่บ้านก็มาเรียนที่โรงเรียนสันป่าสักวิทยาค่อนข้างเยอะ หมู่บ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนไม่มาก ประมาณ หนึ่ง กิโลเมตรเห็นจะได้ ออกจากโรงเรียนแล้วเลี้ยวซ้าย 1 ยูเทิร์นเข้าไปในซอยนิดหน่อยก็ถึงหมู่บ้านแล้ว ใครจะไปรู้ว่าพอผ่านคันคลองเข้าไปข้างในหมู่บ้านจริงๆ เส้นทางจะต่างกับถนนทางหลวงขนาดนี้ ความจริงแล้วคือสอบถามนักเรียนหลายคนแหละว่า บ้านอยู่ไหน แล้วก็จะได้ยินคำตอบว่าบ้านทุ่งสีทองเยอะมาก เลยอยากจะรู้เหมือนกันว่า มันเป็นยังไง วันนี้ค่ะมีโอกาสได้มาจริงๆ ก็สุ่มกันไปตามแผนที่ที่นักเรียนวาดมา งงเล็กน้อย แต่ก็ไปถึงพิกัด ที่เป็นจุดศูนย์กลางของหมู่บ้าน โชคดีมากที่นักเรียนกำลังเล่นอยู่แถวนั้นหลายคน ก็เลยถามบ้านหลังต่อๆไปจากนักเรียนแถวนั้นได้เลย แต่คืออยากจะเล่าถึงความรู้สึกที่ว่า ได้เข้าไปในบ้านของนักเรียนแต่ละหลัง ส่วนใหญ่นักเรียนจะอาศัยอยู่กับ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อกับแม่เลิกกันบ้าง หรือไม่พ่อกับแม่ก็ต้องไปอยู่ที่บนดอยเพื่อทำสวน ปู่ ย่า ตา ยาย (คนแก่) บางคนก็พูดภาษาไทยกลางไม่ได้ ต้องให้เด็กแปลให้ฟังก่อน แล้วก็ต้องแปลกันไปมา พูดตอบคำถามครูไม่ได้ ก็เลยต้องใช้รูปภาพนี่แหละในการที่จะเก็บเป็นหลักฐานแทน ....ก็ไปตามบ้านของนักเรียนแต่ละหลัง แต่ก็ไม่ไกลกันมาก อยู่ในละแวกเดียวกันบ้างก็มีครูเลยสบายหน่อย แต่ที่ไกลๆ ก็มีนะ มีอยู่สองหลังที่ไกลกว่าเพื่อน คือบ้านของนักเรียนชั้นปอสาม ที่ต้องขึ้นไปข้างบนเนินสุดทางของหมู่บ้านให้นักเรียนซ้อนท้ายไปด้วยก็มีหลายคน นั่งไปหมดก็ไม่ได้ ให้บอกทางก็ดูจะงงเบาๆ ...ไม่รู้ทำไงก็เลยสุ่มไปตามทางที่นักเรียนบอก....แต่หารู้ไม่ตอนที่ขี่รถไปใกล้ๆจะถึง เห็นไกลๆมีเด็กยืนกระโดด ส่งเสียงดีใจอยู่หน้าบ้านเต็มเลย ก็นึกว่าพ่อแม่เด็กมีลูกหลายคน ที่ไหนได้เป็นเด็กนักเรียนกลุ่มที่บอกทางเราเมื่อกี้ แอบวิ่งแข่งกันมาทางลัดแล้วมาดักรอเราอยู่ที่นี่ ความรู้สึกคือเหมือนในหนังมาก เหมือนเราเป็นจิตอาสาไปช่วยเหลือ แล้วมีเด็กๆมาโบกมือรอต้อนรับ กระโดด ดีใจ เจี๊ยวจ๊าวเต็มไปหมด เหมือนเอ็มวีเพลงเลย ตอนนั้นคือรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ฟีลมามาก รู้สึกดี...ชอบ...บอกไม่ถูก มาแย่งกันเกาะแขนครู แย่งกันช่วยถือนู่นนี่ ...น้องตัวเล็กๆก็มีนะ วิ่งตามพี่มา น้าร้ากมาก...ประทับใจ...
พอมาบ้านที่อยู่ไกลหลังที่สอง เป็นบ้านของน้องมีมี่ ชั้นปอหนึ่ง หลังนี้คือ เด็กนักเรียนกลุ่มที่บอกทางครูบอกว่า อยู่นู่นนนนนนนนนน.....คือนู่นของนักเรียนทำเอาครูเกือบจะไม่ไปล่ะ เพราะคือว่ามันคงไกลมาก แต่สุดท้ายก็ตกลงกันสรุปกันว่า .ไป!! เข้าไปก็ลึกอยู่ ทางคดเคี้ยวมาก เจอยายของมีมี่ พูดภาษาไทยไม่ได้ พูดได้แต่ภาษาลีซอ มีมี่ต้องแปลให้ครูฟัง มียายอยู่บ้านกับหลานๆ พ่อแม่เด็กไปทำงานกันหมด สิ่งแรกเลยคือคิด ทุกวันนี้ มีมี่ออกบ้านกี่โมง กว่าจะไปถึงถนนใหญ่ สิ่งที่สองที่คิดคือ แล้วใครจะสอนการบ้านให้มีมี่? แต่ก็ได้คุยกับคุณยายแค่แปปเดียวเพราะอย่างที่บอกว่า สื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็เลยเดินทางกลับ ระหว่างทางที่ขี่รถกลับ เด็กพวกนั้นก็วิ่งตามอีกค่ะ แล้วก็แอบไปเห็นว่าเด็กนักเรียนพวกนั้นแย่งกันเด็ดกินลูกอะไรไม่รู้ สีม่วงๆ ก็เลยตะโกนถามไปว่ามันคืออะไร เด็กบอกว่า ไม่รู้คับ แต่มันกินได้ ....แล้วก็วิ่งตามรถครูมาต่อเรื่อยๆ จนถึงจุดที่มามีแรก ก็เกือบมืดอยู่เหมือนกัน ก่อนกลับเด็กๆก็มายืนส่งครูโบกมือให้ สังเกตแววตาไร้เดียวสามาก กั๊ดอกเล็กน้อย ...ไม่คิดว่าชีวิตจะมาเจออะไรแบบนี้ .... ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างมากกว่าการได้เยี่ยมบ้านจริงๆ –ประทับใจ
เรียนรู้ว่า....ไม่ว่าคนเราจะต่างกันแค่ไหน เราก็มีลมหายใจเหมือนกัน
เรียนรู้ว่า....ไม่ว่าคนเราจะต่างกันแค่ไหน เราก็มองเห็นเส้นขอบฟ้า เป็นเส้นตรงเหมือนกัน ...cr. พี่เล็ก greasy café.





