​ร่าง พรบ. การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ

"... เมื่อได้รัฐธรรมนูญ๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่เปิดพื้นที่ภาคประชาสังคมอย่างชัดเจน แต่น่าเสียดายที่แต่ละมาตราในหมวดสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วม เขียนต่อท้ายว่า ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่เมื่อรัฐสภาไม่ออกกฎหมายออกมารองรับ ศาลฎีกา จึงพิพากษาว่า สิทธิชุมชนยังไม่เกิด เพราะไม่มีกฎหมายออกมารองรับ ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญ๕๐ ต้องการเห็น ประชาชนมีสิทธิ มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จึงเอา "ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ" ออกไปกว่า๒๐ มาตรา ทำให้เกิดสิทธิ ขึ้นทันทีที่รัฐธรรมนูญ๕๐ ประกาศใช้.."

ร่าง พรบ. การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ

คำอภิปรายสนับสนุน ร่าง พรบ.การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)

โดย นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ สปท.๐๔๐

"..เมื่อประมาณกว่า ๒๐ ปีที่แล้ว ได้เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ สังคมเข้มแข็ง เขียนโดย ศาสตราจารย์ธีรยุทธ บุญมี มีเนื้อหาตอนหนึ่งเกี่ยวกับข้อเสนอของProf. Huntington ที่เสนอต่อรัฐบาลไทย รวมทั้งรัฐบาลในภูมิภาคนี้ ให้สนับสนุนการตั้งพรรคการเมือง เข้าใจว่าเพื่อใช้ในการต่อสู้กับคอมนิวนิสต์

แต่ไม่ปรากฎว่า มีข้อเสนอให้สนับสนุนการเปิดพื้นที่สาธารณะให้ชุมชน สังคมเข้มแข็ง จะเป็นเจตนาหรือไม่ ไม่อาจทราบได้ ต้องทำการศึกษาวิจัย เพื่อให้ได้คำตอบ แต่ผลที่เกิดขึ้นคือ ในช่วง๓๐ ถึง ๔๐ ปีที่ผ่านมา มีนักเลือกตั้ง นักการเมืองเพียง ๓๐๐๐ถึง๕๐๐๐ คน เข้ามา เล่นการเมือง ส่วนประชาชนใช้สิทธิ ๔ ปี ครั้งหนึ่ง ละเลยเพิกเฉยต่อการจัดเวทีสาธารณะหรือเวทีสมัชชา ตั้งแต่ระดับชุมชน ตำบลขึ้นมา ทุกระดับจนถึงระดับชาติ..."

"..ในช่วง ๑๐๐ ถึง ๒๐๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศตะวันตก มีพัฒนาการของ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม คู่ขนานกันมา สังคมจึงเกิดดุลยภาพ แต่กล่าวสำหรับประเทศไทยเรา และทางตะวันออก อำนาจรัฐใหญ่มาก อำนาจรวมศูนย์ ภาคธุรกิจเริ่มเติบโตขึ้นหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖ สำหรับภาคประชาชนค่อยๆเติบโตขึ้นมา สังคมจึงขาดดุลยภาพ ขาดการมีส่วนร่วม จนมาถึงเหตุการณ์ พฤษภา ๓๕...."

"....หลังเหตุการณ์พฤษภา ๓๕ แนวคิดการมีส่วนร่วมปรากฎชัดขึ้น ในสมัยที่สภาไม่ปกติ สมัยท่านนายกอานันท์ ปันยารชุน จะสังเกตว่าร่างพรบ.แต่ละฉบับ คณะกรรมการในพรบ. มีการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบ จากเดิมที่เต็มไปด้วยข้าราชการ มีผู้แทนจากภาควิชาการ ภาคประชาสังคม รวมถึงผู้แทนจากรัฐบาลท้องถิ่น เทศบาล อบต. เพิ่มขึ้น ทำให้มีส่วนร่วมมากขึ้น การเปลี่ยนโครงสร้างของคณะกรรมการ นำไปสู่การเปลี่ยนคุณสมบัติ ดูตัวอย่างจาก โครงสร้างโมเลกุลของน้ำ ที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน ๒ ตัว ออกซิเจน ๑ ตัว แต่หากเพิ่ม ออกซิเจนอีกหนึ่งตัว เข้าไปคุณสมบัติของน้ำ จะกลายเป็นไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ไม่สามารถดื่มได้ ถ้านำไปดื่มจะต้องล้างท้องเพราะอันตราย.."

"... เมื่อได้รัฐธรรมนูญ๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่เปิดพื้นที่ภาคประชาสังคมอย่างชัดเจน แต่น่าเสียดายที่แต่ละมาตราในหมวดสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วม เขียนต่อท้ายว่า ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่เมื่อรัฐสภาไม่ออกกฎหมายออกมารองรับ ศาลฎีกา จึงพิพากษาว่า สิทธิชุมชนยังไม่เกิด เพราะไม่มีกฎหมายออกมารองรับ ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญ๕๐ ต้องการเห็น ประชาชนมีสิทธิ มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จึงเอา "ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ" ออกไปกว่า๒๐ มาตรา ทำให้เกิดสิทธิ ขึ้นทันทีที่รัฐธรรมนูญ๕๐ ประกาศใช้.."

"..รัฐธรรมนูญ๕๐ จึงเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง มีรูปธรรม ให้เห็น เช่น ในกรณี ค.ร.ม.ผ่านงบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงไปในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ไม่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ศาลปกครอง จึงใช้มาตรา๖๗วรรคสาม ชุมชนมีสิทธิในการฟ้องร้อง ใช้มาตรา๕๗วรรคสอง

มาตรา๕๗วรรคสองบัญญัติไว้ว่า.'..การวางแผนพัฒนา.....ให้รัฐจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนดำเนินการ'

มติค.ร.ม.จึงขัดรัฐธรรมนูญ สามารถปกป้องเงินของแผ่นดินได้อีกสามแสนล้านบาท.."

".. นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ๕๐ ได้บัญญัติการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นการเฉพาะในมาตรา๘๗ แนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน มี๕อนุมาตรา ล้วนสอดคล้องกับร่างพรบ.ฉบับนี้ทั้งหมด.."

".. ต่อมาภายใต้รัฐธรรมนูญ๕๐ ได้เกิด สมัชชาปฏิรูปประเทศ ขึ้นในปี๕๓ ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปี๕๖ ได้มติออกมา๒๑มติ ทั้ง๒๑มติล้วนเป็นนโยบายสาธารณะ ที่ส่งต่อมา ถึงสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.).."

"..มาถึงปัจจุบัน มีรูปธรรมที่น่าชื่นชม คือ มติค.ร.ม.ให้ปิดเหมืองทองทั่วประเทศ นับเป็นความกล้าตัดสินใจของค.ร.ม.และท่านนายกรมว. ทั้งนี้เพราะมีกระบวนการรับฟังความเห็นของประชาชนที่เดือดร้อน มีคำถามว่า ความเดือดร้อนมีมานับสิบปีแล้ว แต่ทำไมจึงไม่มีมติครม.ออกมา ให้ไปดูรายชื่อบอร์ดของเหมืองแต่ละแห่ง.."

"..พัฒนาการของประชาธิไตยการมีส่วนร่วมดำเนินการก้าวหน้าตามลำดับ ไม่มีทางถอยหลังกลับไปได้อีกแล้ว."

"..กล่าวโดยสรุป : ประชาธิปไตยที่ขาดการมีส่วนร่วม คือ เผด็จการรัฐสภา

ประชาธิปไตยที่แท้จริงคือ ประชาธิปไตยการมีส่วนร่วม

คือประชาธิปไตยทางตรง

คือประชาธิปไตยของชุมชน ของท้องถิ่น ฐานล่างของสังคม

คือประชาธิปไตยที่ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในสังคม

สปท.มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนร่างพรบ.นี้เพราะเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม.."

https://youtu.be/zWEOwajXoCE

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการเมืองไทย



ความเห็น (0)