สวัสดีเช้าวันอังคารสีชมพู ^^แต่ที่โรงเรียนสันป่าสักวิทยาวันจะเป็นอังคารสีม่วงนะคะ เพราะครูจะแต่งกายด้วยชุดสีม่วง ซึ่งเป็นสีประจำโรงเรียนกันหมดเลยค่ะ ครูฝึกสอนก็เลยแต่งชุดพละสีม่วงเพื่อที่จะได้เข้ากับบริบทของโรงเรียน

วันนี้จะขอเล่าเรื่องราวที่ได้ไปพบเจอมาจากการที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านนักเรียน.... ^^

เมื่อโรงเรียนมีคำสั่งออกเยี่ยมบ้านนักเรียน.......ครูแอมป์ก็ได้รับภารกิจ คู่กับครูผ่องศรี อริยะกุล ครูประจำชั้นป. 5/1 ออกเยี่ยมบ้านนักเรียน วันนี้เป็นวันแรกก็เลยออกเยี่ยมบ้านนักเรียนที่บ้านอยู่ละแวกใกล้ๆ โรงเรียนก่อน

...หลังแรก บ้านของเด็กนักเรียนชายคนที่ 1 บ้านอาศัยอยู่ด้วยกัน 8 คน มี ปู่ ย่า พ่อ พี่และน้อง อีก 4 รวมเป็น 8 คน ถือว่าเป็นบ้านที่อาศัยอยู่ด้วยกันค่อนข้างเยอะ เด็กชายคนนี้ถึงจะอยู่ในครอบครัวใหญ่ แต่ว่าพ่อแม่หย่าร้างกัน ..ก็มีโอกาสได้นั่งคุยกับพ่อของนักเรียน ครูผ่องศรีก็ถามไถ่ สารทุกข์สุขดิบ ฐานะความเป็นอยู่ และเรื่องอื่นๆ ทั่วไป พร้อมกับรายงานพฤติกรรมขณะที่ลูกชาย อยู่ที่โรงเรียนให้พ่อทราบ ส่วนครูแอมป์ก็รับหน้าที่ จดบันทึกข้อมูล พร้อมกับเป็นตากล้องบันทึกภาพ... โดยรวมแล้วก็ผ่านไปได้ด้วยดี นักเรียนคนนี้ไม่มีปัญหาอะไร พ่อเอาใจใส่และดูแล เป็นอย่างดี แต่ครูผ่องก็แอบเตือนให้ทางบ้านควบคุมเรื่องอาหารการกินนิดนึงด้วย เพราะเดี๋ยวนักเรียนจะน้ำหนักเกิน และอ้วนไปมากกว่านี้ .....

บ้านหลังที่สอง... เป็นเด็กนักเรียนชายอีกเหมือนกัน..... อาศัยอยู่กับ แม่ ตา และพี่ชายเรียนที่เรียนอยู่ ม.1 ที่โรงเรียนแม่แตง รวมทั้งหมดบ้านนี้อาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน ทุกวันนี้แม่ ทำงานหาเงินคนเดียว ออกบ้านแต่เช้า กลับเข้าบ้านก็ค่ำ เงินเดือนที่ได้ก็จำนวนหนึ่ง ไม่เยอะมาก บางวันนายจ้างก็แบ่งอาหารให้ ก็พอบรรเทาค่าอาหารในบางมื้อไปได้ แต่ก็อย่างว่า ลูกกำลังเรียนอยู่ทั้งสองคน แม่ทำงานหาเงินคนเดียว คงเหนื่อยน่าดู ก็นั่งคุยกับแม่ของนักเรียนตามปกติ ถามข้อมูลต่างๆ ว่า อยากให้โรงเรียนช่วยเหลืออะไรไหม.... มีอะไรจะเสนอกับทางโรงเรียน.... แล้วครูผ่องก็บอกให้แม่พาไปตรวจ วัดระดับสติปัญญาด้วย เพราะเด็กชายคนนี้ค่อยข้างมีปัญหาในเรื่องการเรียนอยู่พอสมควร ครูก็กลัวว่าจะเป็นปัญหาตามมา และก็นอกจากปัญหาเรื่องเรียน และฐานะความเป็นอยู่แล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จากการสังเกตถึงแม่จะต้องทำงานไม่ค่อยมีเวลา แต่ดูแม่ก็เอาใจใส่ดี ให้ความสนใจลูกมากอยู่พอสมควร ....

โดยส่วนตัวแล้วชอบนะ ที่ได้ทำอะไรแบบนี้ มันทำให้เรารู้จักนักเรียนเยอะขึ้นมากๆ เหมือนได้เข้าไปรับรู้ชีวิต ความเป็นอยู่ ปัญหาต่างๆ ของนักเรียน ซึ่งครูจะไม่มีทางรู้เลยหากไม่ได้เข้าไปรับรู้ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิดแบบนี้ เพราะหลังจากนี้ครูก็คงจะเข้าใจในตัวนักเรียนมากขึ้นแล้วล่ะ.....

--บางเรื่องบางราว ก็ยากแก่การถ่ายทอดแต่อยากจะบอกว่า นั่งฟังไป คือ “กั๊ดอก” บอกไม่ถูก... หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ ลูกใครใครก็รัก จะยากดีมีจน ก็ต้องให้ลูกได้เรียนหนังสือ --

--เข้าใจแล้วว่า--

--ทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุและผลในตัวของมัน นักเรียนทุกคนก็เช่นกัน ย่อมแตกต่างกันไปตามเหตุผลของตนเอง—