ประวัติศาลเจ้าพ่อมอดินแดง

เจ้าพ่อมอดินแดงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจสู่เครื่องหมายเชิงสัญลักษณ์คู่ มข. และคนแถวบ้านดิฉันสรุปสาระพอสังเขปเท่าที่ดิฉันรู้เรื่องมาจากผู้ปกครองคือราวพุทธศตวรรษที่ 18 มีเจ้าผู้ครองนครพระองค์หนึ่งนามว่า ท้าวแถนสุริยา ทรงมีขอบขัณฑสีมาแห่งอำนาจบารมีคือพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและอาณาบริเวณใกล้เคียงพระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยศรัทธาปสาทะในบวรพุทธศาสนาและดลให้เกิดความอยู่ดีกินดีแบบธรรมาธิปไตยเหล่ามหามนตรีจึงพร้อมใจถวายสมัญญานามว่า ท้าวแถนสุริยาธรรมาธิราชโดยต่อมาได้เสวยชาติภพอิ่มทิพย์สุข เป็นองค์เจ้าพ่อมอดินแดงในปัจจุบันทั้งนี้ความเชื่อของชาว มข. ห้ามบนบาน องค์เจ้าพ่อมอดินแดง แต่ขอพรจากท่าได้ซึ่งส่วนใหญ่จะขอให้เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย , ให้ได้เกรดสูง , ให้สอบได้มีงานทำ , นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6อยากมาอยู่ มข. ก็จะมาขอให้ได้เรียนที่นี่ ด้านนักศึกษาใหม่จะขอพรและฝากตัวเป็นลูกเจ้าพ่อมอดินแดง เป็นต้น เมื่อสำเร็จจะออกแสดงดวามเคารพและขอบคุณท่านโดยนำอาหารคาว-หวานมาบูชา , ฟ้อนรำ ทำความสะอาดกวาดลานธรรมบ้างแต่สิ่งที่เห็นคุ้นชินคือ การนำช้าง (ในรูปแบบที่หยิบยกง่าย) มาถวาย เช่น ตุ๊กตาช้าง รูปภาพช้าง โมบายช้าง หรือ การฉายหนังกลางแปลงรวมถึงสิ่งที่ชาวมหาวิทยาลัยกระทำเพื่อสักการะท่านเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายนคือการนำลิเกหรือหมอลำมาแสดงซึ่งถือเป็นงานประจำปีของมหาวิทยาลัยด้วยทั้งนี้เมื่อไปกราบขอพรท่านแล้วจะขาดไม่ได้คือการเสี่ยงเซียมซีซึ่งหลายคนบอกว่าแม่นมาก เป็นภาพความศรัทธาที่ไม่เคยเสื่อมคลายและหายไปเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจแม้ในคราวทุกข์-สุขไม่เฉพาะชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่นเท่านั้นหากยังรวมถึงบุคคลทั่วไปต่างเดินทางมาสักการะและขอพรท่านอยู่เสมอ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ตำนานหมู่บ้าน



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เรื่องเลาในทำนองนี้มีในทุกๆ มหาวิทยาลัยเลยครับ

มมส เราละครับ มีที่ไหนบ้าง 55