วันที่ 10 วันจันทร์อันแสนเศร้า (30 พฤษภาคม 2559)

หลังจากวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

วันนี้ก็มาถึง...วันจันทร์

ตอนเช้าที่นักเรียนเข้าแถวหน้าเสาธง นักเรียนจะต้องถูกจัดแถวให้เป็นระเบียบอย่างนี้ทุกวัน

วันนี้ก็เช่นกัน...

ภาพนักเรียนชั้นประถมศึกษาเข้าแถวตอนเช้า


ภาพนักเรียนเล่นกีฬาช่วงพักกลางวัน


วันนี้ฉันมีสอนหนึ่งคาบ วิชาภาษาไทยชั้น ป.4/1

คาบที่สอนตรงกับช่วงเวลาหลังจากพักเที่ยงเสร็จพอดี

ฉันสังเกตมาตลอดว่าช่วงเวลาที่ฉันสอนที่ผ่านมา

นักเรียนมักจะขออนุญาตไปห้องน้ำ บ้างก็ขอไปดื่มน้ำ

แต่ด้วยความใจดี ฉันก็อนุญาตให้เด็กไปทุกครั้ง

จนมาวันนี้ที่เกิดเรื่องขึ้น...

ครูพี่เลี้ยงของฉันบอกว่า ก่อนขึ้นมาบนห้อง เห็นนักเรียนชายชั้น ป.4/1 เล่นกันที่แท้งค์น้ำดื่ม ทั้งที่เข้าคาบเรียนวิชาภาษาไทย (ที่ฉันสอน) แล้ว


ครูพี่เลี้ยงอบรมเด็กที่ชอบขออนุญาตออกจากห้องเรียนมาเล่นข้างนอก

และดุฉันด้วยที่อนุญาตให้เด็กออกมาพร่ำเพรื่อ...

มันทำให้ฉันหน้าจ๋อยไปเลยทีเดียว และนึกน้อยใจอยู่ลึกๆ

ทั้งที่ฉันเห็นใจเด็กๆ แต่เด็กๆกลับไม่เห็นใจฉันเลย

บางทีขณะที่ฉันสอนอยู่ ก็ยังมีคนคุยกัน เล่นกันบ้างอยู่ดี


ตอนที่ฉันโทรไปปรึกษาพ่อตอนเปิดเรียนใหม่ๆ ว่าเด็กไม่ฟังที่เราสอนเลย มีประโยคหนึ่งที่พ่อบอกฉันว่า

"วิธีการสอนเด็กนั้น ให้ลูกกลับไปคิดว่า ทำยังไงถึงจะได้ใจเขา"

ฉันทำทุกอย่าง หาเกม หากิจกรรม ให้เขาเล่น ทำสมุดสะสมแต้มเพื่อจูงใจให้เด็กสนใจเรียน

แต่มันก็ยังไม่ได้ใจเด็กทุกคนอยู่ดี

ฉันทั้งเสียใจ ผิดหวัง และน้อยใจในสิ่งที่กำลังทำอยู่ มันเหมือนไม่มีความหมายอะไรกับเด็กเลย

ทั้งที่ตอนเป็นเด็ก ฉันตั้งใจเรียนกับครูทุกคน แต่ทำไมตอนที่ได้มาเป็นครู เด็กๆไม่ฟังกันเลย

ฉันพยายามควบคุมสติ และค่อยๆพูดกับเด็กถึงสิ่งที่มันอัดอั้นอยู่ในใจของฉัน

"ทุกวันนี้เธอหาเงินเองได้รึยัง"

"เธอเอาเงินมาโรงเรียนวันละเท่าไหร่"

"ใครเป็นคนให้เงินเธอมาโรงเรียน"

"แล้วรู้ไหม ว่าแต่ละวันที่ผ่านไป กว่าจะได้เงินมา พวกเขาต้องลำบากแค่ไหนเพื่อหาเงินให้เธอมาโรงเรียน"

"แล้วรู้ไหม ทำไมพวกเขาถึงยอมให้เงินเธอมาโรงเรียน ทำไมถึงยอมลำบากเพื่อหาเงินให้เธอ"

"ทุกบาททุกสตางค์ที่เธอใช้ เงินพ่อแม่ทั้งนั้น แล้วทุกวันนี้เธอคิดว่าเธอตอบแทนพ่อแม่ได้ดีรึยัง ตั้งใจเรียนสมกับที่พวกเขาตั้งใจส่งเธอมาเรียนรึยัง"


บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบ...

ไม่มีแม้แต่เสียงเล่นกัน คุยกัน เหมือนเช่นทุกที

เด็กทุกคนมองหน้าฉันเป็นจุดเดียว และเหมือนกำลังซึมซับสิ่งที่ฉันกำลังพูดให้พวกเขาฟังอยู่

ฉันก็เงียบ นักเรียนก็เงียบ

จากนั้นฉันก็สอนต่อไปจนจบคาบเรียน...


คาบเรียนนี้ผ่านไปอย่างยากเย็นที่สุดเท่าที่ฉันเคยสอนมา

ไม่เคยรู้สึกอะไรเท่านี้มาก่อนเลย

มันท้อมากและสะเทือนใจมากๆเช่นกัน...

ฉันคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ คิดถึงครอบครัวที่แสนอบอุ่น

อยากกลับไปกอดจัง...ตอนนี้เลย

ตอนนี้ทำได้แค่ฟังเพลงปลอบใจตัวเอง...


ขอบคุณเพลงให้กำลังใจจาก https://www.youtube.com



ขอบคุณเพลงให้กำลังใจจาก https://www.youtube.com


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวเสาวภา เรือนปัญโญ (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

การพูดให้เด็กคิดถึงหน้าที่ของตัวเองที่ได้มาเรียนหนังสือ
และความเหนื่อยยากของพ่อแม่ที่ต้องส่งพวกเขามาเรียน
เป็นวิธีการสอนที่ดีมาก แต่ขอให้พูดเรื่องนี้ต่อไปอย่างมีศิลปะ
ในทุก ๆ ครั้งที่มีโอกาส อย่าหยุดเพียงแค่คาบนี้
เสมือนเราได้ติดตามเขาไปตลอด

สู้ สู้ ครับ ... คุณครูแตน ;)...

ขอบคุณคะครู ที่รับฟังและให้คำปรึกษาดีๆมาเสมอ ^^ @Ongkuleemarn