739. ความลับห้าข้อที่คุณต้องรู้...ก่อนตาย

เรียนรู้ศาสตร์ OD จากสามก๊ก (ตอนที่ 60)

หลายคนอ่านสามก๊ก แล้วจะพูดออกมาคล้ายๆกันว่าที่สุดก็ตายหมด ทุกอย่างสิ้นสูญไปตามกาลเวลา ราชววงค์ฮั่นอยู่มานาน ก็ป่วน บ้านเมืองวุ่นวาย คนชั่วเข้ามามีอำนาจ คนดีก็เข้ามาแก้ไข บังเอิญมีสามกลุ่ม ก็เลยต้องแบ่งเป็นสามก๊ก ทั้งหมดต่อสู้จนกระทั่งสร้างบ้านแปลงเมืองได้ มีที่ดินกว้างใหญ่ มีทรัพย์สมบัติมหาศาล มีพระราชวังใหญ่โต มีลูกผู้ชาย ทีทายาท ได้รับความเคารพ ได้รับเกียรติจากทุกสังคม มีทุกอย่างเหนือมนุษย์

เอาเป็นว่าตายแล้วยังมีคนพูดถึง แน่นอนกาลเวลากลืนกินทุกอย่าง สามตะกูลรบกัน ที่สุดถูกตระกูลที่สี่ คือตระกูลสุมาปราบหมด แต่ไม่นานตระกูลสุมาก็ถูกกาลเวลากลืนกินเช่นกัน ... คนในตะกูลสุมาตอนขึ้นสู่อำนาจก็ได้ทุกอย่างเหนือทุกคนในจักรวาลเช่นกัน สุดท้ายก็ตาย ล่มสลาย อ่านมาก็คงรู้สึกคล้ายๆกัน ...

แต่ที่มันคล้ายๆกันเรื่องหนึ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึงคือ...

ทุกก๊กรวย ฮ่องเต้รวยขึ้น รวยขึ้น แต่....ตอนท้ายที่เหมือนกันเลย คือดูท่านไม่ค่อยมีความสุขครับ ดูเหมือนทั้งหมดตั้งแต่โจโฉ เล่าปี่ ซุนกวนดูตายแบบไม่ค่อยมีความสุข

เหมือนกันๆกันก็คือ ยิ่งรวย ยิ่งประสบความสำเร็จกลับยิ่งทุกข์มากขึ้น

เราคงกลับไปมองอดีตเพื่อดูให้ชัดกว่านี้ไม่ได้ เพราะเหตุการณ์มันนานมาเป็นพันปีมาแล้ว แต่เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงงานของท่านศาสตราจารย์ Mihaly Csikszentmihályi ท่านนี้ถือว่าเป็นคนที่ศึกษาเรื่องความสุขอย่างเป็นระบบเป็นคนแรกๆ ของโลก ท่านเป็นคนคิดทฤษฎี FLOW...ทฤษฎีบทสำคัญของ Positive Psychology

เหตุที่ท่านสนใจความสุข เพราะท่านไปดูกราฟการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอมริกา ท่านแปลกใจว่าหลายปีติดต่อกันอเมริกา เก่งและรวยขึ้นเรื่อยๆ แต่ปรากฏว่าพอไปติดตามถามเรื่องความสุขของคนอเริกา กลับเจออะไรที่ขัดความรู้สึก ลองดูกราฟนี้ครับ ขณะที่ประเทศรวยขึ้นๆ คนอเมริกากลับมีความสุขเหมือนๆเดิม เอาเป็นว่าไม่สุขขึ้น...หรือน้อยลงด้วยซ้ำ

ประหลาดมากๆ เพราะมนุษ์เชื่อตลอดมาว่าคนจนจะมีความสุขน้อย ถ้าทำให้เขารวยมากขึ้นจะมีความสุขมากขึ้น ...ไม่ใช่ครับ ...ยิ่งรวย ยิ่งเก่ง ยิ่งได้รับการยอมรับ ยิ่งทุกข์..ไปโน่นเลย..

ดูเหมือนว่าจะมีความสอดคล้องกับเรื่องราวในสามก๊กโดยบังเอิญที่ยิ่งรวย ยิ่งเก่ง ยิ่งทุกข์...

เอาเป็นว่าความรวย ความสำเร็จ การได้รับการยอมรับ การมีเกียรติอย่างสูงอาจไม่ได้ทำให้ใครตายอย่างสงบ ...ไม่ใช่แล้ว

แล้วอะไรล่ะ ...

ผมบังเอิญได้ไปอ่านหนึ่งสือเรื่องหนึ่งชื่อ The Five Secrets You Must Discover Before You Die ความลับห้าข้อที่คุณต้องค้นให้พบก่อนตาย มีแปลเป็นไทย เจ้าของดูเหมือนจะให้ดาวน์โหลดไปดูได้ฟรี จะซื้อก็มี

คนเขียนเรื่องนี้เป็นนักวิจัยที่รู้สึกแปลกใจว่า ทำไมบางคนตอนไกล้ตายดูทุกข์ใจ ทำไมบางคนดูเหมือนก่อนตายใจสงบ ดูมีความสุข ดูไปดี ..เลยตั้งทีมไปสัมภาษณ์คนไกล้ตายร้อยกว่าคน. ปรากฏว่าเจอส่ิงที่เหมือนกันห้าข้อ ท่านเรียกว่าความลับห้าข้อที่คุณต้องค้นพบก่อนตาย

ทำตามหัวใจตนเอง (Be True to Yourself) คนที่ก่อนตายทุกข์ทรมานใจคือคนที่ไม่เคยได้ทำตามหัวใจตัวเอง ในขณะที่คนที่มีความสุขก่อนตายได้ทำตามหัวใจหรือความฝันของตนเอง ไม่ใช่ความฝันของคนอื่นที่ยัดเยียดมาให้เรา คุณอาจต้องตรวจสอบตัวเองบ่อยว่าที่ทำอยู่นั่นใช่หรือไม่

คำถามที่คุณควรถามตัวเอง ที่ผ่านมาคุณทำอะไรที่ดูเป็นตัวคุณเองจริงๆบ้าง และะทำอะไรให้ต่างออกไปเพื่อเป็นตัวคุณจริงๆมากขึ้น

ไม่เสียดายชีวิต (Leave No Regrets) นักวิจัยค้นพบว่าก่อนตายคนจะไม่เสียใจกับความล้มเหลวจากการได้เสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ แต่มักจะเสียใจที่ไม่ได้ลองเสี่ยงมากกว่า หรือไม่เสี่ยงมากกว่านี้

คำถามที่คุณควรถามตัวเอง ตอนนี้เราอยู่จุดไหน ถอยหลังหรืออยู่กับที่ไหม และเราจะทำอะไรให้ดี หรือจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไร

ใช้ชีวิตด้วยความรัก (Become Love) ควรเริ่มจากคุณต้องรักตัวเอง ยุติความวิตกกังวลในชีวิต และความคิดทำลายตนเอง หรือวิจารณ์ตัวเอง ควรให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ในชีวิตกับคนรอบข้าง

คำถามที่คุณควรถามตัวเอง วันนี้สัปดาห์นี้เราได้ให้เวลากับคนรัก ครอบครัว เพื่อนแค่ไหน เราได้เผื่อแผ่ความรักให้กับโลกรอบตัวแค่ไหน

อยู่กับปัจจุบันขณะ (Live the Moment) อยู่กับปัจจุบันขณะ มีสติมากกว่าจะมองแต่อนาคต หรือหมกมุ่นอยู่กับอดีต จนลืมปัจจุบัน

คำถามที่คุณควรถามตัวเอง... คุณมีความสุขกับสิ่งที่คุณทำมาในสัปดาห์นี้อย่างเต็มเปี่ยมไหม และรู้สึกดีกับสิ่งที่เป็นอยู่ขนาดไหน หรือสึกขอบคุณแค่ไหน

ให้มากกว่ารับ (Give More Than You Take) ในแต่ละวันคุณมีอำนาจที่จะให้อย่างไม่มีขีดจำกัด การให้เชื่อมโยงคุณเข้ากับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเอง (ศาสนาพุทธคือบุญ)

คำถามที่คุณควรถามตัวเอง คุณได้ทำให้โลกดีขึ้นกว่าเดิมไหม คุณได้ให้ ได้เมตตากับใครมาบ้าง แล้ววันพรุ่งนี้จะทำอะไรให้ดีขึ้น

เท่าที่ดูอย่างน้อย ที่ผมเห็นชัดๆ ในตัวเล่าปี่ ซุนกวน โจโฉในช่วงท้ายของชีวิต ผมว่าทั้งหมดได้สองข้อแรกแน่นอน แต่สามข้อหลังน่าจะมีปัญหา ดูเหมือนอำนาจทำให้เขาทำอะไรเพื่อตนเองกับครอบครัวมากกว่า ที่สำคัญดูขาดสติ ไม่อยู่กับปัจจุบัน ดูมีเรื่องวางไม่ลงเยอะมาก

ที่สุดทรัพย์สมบัติ ความรู้ ประสบการณ์ คลังสมองรอบตัว พระราชวัง คนสวยรอบตัว ส่ิงอำนวยความสะดวกระดับสวรค์มิอาจทำให้จิตใจของท่านผู้นำเหล่านี้ผ่อนคลายลงได้ และดูเหมือนจากไปแบบที่ผมเชื่อว่า “ตายตายไม่หลับเท่าไหร่”

ผมมิอาจรู้ได้ว่าจะจริงแค่ไหน เพราะนี่แค่อนุมานเอา...ผมว่าเราอย่าไปประเมินคนอื่น..เรามาดูตัวเองกันดีกว่า

เราอาจต้องกลับมานั่งถามตัวเองด้วยแนวคิดห้าข้อนี้... ชีวิตที่อยู่มันใช่หรือไม่ เรารักเมตตาดูแลคนอื่นไหม (ศาสนาพุทธคือการรักษาสมดุลย์ของทิศ 6) ได้เสี่ยงทำอะไรบ้างไหม มีสติไหม สุดท้ายให้มากกว่ารับไหม (ไม่ใช่ให้เพื่อเอาอำนาจ ทำ CSR เพื่อหากำไร)

อนึ่งการมุ่งหาเงิน Passive Income หาทางรวย หรือความเท่ห์ เกียรติยศของคนเรา ความสุดยอดในอาชีพ สมบัติบ้า อาจไม่ใช่คำตอบแล้วครับ ..เพราะมีเท่าไหร่ก็คงไม่ใช่ ทั้งกรณีสามก๊กและประเทศสหรัฐอเมริกา

สุดท้ายยังไงผมม็รู้สึกสามก๊กเป็นวรรณกรรมที่ทรงคุณค่ามากๆ ...เหมือนเป็นคำสอนและเสียงเตือนจากบรรพชนของโลก ...เตือนให้เรารู้เท่าทัน เพราะเราเองอาจเป็นมิตรกับตัวเราเอง หรือเป็นศัตรูกับตัวเองก็ได้ ใครจะไปรู้ ถ้าเราไม่รู้ความลับห้าข้อ...ก่อนตาย

ด้วยรักและปราถนาดี

ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์

www.aithailand.org

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)