ชีวิตที่พอเพียง ๒๖๖๕. บอลติกทัวร์ ๕. วันที่สี่ ลัตเวีย - เอสโทเนีย


๑๑ เมษายน ๒๕๕๙

ฟ้าสาง ๖.๓๐ น. อุณหภูมิ ๑ องศาเซลเซียส แต่พยาการณ์อากาศว่ารู้สึกคล้ายลบ ๒ ผมออกไปวิ่งออกกำลัง ที่นครริก้า แห่งลัตเวีย จึงรู้ว่าโรงแรมเมอร์เคียวที่เราพัก อยู่ใกล้สถานีรถไฟกลาง มีหอนาฬิกาเป็นเครื่องหมาย และอยู่ไม่ไกลจากเมืองเก่ามากนัก แต่ผมไม่รู้ทาง จึงวิ่งดูภูมิประเทศชมเมืองไปรอบๆ ไปเจอสวนสาธารณะใหญ่สวยงาม ที่มาดูแผนที่ทีหลังทราบว่าชื่อ Vermanes Park โดยวิ่งผ่านอาคาร Cirks หรือ Circus ในภาษาอังกฤษ คือโรงละครสัตว์ ซึ่งดูโทรมๆ

วิ่งไปถ่ายรูปสถานีรถเมล์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงแรมเมอร์เคียว แล้วกลับโรงแรม อาบน้ำแต่งตัว ลงไปกินอาหารเช้า ผมได้กินปลาดองของโปรดแบบที่เคยกินในคณะสี่สหาย ที่เล่าไว้ ที่นี่

ไกด์ (คุณแขก) บอกว่าต่อไปนี้ไม่ต้องรีบเร่งแล้ว จะพาไปแวะ ๒๐ นาทีให้ถ่ายรูปอนุสาวรีย์แห่งอิสรภาพ พบว่าอยู่ใกล้สวนสาธารณะและแม่น้ำ ทำให้ถ่ายรูปได้สวย แล้วคนแก่หลายคนต้องการหาที่ฉี่ จึงไปที่ร้านแม็คโดแนล พบว่าประตูห้องน้ำล็อก ต้องใช้รหัสเปิด จะได้รหัสเมื่อมีคนไปซื้อของก่อน

เรานั่งรถออกจากริก้าเวลา ๙ น. เพื่อไปเมือง พาร์นู (Parnu) เมืองตากอากาศชายทะเลของเอสโทเนีย ระยะทาง ๑๘๐ ก.ม. แต่กว่าจะออกจากตัวเมืองก็ใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที ผ่านบริเวณที่ถนนไม่ดี และอาคารขาดการดูแล จนไปถึงถนนที่จะตรงออกไปจากเมือง เป็นถนนที่ผมชอบมาก คือมีต้นไม้ปลูกสองข้างทาง มีทางคนเดิน/รถจักรยานกว้างสองสามเมตร ขนานกับถนน แล้วจึงจะถึงทางเท้าหน้าอาคารขนาดเล็กลงอีกหน่อย รวมเป็นคล้ายถนนสามเส้นขนานกัน ทำให้บริเวณดูร่มรื่นมาก

ในที่สุดเราก็ถึงถนนนอกเมือง ที่รถน้อยมาก เป็นถนนสองเลนสวนกัน สภาพค่อนข้างดี ตอนนี้เวลา ๑๐.๑๕ น. สองข้างทางเป็นป่าสนที่สมบูรณ์มาก เขียวชะอุ่มงดงาม

เราไปแวะที่ร้านของที่ระลึกและอาหารเครื่องดื่มที่ในอดีตเป็นด่านตรวจผ่านแดนระหว่างลัตเวียกับเอสโทเนีย เพื่อเข้าห้องน้ำและช็อปปิ้ง สถานที่นี้สมัยก่อน ที่ยังต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองคงจะคับคั่งมาก แต่ตอนนี้สามประเทศเข้าเป็นสมาชิกอียู รถแล่นผ่านไปเลย โดยถนนเบี่ยง ไม่ต้องผ่านด่าน ที่ด่านจึงร้าง เหลือร้านอยู่ร้านเดียว

พัก ๒๐ นาที รถแล่นต่อสู่เมือง พาร์นู (Parnu) เมืองตากอากาศชายทะเลในฤดูร้อน ที่คนจากประเทศทางเหนือ หนีหนาวมาตากอากาศกำลังสบาย ต่างจากการตากอากาศชายทะเลบ้านเรา ที่คนหนีร้อน แต่เราไม่ได้เห็นชายหาดตามในรูป ของเว็บไซต์เลย เราตรง ไปกินอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารพื้นเมือง Parnu Yachtclub Tavern ซึ่งอาหารเป็นปลาแซมมอน อร่อยมาก ขนมหวานก็อร่อย กินกับไอศครีมและกาแฟ สุดยอด และสถานที่ก็สวยงาม

กินอิ่ม เขาพาไปเดินชมเมืองเก่า พาร์นู ๔๕ นาที มีร้านค้า อาคารเก่า โบสถ์ อนุสาวรีย์กวีวีรบุรุษปลุกให้คนเรียกร้อง เอกราช ชื่อ Johann Voldemar Jannsen และบ้านสถาปนิกคนสำคัญ รวมทั้งจตุรัสสำหรับเป็นที่นั่งพักผ่อนของผู้คนด้วย

ในเอกสารของบริษัททัวร์บอกว่า หลังจากนั้นพาชมชายหาด Pirita ความยาว ๑๓๕ ก.ม. สู่เมืองทาลลิน (Tallinn) ผมเห็นแต่ป่าสนสองข้างทาง ผมบ่นกับ อ. ต้นว่าไม่เห็นเขาพาไปเลียบชายหาด จึงทราบว่าถนนเลียบชายหาด โดยชายหาดอยู่ฝั่งซ้ายของรถ ผมนั่งฝั่งขวาติดหน้าต่างจึงไม่เห็น เพราะระหว่างถนนกับชายหาดมีต้นสนบังอยู่

ถึงทาลลินเขาพาไปชมโบสถ์ Alexander Nevsky Cathedral ซึ่งเป็นโบสถ์ศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อก ยอดเป็นทรงหัวหอมแบบรัสเซีย ไปถึงห้าโมงเย็นแดดจ้ามาก ถ่ายรูปโบสถ์ได้สวยมาก แต่ถ่ายรูปคนยาก เพราะพื้นหลังแสงจ้า เราเข้าไปดูข้างใน เขากำลังมีพิธีอ่านพระคัมภีร์กันอยู่ แต่คนมาร่วมพิธีไม่กี่คน เกือบทั้งหมดเป็นทัวริสต์ ในวิกิพีเดียบอกว่า โบสถ์นี้สร้างปี 1900 สมัยรัสเซียครองเอสโทเนีย จึงมีคนไม่ชอบโบสถ์นี้ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นเมืองขึ้นรัสเซีย

จากโบสถ์เข้าโรงแรม Original Sokos Hotel กินอาหารเวลาเกือบทุ่ม อาหารอร่อยมาก โดยเฉพาะสลัดอร่อยเป็นพิเศษ มีผักหลากชนิด ผสมกันแล้วรสกลมกล่อม โดยผมไม่เติมน้ำสลัดเลย

คุณไอยา ชะนีแคระ พาเที่ยวเมืองทาลลินน์ ที่นี่ ในตอนท้ายได้เปรียบเทียบเมืองหลวงของสามประเทศบอลติก ไว้อย่างน่าฟังมาก

คนหนุ่มสาวเขานัดไปเดินเที่ยวเมืองตอนสองทุ่ม แต่สาวน้อยกับผมขอพัก

วันนี้อากาศดีมาก แดดจ้า ท้องฟ้าโปร่ง เมฆงาม แต่อุณหภูมิอยู่แถวๆ ๖ องศา ซึ่งเราชินแล้ว เสื้อผ้าให้ความอบอุ่นเพียงพอ มีคนบอกว่าที่กรุงเทพอุณหภูมิ ๔๑ ที่อีสาน ๔๕

ตอนกินอาหารเย็น ผมเห็นคุณแขกดูจะยุ่งมาก จึงปรารภกับคุณเปา คุณเปาบอกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีครอบครัวหนึ่ง ขอย้ายห้องถึงสามหน จะเห็นว่าอาชีพ หัวหน้าทัวร์ต้องอดทนมาก



Riga Central Railway Station


วิ่งผ่านอาคารละครสัตว์


รอไฟเขียวข้ามทางม้าลายถนนรถรางไปสวนสาธารณะ


สวนสาธารณะ


ท่ารถเมล์


อาหารเช้าปลาหมัก


อนุสาวรีย์สันติภาพ


สวนสาธารณะใกล้อนุสาวรีย์


เมฆสวยที่ชายทะเลยอชท์คลับ


บ้านไม้สไตล์เอสโทเนีย


เมืองเก่า พาร์นู


บ้านพ่อค้ามหาเศรษฐี อายุกว่าสามร้อยปี


โบสถ์ที่เมืองเก่า พาร์นู


บ้านสถาปนิกใหญ่ อายุเกือบสามร้อยปี



จัตุรัสเมืองพาร์นู


Alexander Nevsky Cathedral


ภายในโบสถ์


อาคารรัฐสภาเอสโทเนีย

วิจารณ์ พานิช

๑๑ เมษายน ๒๕๕๙

ห้อง ๑๑๑๗ โรงแรม Original Sokos Hotel Viru, Tallinn, Estonia


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)