การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (ปฐมบท)

เกิดมาทำไม? มักเป็นคำถามที่ได้คำตอบที่หลากหลายจากเจ้าของคำตอบ

โชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคน มีโอกาสเรียนรู้แลกเปลี่ยน ปรับตัวกายใจเพื่อความเหมาะสมกับสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ตามวัย โอกาส แล้วอะไรคือเป้าหมายของการเกิดมาเป็นคน

เมื่อมองข้อมูล ความรู้ ความคาดหวัง ของคนที่เกิดก่อนเรา

1.เป็นเด็กดีนะลูก (หน้าตาคนดี การกระทำเพื่อที่จะเป็นคนดี เป็นอย่างไร )

ทำหน้าที่ 10 อย่าง ตามที่ได้ฟังจากเพลงวันเด็กแห่งชาติ เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี

2.โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร? (เป็นหมอ เป็นครู เป็นพยาบาล เป็นนักเศรษฐศาตร์ เป็นทนายความ เป็นวิศวะฯ ลฯ )

เมื่อเป็นอย่างที่บอกข้างต้นเขาต้องทำอะไรบ้าง? ลองตามไปดูงานที่เขาทำกันไหม?

3.ทำอย่างไรจึงจะเป็นพยาบาลได้ ? แต่ไม่อยากเป็นเช่นพยาบาลที่เห็นในวันนั้น

เดินตามเส้นทางที่จะเป็นพยาบาล ของรั้วมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น ที่ๆเต็มไปด้วยคำถามให้ค้นหาคำตอบ/แสวงหาความหมาย/ความจริง

เพียงหวังจะเฟื้องฟุ้ง ฤาจึงมุ่งมาศึกษา เพียงเพื่อปริญญา เอาตัวรอดเท่านั้นฤา

แท้ควรสหายคิด และตั้งจิตร่วมยึดถือ รับใช้ประชาคือ ปลายทางเราที่เล่าเรียน

ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึง มาหา ความหมาย

ฉันหวังเก็บ อะไร ไปมากมาย สุดท้ายให้กระดาษ ฉันแผ่นเดียว

เป็นหมอเป็นครู เป็นผู้รู้เรื่องเศรษฐการ

เป็นพยาบาล เป็นผู้ชำนาญ ในเรื่องกลไล

สิ่งเหล่านี้ หาใช่เป้าหมาย ชีวิตไม่

จงเร่งสร้างเสริม ต่อไป หาความหมายให้ แก่ชีวิตตน

แม้นจะเป็นครู เป็นครูของมวลประชา

ช่วยพัฒนาคนยากจน ให้พ้นโง่เขลา

ถึงจะเป็นครู ผู้ชำนาญ เรื่องงานเบาๆ

งานราษฏร์ งานหลวง ไม่เอา หาแนวทางสร้างแต่ความร่ำรวย

เป็นหมอมือดี มีฐานะ ร่ำรวยสูงเด่น

ท่ามกลางความทุกข์ รำเค็ญ ตกเป็นของมวลประชา

ก็คงไม่พ้น ผู้คนติฉิน นินทา

นี้หรือชีวิต มีค่า ที่เกิดมาร่วมโลกเดียวกัน

มือหนึ่งถือเข็มฉีดยา มือสองนั้นหนาต่อสู้เพื่อมวลประชายากไร้

นี่คือชีวิตยิ่งใหญ่ แห่งแพทย์และพยาบาล

เลือกเดินเถิดดาว แนวทางที่เธอต้องการ

ชีวิตอาจไม่ยืนนาน เร่งสร้างผลงานให้แก่ชีวิต

โลกหมุนเปลี่ยนไป นะดาวเจ้าคงทราบดี

ใดๆที่ในโลกนี้ ล้วนมีอยู่หลายแนวทาง

จะเดินไปทางไหนเพื่อตอบคำถามข้อ 3 และดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างไม่ทุกข์ ความสุขย่อมเกิดขึ้นทุกขณะ เป็นประโยชน์แก่ตนและโลกได้บ้าง เข้าถึงจึงเข้าใจ ก้าวเดินต่อไปร่วมพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม เต็มกำลัง ความสามารถ เท่าที่ทำได้ อย่างสมดุลลงตัว

ชีวิตคนเรามีทั้งเศร้าและสุข บ้างมีแต่ทุกข์ ทุกข์ระทม ตรมในความทุกข์ ควานหาสุขจนสิ้นลม

ไม่เคยสุขสม ตรมตรอมใจ สิ่งขวัญในใจนี่ เราจะมีความทุกข์ร่วมกัน เราขวัญ เราจะมีความสุขร่วมกัน

เรามีทั้งเพื่อน มีทั้งเดือนและดาว เรามีทั้งข้าว มีทั้งปลา เรามีเสียนก มีน้ำตก มีแนวป่า มีเสียนกร้องนองน้ำตา

สิ่งขวัญในใจนี้ เราจะมีความทุกข์ร่วมกัน เราขวัญเราจะมีความสุขร่วมกัน (ขวัญ :จิตวิญญาณหรือศรัทธาร่วม)

ชีวิตในมหาวิทยาลัยช่วยให้ได้เห็น ความจริง ความดี ความงาม และอื่นๆที่หลากหลาย ช่วยให้รู้จัก เข้าใจ นำใช้ เห็นผล ของคำว่าพอประมาณ โดยใช้หลักทางศาสนา ความรู้ในศาสตร์ต่างๆรอบด้าน ทั้งจากตำราและผู้คนมากมาย ด้วยเหตุผลที่แตกต่าง สุดท้ายผ่านการเลือกสรรในสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสม มาใช้ประโยชน์ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเผชิญการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อย่างเข้าใจเหตุปัจจัย ขัดเกลาตนเองไป ให้รู้จักคำว่า พอเพียง พึ่งตน เกื้อกูลและแบ่งปัน อย่างเป็นอิสระ จากความอยากมี อยากเป็น เพราะถึงที่สุดของความมี ความเป็น คือความว่างเปล่าไม่มีอะไร

ดังนั้นในขณะที่มี ที่เป็น ตามสมมุติ ณ.กาลเวลา ต่างๆในพัฒนาการของชีวิต เราจะทำประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์/ทำประโยชน์จากเพื่อนมนุษย์/สมดุลย่อมอยู่ที่ประโยชน์สุขร่วมกัน........ทรงธรรมะแห่งอาชีพให้บริสุทธิ์กันต่อไปจะได้อยู่ในยุคศรีอริยะเมตตรัยร่วมกัน ยุคของความไม่เห็นแก่ตัว......ยุคของสังคมผู้สูงอายุที่เห็นความจริงของชีวิต........พร้อมสำหรับแจกของส่องตะเกียงอันเป็นแสงสว่างแห่งปัญญา.......อนาคตยั่งยืนด้วยปัญญา ศิลธรรมและคุณธรรมจะกลับมา คุณธรรมนำวิชาการ เป็นพื้นฐานแห่งปัญญา

ขอขอบคุณผู้จัดงานพระราชทานเพลิงศพ(กรณีพิเศษ) อาจารย์ใหญ่ ที่บริจาคสังขารเพื่อการศึกษาแก่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2559 ณ วัดคลองเรียน เทศบาลนครหาดใหญ่ สงขลา ขอความเสียสละของทุกท่าน ได้เป็นบทเรียนแก่สังคมสำหรับประโยชน์สุขของการเรียนรู้ร่วมกัน

ขอน้อมจิตคารวะพระคุณอันยิ่งใหญ่

เจริญธรรม สำนึกดี

ยาดมเอง

นางอุดม พานทอง ชิตมณี (รหัส 2125584 พยาบาลรุ่น 6 ม.อ)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พยาบาลปฐมภูมิ



ความเห็น (1)

ลูกพระบิดาเช่นกันค่ะ