ฉันเรียกมันว่าโอกาส (17 พฤษภาคม 2559)

เย้ เช้าวันที่ 2 ของการมาโรงเรียนในฐานะครูฝึกประสบการณ์

วันนี้เราก็มาเช้าเหมือนเดิมค่ะ ไฟยังแรงอยู่ :) และก็มีอีกอย่างที่เหมือนเดิมคือ ยังกินข้าวมันไก่เหมือนเดิมนะคะ

กินจนคิดว่าน่าจะได้กินไปตลอดภาคเรียนที่มาอยู่ที่นี่เลย บางทีเราก็ยังไม่อยากเป็นเก๊าท์นะ

คิดว่ากินแค่อิ่มท้องก็พอนะ คิดว่าวันต่อๆไปจะไม่กินละค่ะ นานๆทีจะดีกว่า

โรงเรียนนี้มีทางเข้า-ออกได้หลายทางมากๆจึงทำให้ถึงโรงเรียนได้อย่างรวดเร็วเพราะสามารถเข้านู้นออกนี่ได้เลย ไม่ต้องกลัวหลงทาง บางทีเราก็งงกับการเปิดปิดประตูของโรงเรียน ทำให้ไม่สามารถเข้าประตูทางด้านหน้าได้ ทุกวันนี้ก็เลยเข้าทางด้านหลังของโรงเรียนมาโดยตลอด

เช้านี้เราก็ได้ทำหน้าที่เหมือนเช่นวันแรกคือมีการควบคุมนักเรียนในการทำความสะอาดตามกลุ่มสี

มีการคุมแถวนักเรียนในการทำกิจกรรมหน้าเสาธง

สิ่งที่เพิ่มเติมจากเดิมในการทำหน้าที่เป็นครูประจำชั้นคือ มีการเริ่มเก็บเงินออมทรัพย์ที่นักเรียนจะนำเงินมาฝากทุกวัน แล้วแต่ดุลยพินิจของบางคน ซึ่งบางคนอยากจะฝากทุกวันพุธไม่ฝากทุกวัน หรือบางคนอาจจะฝากรอบเดียวแบบเป็นรายเดือนก็สามารถทำได้เลย สิ่งที่อยากจะชื่นชมในการเก็บเงินออมทรัพย์คือ นักเรียนชั้น ป.3/2 มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์ในการฝากเงินมากค่ะ ถ้าพ่อแม่ให้เงินมาฝากเท่าไหร่ก็นำเอามาฝากเท่านั้นไม่มีการเก็บไว้ใช้อย่างอื่นแต่อย่างใด หรือบางคนพ่อแม่อาจจะไม่ได้ให้มาฝากเงินโดยเฉพาะแต่เขาก็สามารถแบ่งจำนวนเงินจากที่พ่อแม่ให้นำมาฝากได้ เป็นการสร้างลักษณะนิสัยที่ดีในการออมเงินค่ะ น่าชื่นใจจริงๆ และขอชื่นชมอีกอย่างคือภายในห้องเรานั้นมีการแบ่งหน้าที่ในการทำงานกันอย่างชัดเจน เช่น หัวหน้า รองหัวหน้า เหรัญญิก เลขานุการ ซึ่งแต่ละหน้าที่นักเรียนมีความรับผิดชอบในการทำงานมากๆ โดยเฉพาะในวันนี้ เหรัญญิกมีการเรียกเก็บเงินจากเพื่อนๆอย่างสมัครใจและเต็มใจ

วันนี้ฉันมีสอนในคาบที่ 2 คือสอนวิชาภาษาไทย(ภาษาพาที) แต่ก็ต้องได้รับหน้าที่เพิ่มคือเมื่อครูพี่เลี้ยงมาบอกให้เราสอนภาษาไทยซ่อมเสริมต่อในคาบที่ 3 สอนภาษาไทยแต่เป็นในเรื่องของวรรณคดีลำนำ ฉันก็เลยรีบเปิดดูเนื้อหาว่ามีอะไรบ้างเพื่อจะได้มีอะไรไปสอนให้เด็กๆ กะทันหันจริงๆค่ะ

ในคาบที่ 2 จบไป.. ได้พูดคุยกับนักเรียนก่อนการเรียนการสอนเกี่ยวกับเนื้อหาของเรื่องปฏิบัติการสายลับจิ๋ว ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากเด็กๆเป็นอย่างดี และที่สำคัญคือได้เล่านิทานให้เขาฟังด้วย ตื่นเต้นมากๆค่ะ จากที่คิดว่าตัวเองเป็นคนที่เล่าไม่สนุก เล่าไม่เร้าใจ คิดว่าเด็กจะไม่ฟังและไม่เข้าใจในสิ่งที่เราเล่า แต่ในวันนี้เด็กๆฟังและคิดตามได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ไว้ครูจะไปฝึกฝนการเล่ามาเยอะๆนะคะ แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกบ่อยๆ ครูสัญญา

รูปนี้เป็นการสอนภาษาไทยในวันนี้ซึ่งฉันให้เด็กได้จดไปพร้อมๆกับอ่านให้ฟัง จากนั้นมีการนำมาสมุดมาให้ครูตรวจในท้ายชั่วโมง

ในคาบที่ 3 ต่อจากคาบเมื่อกี้เป็นภาษาไทย (ภาษาพาที) แต่คาบนี้เป็นภาษาไทย วรรณคดีลำนำ ซึ่งฉันก็เพิ่งได้รู้ว่าตัวเองจะต้องสอนเมื่อกี้นี้เอง เลยต้องรีบเตรียมตัวค่ะ แต่ยังไงเราก็ต้องสอนเขาค่ะ เพราะเราเป็นครู :)

ในขั้นนำวันนี้เด็กๆขอมาว่าอยากเล่นอะไรสนุกๆ ก็เลยให้เขาออกมาใบ้ท่าทางสัตว์ต่างๆ โดยเราสุ่มคนที่จะออกมาทำท่าทางให้เพื่อนๆดู โดยที่ห้ามพูดออกเสียง แล้วให้เพื่อนๆทายว่า ท่าทางนั้นคือสัตว์อะไร เล่นได้ประมาณ 5 คนก็พอละค่ะ เดี๋ยวพวกเด็กๆจะเบื่อไปซะก่อน

จากนั้นถามคำถามนักเรียนเกี่ยวกับนิทานเรื่องกระต่ายไม่ตื่นตูม แล้วให้เด็กๆผ่อนคลายโดยการวาดรูปสัตว์ที่ตนเองชอบลงไป พร้อมทั้งตกแต่งให้สวยงาม เด็กชอบการวาดรูประบายสีมากๆค่ะ

นี่คือส่วนหนึ่งของรูปที่นักเรียนวาดแล้วนำมาส่งค่ะ สวยงามมากๆ

พักกลางวัน..

อาหารวันนี้เป็นพะโล้ค่ะ แม่ครัวทำอร่อยมากๆหรือว่าหนูหิวมากก็ไม่รู้นะคะ ทานเสร็จก็ต้องมีอะไรตบท้ายซะหน่อย เลยไปหาซื้อชามะนาวมากินแก้ง่วง

บ่ายโมง..

สอนวิทยาศาสตร์ห้อง MEP ค่ะ เด็กเก่งซะด้วย ตอนแรกที่ได้รู้ว่าสอนวิชานี้ห้องนี้ รู้สึกกดดันสุดๆเลยค่ะ เพราะเป็นวิชาที่ไม่ถนัดเอาซะเลย แล้วยังต้องได้มาสอนห้องเด็กเก่งอีก แล้ววันนี้อะไรหลายๆอย่างก็ไม่เป็นใจให้อีกเช่นห้องเรียน MEP ถูกย้ายให้มาเรียนที่ห้องสมุดเนื่องจากห้องนั้นจะต้องมีการติดแอร์ จากแผนเดิมที่เตรียมไว้คือ จะต้องได้วาดภาพให้นักเรียนดู แต่ปรากฏว่าห้องสมุดไม่มีแม้แต่กระดานไวท์บอร์ดเล็กๆให้ครูเลย เศร้าและชะงักไปประมาณ 5 นาที แต่กระไรนั้นเมื่อเราขึ้นชื่อว่าเป็นครูเราจะต้องออกแบบพลิกแพลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ในวันนี้ก็เลยให้นักเรียนพูดทักทายกับครูแล้วมีการแนะนำตัวทำความรู้จักกันเสียก่อน จากนั้นเราก็ใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความคิดของนักเรียน แล้วให้นักเรียนจินตนาการจากสิ่งที่ตนเองเคยเห็นมาว่า ต้นไม้มีลักษณะอย่างไรบ้าง ครูก็ต้องมีการตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลา จากนั้นครูจะยังไม่เฉลย เพราะเห็นว่านักเรียนเริ่มเบื่อกันแล้ว ตามประสาเด็ก ความสนใจของเขาจะมีไม่มาก จึงทำให้ครูต้องมีการเปลี่ยนกิจกรรมอยู่ตลอดเวลาอย่างหลากหลาย วันนี้ฉันเลยสวมบทมาเป็นแดนเซอร์ให้นักเรียนได้เต้นตามซะเลย โดยการเต้นเพลง “กิ่ง ก้าน ใบ” ไม่คาดฝันมาก่อนว่าเด็กๆจะชอบและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี วันนี้ประทับใจห้องป.2 MEP มากที่สุดเลยค่ะ และท้ายชั่วโมงมีครูชื่อว่า Mr.Pual เข้ามาในห้องเรียนเพื่อจะมาสอนวิชาต่อไป ก็มีการทักทายพูดคุยกับเขา และเขาก็ได้ทักทายกับเด็กๆ ในใจก็แอบคิดว่า สักวันอยากที่จะสอนนักเรียนให้เขามีความสุข กระตือรือร้นที่จะตอบที่จะเรียนอยู่ตลอด เหมือนที่ครูต่างชาติหลายๆคนเขาทำกันบ้าง จากการพูดคุยระหว่างเราสามคน Mr. Pual ฉัน นักเรียน ทำให้เรารู้ได้เลยว่านักเรียนชั้น ป.2 นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ พูดคุยกับชาวต่างชาติได้แบบไม่กลัวว่าจะผิดจะถูกขอแค่ให้ได้พูดสื่อสารกับเขาก็พอ บางทีบางคำศัพท์เด็กอาจจะรู้เยอะมากกว่าเราด้วยซ้ำไป ขอบคุณประสบการณ์ดีๆ จะเรียนรู้จากโอกาสที่ได้รับให้มากค่ะ

ในคาบโฮมรูมก่อนกลับบ้านก็ได้ทำหน้าที่เป็นครูประจำชั้นที่ดีร่วมกับครูออย คือมีการแบ่งเวรเพื่อทำความสะอาดของห้องเรียนเรา

และก็อีกเช่นเคยเมื่อนักเรียนกลับบ้านกันหมดแล้ว เราก็ได้มีโอกาสอยู่กับครูประจำชั้นร่วม วันนี้ก็พูดคุยกันปกติ รู้สึกอบอุ่นสนิทสนมกับครูมากขึ้นๆทุกวัน ได้รับคำแนะนำที่ดี กำลังใจจากครูอยู่ตลอด ไม่รู้สึกหนักใจเลยที่ได้มาฝึกสอนที่โรงเรียนนี้ กลับรู้สึกดีใจ ประทับใจมากทุกๆวัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวกรทิพย์ นุแปงถา (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (2)

เลือกกินอย่างอื่นบ้างก็ดีนะครับครูทิพย์

เขียนเมื่อ 

โอเคค่ะ @ณัฐธีร์ เหลืองวัฒนะโชติ ขอบคุณสำหรับความห่วงใยค่ะ ยังไงก็อยากให้คุณณัฐธีร์ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆบ้างนะคะ ขอบคุณค่ะ :)