ชีวิตที่พอเพียง ๒๖๖๒. บอลติกทัวร์ ๒. วันแรก เดินทางขาไป


๘ เมษายน ๒๕๕๙

วันแรกของการเดินทาง แผนคือนั่งฟินแอร์ไปลงเฮลซิงกิ แล้วนั่งเครื่องบินต่อไปเมืองวิลนิอุส ประเทศลิทัวเนีย แล้วเข้าพักโรงแรม เป็นวันแห่งการเดินทางโดยเครื่องบิน

บริษัทเร้นจ์ฯ นัดให้ไปรายงานตัวเวลา ๖.๐๐ น. เราเดินทางโดยสายการบินฟินน์แอร์ AY 090 เครื่องออก ๙.๐๐ น. กำหนดถึงเฮลซิงกิ ๑๕.๒๕ น. แล้วเวลา ๑๖.๒๐ น. ขึ้นเที่ยวบินที่ AY 133 ต่อไปวิลนิอุส ลิทัวเนีย กำหนดถึง ๑๗.๓๕ น. แต่เอาเข้าจริง ลูกทัวร์ ๒๐ คนตกเครื่องบินที่เฮลซิงกิพร้อมหัวหน้าทัวร์ ที่ขึ้นเครื่องทันมี ๑๑ คน

เราไปถึงสนามบินก่อน ๖ น. เล็กน้อย พบว่าคุณเปาและ อ. ต้น น้องชายไปถึงก่อนแล้ว ทางบริษัทเร้นจ์มีระบบ รับลูกทัวร์ที่ดีมีคุณภาพมาก เอาป้ายติดกระเป๋าใหญ่และกระเป๋าหิ้วขึ้นเครื่อง รับกระเป๋าใหญ่ไปเช็กอิน แจกบัตรขึ้นเครื่องและบัตรตรวจลงตราผู้เดินทางออกนอกประเทศที่กรอกรายละเอียดหมดแล้ว เราแค่เซ็นชื่อ เขาแจกเอกสารโฆษณาสถานที่เที่ยวของบริษัท แจกเอกสารรายละเอียดของทริปนี้ พร้อม adaptor ปลั๊กไฟสำหรับใช้ในยุโรป

เขามีเจ้าหน้าที่พาเดินไปที่ immigration โดยขอสิทธิ์ Fast Lane ทำให้สะดวกขึ้น

เครื่องบินออกจากประตู G6 เวลา ๙.๐๕ น. ก็เริ่มออกเดินทาง เครื่องบิน Airbus A350-900 ใหม่เอี่ยม เราได้ที่นั่ง 47E และ H ช่องว่างระหว่างแถวที่นั่งกว้างกว่าชั้นประหยัดของเครื่องบินการบินไทย ที่พนักตรงหน้าของผู้โดยสารทุกคน มีจอดูหนังฟังเพลง หรือดูตำแหน่งเครื่องบิน ดูฟ้าหรือทางวิ่งของเครื่องบิน เป็นจอ touch screen สะดวกมาก รวมทั้งมีสวิตช์เปิดปิดไฟอ่านหนังสือ เรียกเจ้าหน้าที่ หรือแจ้งขอนอน หนังที่มีให้เลือกมากมายหลายสิบเรื่อง ผมดู Lord of the Ring ไปได้หน่อยก็ง่วง

ระบบจอและข้อมูลที่ให้ผ่านจอนี้สุดยอดจริงๆ มีทั้งข้อมูลเส้นทางการเดินทางบนแผนที่โลกที่บอกว่าถึงไหนแล้ว แผนที่นี้เราหมุนดูได้ทั่วโลก และมีข้อมูลเมืองใหญ่ๆ ให้ดูมากมาย เป็นข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเป็นหลัก แผนที่โลกแบบนี้ ช่วยให้เราได้มองโลกจากมุมมองที่แตกต่างจากแผนที่ตายตัวบนกระดาษ ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ได้ดีกว่ามาก

นอกจากนั้น ยังมีภาพจากกล้องนอกเครื่องบิน ทั้งภาพถ่ายไปข้างหน้า และภาพถ่ายพื้นดิน ตอนใกล้ลง เราได้เห็นภูมิประเทศข้างล่าง และตอนล้อหน้ากระแทกพื้นก็ได้เห็นว่าเป็นอย่างไร ตอนเครื่องลงเขาเอาล้อหลังแตะพื้น ก่อนนะครับ

อาหารเที่ยงเป็นไก่หรือเนื้อ อร่อยทั้งสองอย่าง มีไวน์ให้ และคอยเติมให้ แต่หากจะดื่มแอลกอฮอล์หลังมื้อแรกต้องซื้อ กาแฟก็หอมดี มื้อก่อนเครื่องลงชั่วโมงครึ่งเป็นอาหารอิตาเลี่ยน เครื่องลงก่อนเวลาเล็กน้อย

แล้วเราก็เผชิญปัญหาจนได้ เพราะที่สนามบินเฮลซิงกิ เราต้องเข้าคิวตรวจ security ยาว และลูกทัวร์คนสุดท้ายที่ผ่าน immigration ก็รอนานมาก แถมทางเดินไป Gate 17 ก็ยาว ลูกทัวร์ส่วนใหญ่รวมทั้งสาวน้อยกับผมจึงตกเครื่องบิน อยู่กับหัวหน้าทัวร์ ซึ่งก็แปลกมากที่ไม่ไปเร่งเจ้าหน้าที่ ว่าเราต้องบอร์ดเครื่องตามบัตรขึ้นเครื่องเวลา ๑๕.๔๕ น. และเครื่องออกเวลา ๑๖.๒๐ น. คณะเราไปถึงราวๆ ๑๖ น. เขาไม่ยอมให้ขึ้นเครื่อง บอกว่าหัวหน้าทัวร์ไปกับเครื่องแล้ว บอกว่ามีลูกทัวร์ตกเครื่อง ๒๐ คน แถมยังกล่าวหาพวกเราว่าเรามัวช็อบสินค้าปลอดภาษี ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนนี้ มีอคติกับคนไทย

ผมคิดว่า ฟินแอร์บริการไม่ดี ไม่ช่วยประสานกับทาง security check และ immigration ให้ช่วยอำนวยความสะดวก เร่งเวลาให้ผู้โดยสารคณะใหญ่ และเมื่อเราช้าไปนิดเดียวเจ้าหน้าที่ก็ไม่ยืดหยุ่น

เจ้าหน้าที่ผู้หญิงบอกให้รอ จนกว่าหัวหน้าทัวร์จะออกมาจัดการ แสดงว่าเขาเข้าใจผิดว่าพวกเราที่ขึ้นเครื่องแล้วบางคน เป็นหัวหน้าทัวร์ ในที่สุดก็บอกผมให้ไปที่ transfer service ใกล้ Gate 24 แต่ลูกทัวร์คนอื่นบอกให้รอหัวหน้าทัวร์ซึ่งยังรอลูกทัวร์ คนสุดท้ายอยู่ ในที่สุดเขาก็มาและพากันไปที่ transfer service พวกเราเข้าคิวรอ แล้วนั่งรอ ในที่สุดแก้ปัญหาโดย ไปนอนค้างโรงแรม Cumulus ในบริเวณสนามบิน ๑ คืน พรุ่งนี้เช้าไปขึ้นเครื่องใหม่

ลูกทัวร์บางคนต้องการเปลี่ยนเสื้อผ้า จึงต้องไปขอรับกระเป๋าใหญ่ คนอื่นๆ ก็ต้องไปรอ เสร็จแล้วคุณเซ้นท์หัวหน้าทัวร์ พาไปรอรถ free transfer bus ไปตามโรงแรมแอร์พอร์ต ซึ่งมี ๓ - ๔ โรงแรม รอประมาณ ๒๐ นาที ที่ด้านนอกอาคารซึ่งอากาศ หนาวราวๆ ๘ องศา ซึ่งทุกคนก็มีเครื่องกันหนาวพร้อมอยู่แล้ว ช่วงนี้ฝนตกพรำๆ แต่ก็เบามาก

โรงแรมกลุ่ม airport hotels อยู่บริเวณเดียวกัน อยู่ห่างสนามบินประมาณสองกิโลเมตร ระหว่างทางผ่านป่าสนและ birch ต้น birch ยังใบโกร๋นอยู่ ถึงโรงแรม Cumulus ประมาณทุ่มครึ่ง กินอาหารเย็น เป็นปลาแซมมอน อร่อยดี รออยู่นานพอสมควร กินเสร็จเกือบสามทุ่ม รีบขึ้นห้องอาบน้ำนอน เราได้ห้อง ๕๐๒ อยู่ไม่ไกลลิฟท์ ห้องนอนกว้าง สองเตียง แต่ไม่มีน้ำดื่มให้ ไม่มีแปรงสีฟัน ไม่มีโลชั่น แต่มี wifi เร็วดี และดื่มน้ำก๊อกได้

การไปเที่ยวกับบริษัททัวร์ไม่ใช่ว่าจะราบรื่นเสมอไป และลูกทัวร์แต่ละคนก็ถือว่าจ่ายเงินแล้ว ก็ขอรับบริการเต็มที่ อย่างวันนี้มีสี่ห้าคนไม่ยอมสวมเสื้อผ้าชุดเดิม ต้องไปขอรับกระเป๋าใหญ่เสียเวลาไปมาก คนอื่นๆ ก็ต้องคอย


๙ เมษายน ๒๕๕๙

ผมนอนหลับสบายตั้งแต่สามทุ่มเศษ (ด้วยความช่วยเหลือของยาลอราซีแพม) พอตีสามเศษๆ สาวน้อยก็ลุกขึ้นมา ทำอะไรตะกุกตะกัก ผมจึงตื่น และไตร่ตรองได้ว่า การมาเที่ยวกับคณะใหญ่ ๓๑ คน ที่แต่ละคนมีนิสัยและความต้องการ แตกต่างกัน เป็นโอกาสให้ผมได้ฝึกอดทนรอ ใช้เวลารออ่านหนังสือจาก iPhone 6+ ซึ่งจอใหญ่พอที่จะอ่านหนังสือได้สบาย ตอนนี้ผมกำลังอ่านหนังสือ Influencer รวมทั้งเขียนบันทึกการเดินทางใน MacBook ตัวที่กำลังใช้ ซึ่งใส่เป้แบกได้สบาย

นอกจากฝึกอดทนรอแล้ว ผมยังจะได้เรียนรู้ รู้จักเพื่อนมนุษย์ที่เป็นคนไทยด้วยกัน ที่ผมคิดว่ามีความรู้สึกนึกคิด แตกต่างกันมาก ในมิติลึกๆ ผมอยากเรียนรู้มิติลึกๆ เหล่านั้น โดยเฉพาะด้าน resilience หรือความยืดหยุ่นปรับตัว ที่ผมได้เห็นเมื่อเย็นวาน ข้อสังเกตเพื่อนร่วมเดินทางท่องเที่ยวชุดนี้ จะเอาไป AAR ในบันทึกสุดท้าย

เวลาตีห้าสี่สิบ เราลงไปถ่ายรูปหน้าโรงแรม ฟ้าเริ่มสางแล้วและฝนไม่ตก แล้วไปกินอาหารในภัตตาคารเมื่อคืนนั้นเอง เปิดตั้งแต่ตีสี่ แต่ช่วงแรกเป็นอาหารเย็น พอ ๖ น. จึงมีอาหารร้อน ผมชอบผักทั้งผักใบเขียว ที่สดและกรอบมาก มะเขือเทศก็อร่อย ไส้กรอกท่อนยาวมากและอร่อย จริงๆ แล้วอร่อยทุกอย่าง มีไข่ต้มให้ด้วย ฟองโตกว่าไข่ญี่ปุ่นมาก สาวน้อยบอกว่าเขาต้มสุก ไม่ใช่เกือบสุกอย่างไข่ญี่ปุ่น

ตอนออกมารอ free transfer bus เที่ยว ๗.๐๐ น. ไปสนามบิน เรารวมกลุ่มถ่ายรูป รถมาตรงเวลา (ตามเคย) แล่นไปไม่ถึงสิบนาทีถึง terminal 2 เราลงรถและเข้าไปเช็คอินกระเป๋าที่เคาน์เตอร์ Finnair ที่จริงเราได้ boarding pass มาตั้งแต่เมื่อวาน แต่ต้องเอา baggage tag ไปยืนยันให้เขาเอาขึ้นเครื่องไปด้วย แล้วไปผ่าน security check ซึ่งตอนนี้ผมชำนาญแล้วว่าต้องให้ไม่มีอะไรในกระเป๋ากางเกงและเสื้อ และเอาเข็มขัดออก

เวลา ๗.๔๕ น. เราก็ไปถึงประตู 20a แต่กำหนดเครื่องบิน AY 131 ออกเวลา ๙.๓๕ น. ตอนนี้ประตูจึงยังไม่เปิด เขาเปิดตรงเวลาที่ระบุในบัตรขึ้นเครื่อง คือ ๘.๕๕ น.

เที่ยวบิน AY 131 9.35 - 10.50 น. ใช้เครื่องบิน ATR 72-500 เป็นเครื่องบินใบพัด จุผู้โดยสาร 72 คน ใน boarding pass ระบุเวลาเขึ้นเครื่อง 8.55 น. เขาก็เปิดตรงเวลา ไม่เปิดก่อน ลงไปนั่งรอลิมูซีนที่ห้องรอ จน 9.00 น. ขึ้นลิมูซีน 9.10 น. ลิมูซีนออก พาไปขึ้นเครื่องบิน ที่กำลังโหลดกระเป๋า ลิมูซีนไปจอดรอสักครู่จึงเปิดประตูให้ลง ไปเข้าแถวขึ้นเครื่องบินจากด้านหลัง ระหว่างเข้าแถวอากาศหนาวมาก คงราวๆ 4 องศา และหมอกจัด

สายการบินนี้คือ NoRRA - Nordic Regional Airlines เขาประกาศว่าเป็น American Airline ที่นั่งเต็ม ผมได้ที่นั่ง 8A นั่งกับพยาบาลจากหาดใหญ่ สาวน้อยได้ที่นั่ง 19C นั่งกับคุณปราโมทย์ วิศวกรกรมทางหลวงชนบท ตอ. ๓๔ ท้องฟ้ามีเมฆเต็ม จนประมาณ ๒๐ นาทีก่อนถึงจึงเห็นพื้นดิน ที่เป็นที่ราบ และไม่เป็นป่า เมื่อเครื่องใกล้ลงเห็นบ้านเป็นลักษณะชนบท

ถึงแล้ว วิลนิอุส เมืองหลวงของลิทัวเนีย

จากเครื่องบิน นั่งลิมูซีนไปอาคาร แล้วเดินระยะหนึ่งไปรับกระเป๋า แล้วเดินไปขึ้นรถบัสคันโตนั่งสบายของบริษัท Vilneda มี wifi ให้ใช้อย่างดี ประมาณ ๒๐ นาทีก็ถึงโรงแรมโนโวเทล เวลาประมาณ ๑๒ น. รับบัตรกุญแจ เอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องพัก ๖๔๒ แล้วลงไปกินอาหารเที่ยง เป็นบุฟเฟต์ มีทั้งปลา เนื้อ ไก่ อาหารอุดมสมบูรณ์



ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนออกเดินทาง


จอหน้าที่นั่ง เลือกดูแผนที่เส้นทางการบิน


ตกเครื่องบิน นั่งรอให้ไกด์แก้ปัญหา


รอรถแอร์พอร์ตไปส่งโรงแรม


บรรยกาศด้านนอกสนามบิน ตรงที่รอรถบัสฟรี


กินอาหารค่ำที่โรงแรม


ปลาแซมมอนอร่อยมาก


หน้าโรงแรม Cumulus ตีห้าครึ่ง


อาหารเช้า


คณะตกเครื่องบินถ่ายรูปหมู่ที่หน้าโรงแรม


เข้าแถวเช็กอินฟินแอร์


ถึงประตูทางออกล่วงหน้าสองชั่วโมง


เครื่องบิน ATR ถึงวิลนิอุส


สนามบินเมืองวิลนิอุส


ล็อบบี้ โรงแรมโนโวเทล



วิจารณ์ พานิช

๑๐ เมษายน ๒๕๕๙

ห้อง ๖๔๒ โรงแรมโนโวเทล นครวิลนิอุส ลิทัวเนีย



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

สมบุกสมบันนิดหน่อยนะคะทริปนี้