โรคแคงเกอร์ในมะนาวโรคกุ้งแห้งในพริก ราเขียวราดำในเห็ด ต้องยกให้ “ไบโอเซ็นเซอร์”

โรคแคงเกอร์ในมะนาวโรคกุ้งแห้งในพริก ราเขียวราดำในเห็ด ต้องยกให้ “ไบโอเซ็นเซอร์”

ปัญหาเกี่ยวกับโรคแคงเกอร์ในพืชตระกูลส้ม มะนาว มะกรูด ฯลฯ ซึ่งสาเหตุนั้นเกิดมาจากเชื้อแบคทีเรีย...นะครับ ไม่ใช่เชื้อราคุณๆต้องศึกษารายละเอียดให้ดีนะครับ มิฉะนั้นเราไปใช้ยาฆ่าเชื้อรามาปราบก็ทำให้เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้ผล

โรคแคงเกอร์ (Xanthomonas axonopodi. pv citri.นี่คือชื่อใหม่ล่าสุดครับ ส่วนเชื่อเดิม ของมันก็คือกล่าวแบบสั้นๆ ก็คือ โรคแคงเกอร์ สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย และจะระบาดได้ง่ายเมื่อความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีมากหรือสูงนั่นเอง

ในอดีตการรักษาโรคแคงเกอร์ในส้ม มะนาว มะกรูด ชาวบ้านก็จะใช้สารคอปเปอร์

การที่ฉีดพ่นสารเคมีหรือคอปเปอร์ลงไปในผืนดินบ่อยๆ ก็เกิดการสะสม มีความเข้มข้นมากขึ้น ๆ เมื่อเข้าสู่กระบวนการเปิดดอก เกษตรกรมักจะทิ้งน้ำ คืองดการให้น้ำ ประมาณหนึ่งถึงสองเดือน ...ช่วงนี้เองที่สารคอปเปอร์จะแผลงฤทธานุภาพทำให้ต้นมะนาวนั้นเครียดและอ่อนแอ จนบางครั้งก็ล้มตายลง เมื่อน้ำถูกจำกัด ความเข้มข้นของสารคอปเปอร์เดิมที่มีน้ำทำหน้าที่เจือจางอยู่ก็หมดไป น้ำยิ่งระเหยออกไปจากดินมากขึ้น ความเข้มข้นของสารคอปเปอร์ก็เข้มข้นขึ้นตามลำดับ ทำให้รากมะนาวต้องทนทุกข์ทรมานจากปฏิกริยาสารคอปเปอร์ที่มี่อยู่อย่างหนาแน่นจากพฤติกรรมการฉีดพ่นสารคอปเปอร์รักษาโรคแคงเกอร์นั่นเอง

ความเข้มข้นของสารคอปเปอร์ที่มี่อยู่ในดินและไม่มีน้ำเป็นตัวเจือจางก็เป็นสาเหตุทำให้รากมะนาวหรือพืชอื่นๆ ถอดปลอก รากใหม่ที่เกิดขึ้นก็จะถูกทำลาย ทำให้ขาดการดูดกินสารอาหารลำเลียงไปเลี้ยงส่วนต่างๆ มีผลทำให้หลังเกิดดอก ก็จะมีปัญหาดอกและผลร่วง เพราะขาดสารอาหารขึ้นไปบำรุง ในอดีตทุ่งรังสิตมีการกล่าวโทษโรงไฟฟ้าวังน้อย ว่าเป็นตัวการณ์ทำให้ส้มทั้งทุ่งรังสิตร่วง...แต่ลืมวิเคราะห์สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้สารคอปเปอร์มาอย่างยาวนาน

ปัจจุบันการรักษาโรคเกอร์มีทางเลือกมากขึ้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้หินแร่ภูเขาไฟ พูมิช, พูมิชซัลเฟอร์ สร้างความแข็งแกร่ง สร้างภูมิคุ้มกัน เปรียบเหมือนเป็นวัคซีนที่ไก่ชนสร้างทนต่อไวรัส เพื่อให้ละลายแร่ธาตุอาหารในดินออกมาเป็นประโยชน์ให้พืชมากที่สุด เสริมอาหารให้พืชได้รับอย่างครบโภชนาการทั้งธาตุหลัก ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุรอง แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน ธาตุเสริม เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิบดินั่ม นิกเกิ้ล ไทเทเนียม ฯลฯ และที่สำคัญคือธาตุเสริมหรือธาตุพิเศษอย่าง ซิลิก้า และไคโตซาน สองตัวหลังนี้ช่วยสร้างผนังเซลล์ให้แข็งแกร่ง เพิ่มน้ำหนัก เร่งการเจริญเติบโต ก็จะช่วยให้พืชนั้นมีภูมิคุ้มกันคล้ายกับสร้างวัคซีนตั้งแต่ต้นยังเล็กๆขึ้นมา

ส่วนการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุนั้น ก็มีทางเลือกแล้วนะครับไม่ต้องจมปลักอยู่กับสารพิษวัตถุอันตรายแต่เพียงอย่างเดียว เราสามารถใช้จุลินทรีย์ชีวภาพอย่าง “ไบโอเซ็นเซอร์” ซึ่งเป็นกลุ่มของบัคเตรีที่มีชื่อว่า “บาซิลลัส ซับธิลิส (ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีในการปราบโรคแคงเกอร์ในพืชตระกูลส้ม มะนาว มะกรูด ส้มโอ ฯลฯ และโรคกุ้งแห้งในพริกโรคเหี่ยวเขียวในมะเขือเทศ และโรคอื่นๆทั้งหลายที่เกี่ยวกับเชื้อราหรือแบคทีเรียนั้น “ไบโอเซ็นเซอร์” สามารถที่จะเข้าทำลายได้ทั้งสองชนิด

ไบโอเซ็นเซอร์ เป็นจุลินทรีย์ที่สามารถยับยั้งทำลายเชื้อราโรคเห็ดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคราดำ ราเขียว ราเมือก ราส้มฯลฯ จึงเป็นประโยชน์อย่างมากแก่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดซึ่งหาปัจจัยในการรักษาโรคที่เกิดเชื้อราในเห็ดได้ยาก จะใช้ยาฆ่าเชื้อรานำมาฉีดพ่นก็จะทำได้ “เห็ด” ซึ่งก็ถือว่าเป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง แต่เป็นเชื้อราชั้นสูงเท่านั้นเอง ก็ล้มตายตามไปด้วย แต่เจ้า “ไบโอเซ็นเซอร์” นั้นเข้าสามารถที่จะรักษาเชื้อราโรคเห็ดได้อย่างเฉพาะเจาะจง ไม่เป็นอันตรายต่อเห็ดนะครับ

ในกลุ่มของ

ส่วนอีกชนิดหนึ่งที่เป็น เสือจุลินทรีย์ชีวภาพคือ อินดิวเซอร์ เสือตัวนี้ห้ามนำไปใช้ในการเพาะเห็ดเป็นอันขาดนะครับ เพราะเค้าคือเชื้อราเขียว ไตรโคเดอร์ม่า ซึ่งเป็นศัตรู้หมายเลขหนึ่งของวงการเพาะเห็ดทีเดียวเชียวล่ะครับ ควรอยู่ห่างๆ เค้าไว้แหละดีที่สุดเลยครับ

สรุปก็คือเจ้า ไบโอเซ็นเซอร์ สามารถที่จะทำงานช่วยเหลือพีน้องเกษตรกรที่เกี่ยวกับโรคพืชที่มีสาเหตุมาจากเชื้อราก็ได้ หรือเชื้อแบคทีเรียก็ได้ นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์มากๆ เช่นเดียวกันนะครับ

มนตรีบุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษwww.thaigreenagro.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์



ความเห็น (0)