แม่ชีอินดี้ 7 : ปลูกพืชหวังผล

ปลูกแตงโมอยากได้แตงโม ปลูกกุหลาบอยากตัดกุหลาบมาปักแจกัน แล้วมาปฏิบัติธรรมหล่ะหวังอยากได้อะไร

ความคาดหวังเป็นสิ่งที่ต้องบริหาร เป็นประเด็นที่มีความเสี่ยง แต่ฉันก็ยังหวังกับการมาปฏิบัติธรรมครั้งนี้ เช่นเดียวกับการปลูกพืชย่อมหวังในผลเป็นธรรมดา

สตรีหลายคนคงมาปฏิบัติ 3 วัน 5 วัน 7 วัน 10 วันบ้าง หากอยากมาปฏิบัติระยะยาวระเบียบราชการอนุญาตให้ลาได้ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 3 เดือน

ขอบคุณรูปจากนิทรรศการภาพจิตรกรรมจากศิลปินบัวหลวงสัญจร (2558 จ.ขอนแก่น)

ระยะเวลาไม่ใช่องค์ประกอบของผลสำเร็จ ความเพียรแห่งตนต่างหาก มาน้อยวัน มากวัน จะมีประสิทธิผลนั้นก็คงขึ้นอยู่กับความเพียร ที่รู้จักเรียนรู้ในวิธีที่ถูกต้อง หมั่นฝึกฝน และรู้ว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร

ก่อนลาราชการมาปฏิบัติธรรม ฉันคิด 3 เดือนนานไป...ไหวไหมตรู...หรือจะเอาหนึ่งเดือน แต่ระดับความเข้มข้นของความอินดี้ก็ทำให้ฉันเลือก 3 เดือน

มาวัดแบบหลับหูหลับตามา ศึกษาข้อมูลขนบ ประเพณีของวัดและชุมชนมาระดับหนึ่ง แต่ศาสตร์แห่งสมาธิ ฉันเปิดสมองให้ว่างเปล่า (ไม่อยากบอกว่าสมองของฉันเป็นโรงเลื่อย-ไม่มีความคิดอ่าน) เวลาหลวงตาถามอะไร คำตอบส่วนใหญ่มักจะเป็น ไม่ค่ะ ไม่รู้

หลวงตานี่คำสอนไม่เยอะค่ะ แต่เน้นการทำให้ดู เพราะหลวงตาบอกว่า ความรู้หาจากไหนที่ไหนก็ได้ แต่การลงมือปฏิบัตินี่แหล่ะสำคัญ ต้องรู้ว่าจะทำอะไร ยังงัย

หากผู้มีเวลาไม่จำกัด ผ่านการเรียนรู้มาบ้าง การปฏิบัติ 3 เดือนนี้กำลังดีนะคะ เหมือนการปลูกพืช 1 เดือนแรก เหมือนกันเตรียมดิน เตรียมเมล็ดพันธุ์ เดือนที่ 2 เหมือนการหว่านเมล็ดพืช และงอกต้นอ่อนจนเติบโตเป็นต้นใหญ่ จะเห็นพัฒนาแห่งการงอกงาม บางทีมันไปอย่างช้าๆ และสำหรับเดือนที่ 3 จะเห็นดอกที่ผลิติดผล และเป็นช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยว ลิ้มรส

ไอ้ความอยากลิ้มรสนี่แหล่ะ คือความคาดหวังของฉัน คนที่เล่นทางนี้เยอะๆ เค้าได้ลิ้มรสอะไรนะ ณ เวลาที่เขียนบันทึกนี้ฉันยังไม่ได้รสชาติของการปฏิบัติที่ชัดเจนนัก แต่รู้ว่ามันเป็นรสชาติใหม่

ฤดูการเก็บเกี่ยวของฉันได้เริ่มขึ้นแล้ว...ฉัน...

-นอนหลับสนิทตลอดคืน

-ตื่นเช้ามากขึ้นโดยไม่งัวเงีย

-นอนกรนน้อยลง (ยังจำหญิงอ้วนนางนั้นได้ใช่ไหมคะ ที่นอนกรนยังกับเสือ)

-อารมณ์แช่ (นิ่ง) มากขึ้น รับมือสถานการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ยอมรับความแตกต่างของคนได้มากขึ้น

-ติดการให้เวลาว่างแห่งตน ทำให้มีเวลาจัดเรียงความคิด และจัดการเรื่องส่วนตัวมากขึ้น

บรรยากาศช่วงใบไม้ผลัดใบ ณ วัดขุนพรหมดำริ บ้านอุปราช จ.มหาสารคาม

อันนี้เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวแรกหลังการเพาะปลูกมา 3 เดือน ฉันยังไม่มีความชำนาญนักในเรื่องนี้ เหมือนที่ฉันชอบพูดเล่นว่า ฉันอยากมีสามีเป็นชาวนา แต่ทำอะไรเกี่ยวกับข้าว-นา ไม่เป็นสักอย่าง แต่ก็นับว่าการมาปฏิบัติธรรมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้ฉันมีความหวังในเรื่องของจิตวิญญาณ ที่บันทึกเก่าๆ ในชุดแม่ชีอินดี้ ฉันพูดถึง ความเป็นจิตสมบูรณ์ ด้วยความต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้จิตสมบูรณ์ที่คืออะไร คงคล้ายๆ Mature Mind กระมัง แต่ความคาดหวังของฉันมันคือ จิตที่พร้อมรับสภาวธรรมที่จะเกิดขึ้นในช่วงชีวิต มีความเข้าใจในสิ่งที่เป็นไป แต่มิใช่ใจด้านชาเป็นหุ่นยนต์ และปล่อยวางกับทุกสรรพสิ่งจนมีแต่ตัวเอง

ก่อนที่ฉันจะมีความชำนาญไปในภายภาคหน้า ฉันเริ่มรู้จักจิตตน เหมือนที่เกษตรกรรู้จักลักษณะเมล็ดพันธุ์ ฉันรู้จักวิธีปลูก แต่ยังไม่สามารถกำกับให้มันออกมาได้ผลดีทุกเม็ดทุกหน่วย ยังต้องอาศัยการเรียนรู้และพยายามเป็นที่ตั้ง จิตของคนมันเหมือนลิง แต่ลิงตัวที่เป็นฉันช่างแตกต่างจากลิงตัวอื่นๆ ดังนั้นสภาวะธรรมของแต่ละคนเจอ อาจใช้กับฉันไม่ได้ ทุกขั้นของชัวิตฉันต้องก้าวผ่านและสัมผัสด้วยตัวฉันเอง

ในอนาคตฉันยังอยากบริหารความคาดหวังจากการปลูกพืชครั้งนี้ พูดซ้ำอีก ไม่ได้เพื่อพระนิพพพาน แต่เพื่อความมีจิตสมบูรณ์ที่เกิดมาเป็นชีวิตหนึ่งที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ฉันแค่เพียง...

-ฉันอยากจะเอาชนะความกลัวด้วยจิตใจที่กล้าแกร่ง

-ฉันอยากเผชิญความโดดเดี่ยวด้วยจิตใจที่เป็นสุข

-ฉันอยากสยบความร้อนรนด้วยจิตที่สงบเยือกเย็น

-ฉันอยากผ่านเรื่องเลวร้ายต่างๆ ด้วยใจที่หนักแน่นว่า ธรรมชาติมันเป็นเช่นนั้นแล

-ฉันอยากอยู่กับการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยความเข้าใจ แม้จะก้าวตามความเปลี่ยนแปลงไม่ทัน แต่สภาวธรรมก็ไม่ทำให้ฉันโทษตัวเองว่าไม่ได้เรื่อง “ประเด็นนี้หญิงอ้วนนางนึงกล่าวว่า เพื่อความสงบของชีวิต เราหยุดวิ่งตามเรื่องราวต่างๆ บ้าง แม้กระทั่งวิ่งตามหัวใจตัวเอง”

-ฉันอยากอยู่กับความแก่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ มีความแก่เป็นคนแก่ที่ใช้ประสบการณ์ด้านความรู้ การใช้ชีวิต และจิตวิญญาณให้เกิดประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง

งัยหล่ะอิป้า...ปลูกพืชได้ไม่เท่าไหร่ก็หวังผลซะ....หุหุ ป้าว่า ป้าคิดว่าป้าเป็นบ้าที่สุดในโลก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โลกละไม-ใจมีสุข



ความเห็น (0)