​วิกฤตการณ์เงินโลกในอนาคตมีแนวโน้มจะรุนแรงกว่าเดิมหรือไม่

Emma Jo
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

สาเหตุหลักของวิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ ซึ่งก็คือนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่หละหลวมในสภาพแวดล้อมที่มาตรการกำกับดูแลยังขาดความรัดกุมอยู่ ทำให้เอื้อต่อความพยายามของนักลงุทนที่จะจับเสือมือเปล่าด้วยการใช้เงินทุนหรือสินทรัพย์ที่คาดว่าจะมีในอนาคตมาเป็นเดิมพันในการพนันขันต่อ ณ ปัจจุบัน การประเมินความเสี่ยงที่ผิดพลาด และการก่อตัวของความเสี่ยงในระบบการเงินของโลก


วิกฤติการเงินโลกได้เผยให้เห็นถึงความเปราะบางหลายประการในระบบการเงินโลกที่เชื่อมต่อประเทศต่าง ๆ เข้าด้วยกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่รับรู้และได้รับการรายงานมาเนิ่นาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข


วิกฤติการณ์ดังกล่าวยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ความจำเป็นที่จะต้องเฝ้าระวังและตรวจสอบนโยบายเศรษฐกิจมหภาครวมทั้งการดำเนินงานของภาคการเงินอย่างต่อเนื่องนั้น มีอยู่ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ขณะที่กลุ่มตลาดเกิดใหม่ซึ่งได้รับบทเรียนจากวิกฤติในช่วงทศวรรษที่ 90 ถูกจับตามองทั้งจากตลาดและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IFIs)

ศักยภาพของประเทศเหล่านี้ที่จะมีอิทธิพลต่อนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและการกำกับดูแลภาคการเงินของประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจก้าวหน้ากว่านั้นยังอยู่ในขอบเขตจำกัด นี่เป็นข้อเท็จจริงในเศรษฐกิจระดับใหญ่ซึ่งเงินสกุลท้องถิ่นมีสถานะเป็นที่ต้องการของนักลงทุนทั่วโลก

ในเศรษฐกิจเหล่านี้ แรงจูงใจที่จะปรับความไม่สมดุลภายในประเทศยังมีอยู่น้อยเนื่องจากสภาพคล่องของสินทรัพย์ที่ซื้อขายเป็นดอลล่าร์นั้นมีอยู่สูง สามารถตอบสนองความต้องการเงินทุนจากนอกประเทศได้โดยง่าย เศรษฐกิจโลกได้รับประโยชน์อย่างยิ่งจากสภาวะเศรษฐกิจเฟื่องฟูในช่วงปี 2546-2550 ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากปัจจัยที่ไม่ยั่งยืน

#จากข้อมุลดังกล่าว ข้าพเจ้าคิดว่าสถานการณ์ทางการเงินจะมีแนวโน้มที่รุนแรงขึ้น แต่ไม่มากกนัก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่เติบโตไปมากกว่าเดิมเท่าไหร่นัก............


ข้อมูลอ้างอิงจาก : http://web.worldbank.org/WBSITE/EXTERNAL/COUNTRIES...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัตถุประสงค์ ความหมายการบริหารการเงิน



ความเห็น (0)