16. ต่างที่ใจ

16. ต่างที่ใจ

วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน 2559

1. วันนี้ทำอะไร

ทำกับข้าวถวายพระวันนี้คนเยอะเพราะมีบุญเผวด และทอดผ้าป่า ครูนำพาพวกเรามาใส่บาตรแบบครบทีม ทั้งแม่รี มล น้องนิและหนู

ทุกครั้งที่ได้เห็นครูใส่บาตรหลวงปู่ คือความเบิกบานวันนี้ก็เช่นกัน

แม้วัดจะมีงานแต่ขัอวัตรก็เป็นไปตามปกติ

รับข้าวเสร็จ ถ้าไม่มีภารกิจพิเศษก็ขัดห้องน้ำ วันนี้มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งลงแรง หยิบจับของเล็กๆน้อย เกี่ยวกับการถวายเพลเณร

เก็บอะไรเสร็จ แล้วก็เข้าสำนักแม่ชี

2. คาดหวังอะไรในสิ่งที่ทำนั้นบ้าง

คาดหวังว่า ทุกสิ่งอย่างที่ทำจะช่วยขัดเกลาใจ

มีความตั้งใจจะก้าวออกจาก ความชั่วที่ใจจมอยู่สักที วันนี้ตอนเช้าเข้าไปกราบครูยังลงร่องเดิม จิตบื้อเซ่อและไม่คิด ครูเมตตาทุบแล้วให้วิคราะห์

ครูเมตตาชี้ซ้ำให้แก้ค่อย เห็นและชัดกับตนเอง

3. มีอะไรเป็นไปตามความคาดหวังนั้นหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังนั้น เพราะอะไร

-เกินคาดที่ครูพาให้เห็น ใจที่มีอาการการซื่อบื้อ ตอบถูกแต่ใจแน่น ตอบถูกแบบจำเอาคำพูดครูได้เป๊ะๆแต่ไม่ใช่สภาวะจริงของใจ จิตที่ติดล็อคที่บล็อคจึงไม่หลุด ครูบอกใหม่

นำทางการวิเคราะห์ย้อนดูตนเอง ทั้งพฤติกรรมและสภาวะของใจ เห็นความปิดกั้น ปิดใจไม่ยอมรับ แต่ปากตอบโดยใช้สมองจำ พอมองเห็นได้ ครูให้พิจารณาเทียบซ้ำตัวเองตอนแรกกับตอนหลังคิดและรู้สึกต่างกันอย่างไร

หนูรู้สึกไม่ชอบตัวเเรกมันพูดไม่รู้เรื่องส่วนตัวที่สองรู้สึกพอใจและคิดว่า ถ้าพิจารณาตามที่ครูนำทางมันก็จะเข้าใจ

4. ได้เรียนรู้อะไร

-เวลาที่จิตหนูผิดปกติหรือจมในกิเลสครูจะไม่รอช้า ท่านเมตตาดึงเรื่องราวที่หนู ทำไว้ที่ต้องแก้ไขมา feedback การตอบสนองของจิตหนูมักจะจมลง เศร้าสร้อยสำออยทำหน้าตาน่าสงสาร เป็นอาการของกิเลสตัวราคะ หรือบางทีตัวไม่ยอมรับผิดเด้งขึ้นมามันจะโกรธน้อยใจเสียใจ คือตัวโทสะ ตัวเซ่อขึ้นมาทำงานจะเอ๋อนึกไม่ออก คือโมหะ

หรือบางทีก็จะดึงดัน เอาคำตอบตามนั้นให้ได้ เป็นความดื้อดึง ยึดแต่ความคิดความเห็นตนเองทั้งๆที่มันผิด

อย่างการชำวาสนา ควรจะปลูกให้ตั้งตรงเพื่อยอดที่ขึ้นมาจะตั้งลำได้ดีและสง่างาม

หนูก็ไปยึดความคิดเก่าๆที่ว่าการชำต้นไม้ต้องเอียง

นี่คือความเห็นผิด

จะว่าไปกิเสโผล่มาตัวซ้ำๆมาสี่ห้าปีละ ทำไมใจนี้มันยัง ไม่เรียนรู้หาคำตอบ เสียเวลากับมันนานมาก

ไม่รู้จะทำๆไมเหมือนคำถามที่ครู ตั้งให้บ่อยๆ

อยากก้าวออกจากทิฐฐิมานะ

ความว่ายากสอนยาก

5. จากบทเรียนที่ได้เรียนรู้นี้จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นอีกหรือที่ดีแล้วจะได้พัฒนาต่อไป

-จากใจที่มันบล็อคครูด้วยกิเลสจะยังไงดี

ใจที่บล็อคครู หนูต้องระวังไม่ให้ ตัวเหล่านี้มาครอบงำ

การระวังได้ สติต้องพอ

อยากให้สติพอก็ต้องเจริญ

เป็นหลักเลยคือ ข้อวัตรและศีล

คำตอบคือสองอย่างที่ครูบาอาจารย์ ชี้และเคี่ยวเข็ญให้ทำความเพียรจริง

ทาน ศีล ภาวนา

คือสิ่งจำเป็น

ศีล

1. ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน

ตอนเช้ายังกินแรงครู ขยับออกจากจิตที่จมในกิเลส ทั้งที่อยู่วัดยาวมาสองวัน ข้อวัตรก็ทำ ต้องสำรวมระวังกับตนเองมากๆ เพราะจิตมักจัปล่อยอกุศลออกมาเพ่นพ่าน

2. ไม่ลักทรัพย์ไม่หยิบเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้

การอยู่วัดคือคำว่า เปิดช่องว่างที่ช่วยให้ เอื้อต่อการรักษา การอยู่ใกล้ชิดครูบาอาจารย์ก็ช่วยได้มากเพราะท่านเมตตาคุ้มครองและให้สติ

3. ประพฤติพรหมจรรย์

การอยู่วัด มีสิ่งต่างๆให้ทำแบบลงตัว ฝนความดูแลของครูบาอาจารย์หนูได้เรียนรู้ขึ้นมาอย่างหนึ่งว่า ถ้าไม่นอกลู่นอกทาง เชื่อครูไปแบบนี้ศีลข้อนี้รอด

4. ไม่โกหก ไม่พูดส่อเสียด

วันนี้คนมาก การพูดคุยเจาะแจะจึงน้อย และก็อยู่ในบริบทของชีวิตในวัด

5. ไม่ดื่มเหล้า ไม่ขาดสติ

เหล้าไม่ดื่มแต่เผลอสติยังมึ การ ทำงาน ปลูกต้นไม้และภารกิจที่ครูมอบช่วย ให้สติดีขึ้น

6. ไม่ทานอาหารหลังเที่ยง

บ่ายๆทานน้ำอ้อยก้อยกับโกโก้

7. ไม่ร้องเพลง ดูละคร ไม่ใช้เครื่องประทินผิว

ข้อนี้อยู่วัด ช่วยทำให้รักษาง่ายขึ้น

ย้อนทวนกับตนเองขณะที่เสียงกรองบรรเลงแว่วมาในสำนักแม่ชี ใจไม่ได้เคลิ้ม เหมือนวันแรกที่เพลงดังขึ้น ส่วนหนึ่งอาจจะไม่ใช้ยุคสมัยของตนเอง แต่พระพี่ชายเคยชี้ เรื่องแบบนี้อย่าไปท้าทาย สุ่มเสี่ยงศีลด่างพร้อยเลี่ยงได้เลี่ยงหลบได้หลบ มันเป็นที่อโคจรของนักบวช พอมันด่างพร้อยมาสู้อยู่นานกว่าจะผ่านได้ หรืออาจจะไม่ผ่านเลยน้องน่าจะเข้าใจดีอย่างที่ผ่านๆมา

8. ไม่นั่งนอนบนที่นอนสูง ยัดนุ่นหรือสำลี

ข้อนี้อยู่วัด ช่วยให้ข้อนี้ทำได้สะดวกขึ้น



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สามสิบวันแห่งการเรียนรู้



ความเห็น (0)