หลังจากที่จีนประกาศลดค่าเงินหยวนลงไปเมื่อวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2558 ก็ส่งผลให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงไปทันทีกว่า 4.6% เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการประกาศลดค่าเงินครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของจีนในรอบกว่า 20 ปี หลายคนคงสงสัยว่า การประกาศลดค่าเงินหยวนครั้งประวัติศาสตร์มีนี้ที่มาที่ไปอย่างไร หลังจากที่ก่อนหน้านี้จีนเคยพยุงค่าเงินหยวนให้อยู่ที่ 8.27 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐนานนับสิบปี และภาคการส่งออกของไทยจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน เพราะการที่จีนลดค่าเงินหยวน ส่งผลให้สินค้าจากไทยที่ส่งไปที่จีนมีราคาแพงขึ้นทันที ขณะที่ประเทศอื่น ๆ จะมองว่าสินค้าจีนมีราคาถูกลง นี่คือการเล่นสงครามค่าเงินโดยแท้

จีนลดค่าเงินหยวน

นับตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2558 จนถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2558 หลังธนาคารจีนประกาศนโยบายลดอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงอย่างมีนัยสำคัญ ค่าเงินหยวนก็อ่อนค่าลงไปแล้วกว่าร้อยละ 4.6 มาอยู่ที่ 6.3306 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกใจสำหรับผู้ที่ติดตามสถานการณ์มาอย่างใกล้ชิด และจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่เคยมองว่า"ไม่วันใดก็วันหนึ่งจีนจะประกาศลดค่าหยวนของตนเองลง" เนื่องจากเศรษฐกิจจีนในขณะนี้ถือได้ว่าซบเซาเป็นอย่างมาก บวกกับราคาตลาดหุ้นจีนเองก็ตกไปกว่า 30% และที่วิกฤตไปกว่านั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของการส่งออก

จีนพยายามที่จะใช้เครื่องมือทางการเงินหลายชนิดในการช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังถดถอยอย่างหนัก ซึ่งหลัก ๆ จะเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายการเงิน อาทิ การปรับลดอัตราดอกเบี้ย การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น ในขณะที่นโยบายการคลังที่ครั้งหนึ่งเคยมีบทบาทสำคัญ ก็จำเป็นต้องลดบทบาทลง

ประสิทธิภาพของเครื่องมือทางการเงินการคลังที่มีอยู่ในมือของรัฐบาลจีนในตอนนี้เริ่มอ่อนแรงลงเต็มที ประกอบกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้รัฐบาลจีนตัดสินใจใช้มาตรการลดค่าเงินหยวนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งออก ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพใหญ่ของประเทศจีนก็คือ "การส่งออก" ดังนั้นยาแรงที่จีนนำมาใช้คือ "การปรับวิธีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงเงินหยวน" หลังจากเปลี่ยนวิธีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ก็มีผลทำให้ "อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงสอดคล้องกับอัตราแลกเปลี่ยนในตลาด" มากขึ้น

จีนลดค่าเงินหยวน กับผลกระทบที่ไทยต้องตั้งรับสถานการณ์การลดค่าเงินหยวนว่ามีผลกระทบต่อไทย

ในงานวิจัยบอกว่า การอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญของเงินหยวนเป็นประเด็นที่น่าจับตามองในฐานะที่จีนเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย โดยมีสัดส่วนการส่งออกกว่าร้อยละ 12 ของการส่งออกทั้งหมด และหากพิจารณาโครงสร้างสินค้าส่งออกของไทยไปจีน พบว่า การส่งออกกระจุกตัวอยู่ในสินค้าโภคภัณฑ์กว่าร้อยละ 50 เป็นสินค้าชั้นกลางอีกร้อยละ 10 สินค้าส่งออกหลักที่ไทยส่งไปจีนไม่ว่าจะเป็นยางพาราและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยางพารา เม็ดพลาสติก ตลอดจนเคมีภัณฑ์ ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบจากการที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง ในขณะที่การส่งออกสินค้าประเภทชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ก็มีแนวโน้มไม่สดใส จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคในตลาดโลก ทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยไปจีนในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ติดลบร้อยละ 7

ทางด้านภาคการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจีนถือได้ว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากเป็นอันดับที่ 1 ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งหมด ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นกลุ่มเป้าหมายรายได้การท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทย แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น่าที่จะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวเท่าใดนัก เพราะการตัดสินใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวนั้นขึ้นอยู่กับสภาวะทางเศรษฐกิจเป็นหลัก



ที่มา http://money.kapook.com/view126727.html