​10. ไปต่อ แต่ยังไม่พอ

10. ไปต่อ แต่ยังไม่พอ



วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน 2559
1. วันนี้ทำอะไร ตื่นเช้ามาทำอาหารถวายพระสัปดาห์นี้มีน้องนีมาเป็นกัลยาณมิตร กับเหตุการณ์เรื่องราว ทำให้ใจตระหนักว่า พึ่งใจตรเองไม่ได้ละ เชื่อมันไม่ได้ มันพาผิดทางมาจนย่อยยับ ปักหลักกับตนเอง ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

มีภารกิจที่ครู เมตตามอบให้ไปซื้อของท่ามกลางใจที่เผชิญเรื่องราว และวิบาก ไม่ใช่ใครก่อก็ตนเองนั่นแหละ ที่เสียใจคือ มันเป็นกรรมหลายชั้น แทนที่จะได้พาผู้คนทำบุญใหญ่แบบโชคหลายชั้น กลับกลายเป็นกราวรูด ด้วยการกระทำกรรมของตน เพราะอะไร เพราะนิสัยเอาแต่ใจไม่เชื่อไม่ฟัง



กับอีกภารกิจที่ตั้วใจมาทำ แต่พอไม่สบจังหวะกลับชะงักงัน หมดโอกาส



2. คาดหวังอะไรในสิ่งที่ทำนั้นบ้าง
-คาดหวัง ว่าภารกิจหรือสิ่งที่ทำจะหนุนนำให้ มีสติไม่จมไปกับวิบาก ครูบาอาจารย์ชี้แล้ว ยอมรับและแก้ไข เพราะชัดละ ทำเอง ลุยเองมั่วตลอดกิเลสเอาไปกิ



พอชี้ให้ทำกลับชะงักงัน



3. มีอะไรเป็นไปตามความคาดหวังนั้นหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังนั้น เพราะอะไร
-ในส่วนของการทำอาหาร ถวายพระ ผ่านไปได้ด้วยดีด้วยความเกื้อกูลกันและกัน
ไปซื้อของก็พอได้ด้วยใจที่ ทำความรู้กับทุกข์ นึกอยู่ว่า จะทำตนเองอย่างไรต่อไป
เกินความคาดหมายคือ ครูชี้ พาคิดมองย้อน ใจทบทวน ครูเมตตาพาทำแบบนี้ทุกครั้งที่หนูทำพลาดและเป็นบทเรียน
ใจมองย้อน จุก แต่ก็จริง ระวังใจไม่ให้ไหลลง
ผิดจริง แบบแค่คิดก็ หนักเอาการ เหมือนทอดสะพานบุญแล้วก็มาหักกลางทางเพราะประมาท



ย้อนทวนใจ ทำไมมันช้า พอไม่เจอจังๆมันกลับชะงักหมดโอกาสลงมือ ทำหน้าที่ มันคือ ความช้า มาจากความไม่มุ่งมั่นพุ่งไปในการสร้างกุศล



4.ได้เรียนรู้อะไร



เอาจริงๆวันนี้ ใจ คำเดียวเลย
ที่มันยวบลงเพราะระลึกได้กับ หายนะที่เกิดขึ้น
ใจที่ย้ำลงว่า บทเรียนมีค่าเสมอ
ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ครูบาอาจารย์นี่แหละ คำเดียวเลย ไปขัดขวงบุญใหญ่ กรรมทำสำเร็จแบบ ย้อนย้ำกับตนเองรอวันรับผล ต้องรับทั้งดีชั่ว



ยังช้านี่ขนาดปักหลัก เอาล่ะ ต้องมากกว่านี้



5. จากบทเรียนที่ได้เรียนรู้นี้จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นอีกหรือที่ดีแล้วจะได้พัฒนาต่อไป
แม้ใจลงมาจุดต้องปรับปรุง
เรื่องไหนที่ครูชี้แล้วช้า มันจะบุ่งยากมากขึ้น
ต้อง ททท



ศีล
1. ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน
-แม้พยายามระวังกับตนเอง แต่ก็เบียดเบียนทั้งครูและผู้คน



2. ไม่ลักทรัพย์ไม่หยิบเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้
อยู่วัดสถานะประคองระวัง



3. ประพฤติพรหมจรรย์
ราคะฟุ้ง การเคลื่อนไหวและบริกรรม พอดึงกลับมาเร็วขึ้น แต่ไหลไปบ่อยมาก



4. ไม่โกหก ไม่พูดส่อเสียด
-ข้อนี้แย่



5. ไม่ดื่มเหล้า ไม่ขาดสติ
เหล้าไม่กินแต่ ยังขาดสติ เตือนตนถี่ๆ
6. ไม่ทานอาหารหลังเที่ยง ห
บ่ายๆหิวทานน้ำอ้อยก้อนเม็ดทานตะวัน เลยพออยู่ได้
7. ไม่ร้องเพลง ดูละคร ไม่ใช้เครื่องประทินผิว
ชีวิตอยู่วัดช่วยให้พอได้ การบริกรรม



8. ไม่นั่งนอนบนที่นอนสูง ยัดนุนหรือสำลี
แม้จะนั่งนอนไม้ แต่ก็มีเบาะฟองน้ำ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สามสิบวันแห่งการเรียนรู้



ความเห็น (0)