​14. จับทาง ต้องแก้ไข

14. จับทาง ต้องแก้ไข

วันพุธ ที่ 13 เมษายน 2559

1. วันนี้ทำอะไร ตื่นเช้ามาทำอาหารถวายพระ

จากที่นั่งภาวนาหลับพับเลยเข้าไปนอนที่กุฏิ หลับยาวถึงเช้าบันทึกไม่ได้ส่ง โจทย์เก่ามาก มาตายตอนจบแบบหลับยาวตลอด บุญแค่ไหนที่ครูยังเมตตา

ภารกิจโดยรวมวันนี้คือล้างห้องน้ำช่วยงานแม่รีและได้นวดให้ครู ก่อนท่านเมตตาให้เข้าไปซื้อน้ำแข็งในหมู่บ้านหนูเจอแม่ชี ที่ครูชี่แนะให้ไปคุย

แล้วก็เข้ามาสำนักแม่ชีแก้ไขเสื้อครูที่หนูค้างมานาน

2. คาดหวังอะไรในสิ่งที่ทำนั้นบ้าง

-คาดหวังว่า พอข้อวัตรไม่ครบ ข้อในมัวแน่นอน แอบหวังว่า จะมีสติพอไหวไม่จมมาก

มาพอฟื้นขึ้นจากความมัวคือ ตอนไปขัดห้องน้ำ ทั้งที่คอนเช้าครูเมตตาชี้ทางแก้ไขละ

การได้นวดครู หวังว่าจะบรรเทาการปวดของท่านได้บ้าง

การได้คุยกับแม่ชี ใจหวังผล เเบบเกื้อกูลและแก้ไขปรับปรุงไปด้วยกัน

3. มีอะไรเป็นไปตามความคาดหวังนั้นหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังนั้น เพราะอะไร

-ข้อวัตรไม่ครบจิตมัวๆหลง ครูช่วยพยุง ให้ดูตนเอง วิเคราะห์ตนเอง

การได้คุยกับแม่ชี แค่ได้พูดในสิ่งที่ตั้งใจ แต่ไม่เป็นไปตามคาดหวัง แค่กำไรที่ หนูเห็นตนเองที่ ทำเหมือนเขา

คือ ฟังแต่แย้ง ต่อต้าน ไม่ได้ทะเลาะแต่ไม่สน สิ่งที่สื่อออกไป

4.ได้เรียนรู้อะไร

- ชัดกับการเห็นตนเองทั้งเรื่องราวที่หนูทำคล้ายแม่ชี ฟัง มีเหตุผล แย้ง ไม่ทะเลาะแต่ไม่สน

หนูย้อนมาถามตนเอง แก้ยังไงดี ใจปิดล็อคเลยหล่ะ

หนักสุดๆ หนูก็ต้องไปเจ็บดูก่อน

อ่อนลงมาคือ เห็นคนอื่นทำแบบตนเองแล้วรู้ว่า ไม่อยากเป็น ไม่ใช่ไม่โอเคเลยรีบแก้ไข

สติดีขึ้นมาคิดได้แล้วกลัวไม่อยากเป็น

ดีที่สุดคือเชื่อครูนำมาคิดพิจารณาแล้วแก้ไข

เป็นบทเรียนที่ครูเมตตาให้เป็นกระจกสะท้อน

5. จากบทเรียนที่ได้เรียนรู้นี้จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นอีกหรือที่ดีแล้วจะได้พัฒนาต่อไป

ยังไงดี ต้องกอดข้อวัตรตนเองให้ได้เห็นชัดๆว่าว่า

ธรรมดาจิตเราเชื่อไม่ได้ ทำอะไรจึงต้องคิดพิจารณาด้วยสติและปัญญา ไม่เอานิสัย สักๆแต่ทำแบบฉันทำแล้วนะ

ถอยตนเองออกจากการกระทำแบบนี้ซะที

กิเลสเยอะมาอาจจะเพราะช่วงสงกรานต์ ธรรมชาติจิตนี้มันก็ชอบเที่ยวเล่นตามเทศกาล แถมพรุ่งนี้วันพระ คืนนี้ก็ตะลองกับตนเองสักตั้ง

ศีล

1. ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน

เบียดเบียนตนด้วยการนอนมาก แก้ยังไง ทำความรู้กับความง่วง

2. ไม่ลักทรัพย์ไม่หยิบเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้

ในวัดข้อนี้พอได้แม้มาวัดีอบนี้ด้วยความขาดแคลนแต่ก็พออยู่

3. ประพฤติพรหมจรรย์

อยู่วัด อย่างหยาบด้วยกายพอได้ แต่วันนี้ใจมัวราคะ ความอยากตามใจตนเอวเต็มไปหมด

4. ไม่โกหก ไม่พูดส่อเสียด

การได้คุยกัยแม่ชี เหมือนได้ย้อนมองตนเอง การฝึกเรื่องสำรวมวาจา รวมถึงเป็นนักเจราจาเป็นสิ่ววดงาม แต่สิ่งที่จะทำให้ด่างพร้อยคือ อคติในใจ

5. ไม่ดื่มเหล้า ไม่ขาดสติ

ไม่ดื่มเหล่าแต่เผลอขาดสติอยู่มาก แค่พอทำงานเคลื่อนไหวกับฟังพีะธรรมบทช่วยให้อยู่กับงานได้

6. ไม่ทานอาหารหลังเที่ยง

วันนี้รับปานะเป็นโกโก้ พออยู่ได

7. ไม่ร้องเพลง ดูละคร ไม่ใช้เครื่องประทินผิว

แว่วเสียงเพลงในหมู่บ้าน เมื่อไหร่ที่เผลอเสียงจ้างในจะร้องตาม แส๊บนึกถึวท่าเต้นต่างๆที่ ตัวเองเคยทำและ วาดลวดลาย คิดย้อน มันน่าอานเนาะ แต่ก็ทำไปได้ ตอนนั้นก็โง่คิดว่านั่นคือเลิศประเสริฐ พอจะถอยออกมาแล้วถอดถอนคือ ยากมากค่ะ แต่ยากแค่ไหนก็ต้องทำ

8. ไม่นั่งนอนบนที่นอนสูง ยัดนุนหรือสำลี

ยังติดนอนมากคำสอนครูลงล็อค คลิ๊กที่ใจว่า

อย่าให้กิเลสมันเกินชุดขาว ทั้งท่าทาง การนอน

ท่านเมตตาสะกิดข้างในสะเทือน กิเลสหนาคัก



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สามสิบวันแห่งการเรียนรู้



ความเห็น (0)