​11. เห็นจุดทำชั่วของตัวเอง

11. เห็นจุดทำชั่วของตัวเอง



วันอาทิตย์ ที่ 10 เมษายน 2559
1. วันนี้ทำอะไร ตื่นเช้ามาทำอาหารถวายพระ ครูเมตตาชี้ให้อยู่เก็บเสื่อจัดการความเรียบร้อยก่อนลงศาลา มีภารกิจที่ครู เมตตามอบให้ไปซื้อของในเมือง ก่อนไปท่านเมตตาย้อนทวนชี้ให้เห็นตนเอง ที่มโนปรุงแต่แล้วก็ไปเชื่อว่า ท่านสั่ง
เช่น ท่านสั่งให้ซับในผ้าถุงด้วยผ้ากาวเยลลี่
แต่จิตหนูไปปรุงแต่งว่า ครูให้ซับในถุงผ้า
นี่ชัดเลย คนละเรื่องกับที่สั่ง
อีกเรื่อง ออเดอร์ ปากกาหมึกซึมเปอร์มาแนนซ์ ได้ปากกาเปอร์มาแนนซ์เขียนแผ่นใส



2. คาดหวังอะไรในสิ่งที่ทำนั้นบ้าง
-คาดหวัง ตนเองกับภารกิจคือ ทำถูกตรง หรือผิดใจก็ยอมรับแล้วแก้ไข



3. มีอะไรเป็นไปตามความคาดหวังนั้นหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังนั้น เพราะอะไร
-ในส่วนของภารกิจ ครูเมตตาชี้แคะให้เห็นตนเองที่มัน มโนและคิดปรุงแต่งเรื่องว่า ครูสั่งแบบนี้เลยทำ เกินคาดที่ได้เห็นว่า ที่ผ่านๆมา หนูทำพลาดเพราะความคิดตนเองที่มโนไป
แล้วเห็นปลายทางว่า ถ้าเชื่อตนเองที่ปรุงแต่งต้อง วิปะราส แน่ๆ เพราะมีตัวอย่างให้เห็น เพราะจิตมาร่องเดียวกันชัดเจน



4.ได้เรียนรู้อะไร



เห็นว่า ที่ผ่านๆมาทำภารกิจพลาดเพราะปรุงแต่ง มั่วไปเอง
ครูเมตตาชี้ เห็น แล้วคิด แล้วพิจารณารึยัง



ขั้นตอนจิตหนูไม่เลย มันเห็นแล้วก็ไปเกิดเป็นภาพ แล้วก็จำว่า ภาพนั้นคือคำสั่ง



เมื่อก่อนพอผิดครูชี้บอก มันไปโกรธน้อยใจ ทำเซ่อ



ครั้งนี่ครูเมตตาทวนให้ทีละลำดับได้เห็นความมั่วของจิตแต่มันยังเป็นเพราะ
ปลูกต้นวาสนาลงแปลงมันยังลังเล จนพลาด
สุดท้ายครูเมตตาไล่เรียงให้แล้วพาแก้ไขปรับปรุง



ชัดเจนกิเลสมันร้ายกาจมาก
หาทางจะให้เราพลาด ผิดและหลงทาง
ข้างในมาลงร่องว่า
ครูคือ สถาปนิก คือเจ้าของโปรเจค
หนูคือผู้รับเหมา หน้าที่คือ ทำตามขอบข่ายที่ ท่านกำหนด
พลาดผิดหรือไม่ใช่ แก้ไขตรงไหนก็ต้องตามที่ท่านบอกจะมายึดเอาตามความคิดความเห็นตนเองมันไม่ได้
ได้เรียนรู้อีกอย่าง
กับการมาวัดแบบมีกัลยาณมิตร มีน้องนีมาด้วยดูใจข้างในจะ เสถียรขึ้น อาจจะรู้สึกมีเพื่อน
การได้คุยถึงสองวันนี้ เราได้ทำอะไรบ้างครูเมตตาสอนเราทั้งคู่ยังไง เรารู้สึกยังไง แล้วใจเปลี่ยนแบบดีขึ้นยังไงกับการได้เรียนรู้กับครูในสองวัน เราเห็นตรงกันว่า ศักยภาพที่เรามีหลายอย่างแค่เคยเรียน แต่พอมาถึงครูท่านปลดล็อคให้เอามาใช้ประโยชน์ได้อย่างน่าทึ่ง



5. จากบทเรียนที่ได้เรียนรู้นี้จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นอีกหรือที่ดีแล้วจะได้พัฒนาต่อไป
ได้โจทย์มามันต้อง มาติดพิจารณา หลายตลบกว่านี้ ว่าใช่รึยัง ตกผลึกกับตนเอง ไม่ใช่ไปเชื่อภาพแรกที่ข้างในสร้างขึ้นมา
ตั้งเจตนากับตนเอง คิดพิจารณาดีๆก่อน
ถ้าไม่แน่ใจหรือมันเริ่มมั่ว ให้ถอยออกมาดูกลับไปที่คำสั่ง ยังไม่เข้าใจ ขอโอกาสปรึกษา



ศีล
1. ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน
-ใจรู้สึก เบียดเบียนน้อยลง มันสู้มากขึ้น แต่กิเลสตัวงงก็ยังมาเบียดเบียนท่าน แต่รู้สึกดีที่ใจถอยออกมาจากความโกรธและไม่พอใจเวลาถูกชี้ค่ะ แต่มันยังมาติดล็อคตัวทิฐฐิมานะ เชื่อความคิดตนเอง ทำยังไง พยายามดู พิจารณาให้ทันตามที่ครูเมตตาชี้บอก



2. ไม่ลักทรัพย์ไม่หยิบเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้
ระวังกับตนเองอยู่ พอเริ่มระวัง ข้างในมันอ่อนลง ชีวิตที่วัดช่วยให้ทำได้คล่องขึ้น



3. ประพฤติพรหมจรรย์
ราคะยังไหล แต่พอระวัง คำของครูจะดังขึ้นมาเตือนเรื่ิงผ้าถุงที่มักจะไม่เรียบร้อย เสื้อผ้าที่เลอะเทอะ พอย้อนทวนคำว่า สำรวม ก็ไล่เรียงระวัง แต่สารภาพว่า การนั่ง ยังไม่ค่อยสำรวมค่ะเผลอทีไรก็กว้างทุกที เวลาพูดเผลอก็มีราคะปนออกมาชัดมากค่ะ แต่ก็ต้ิงทำต่อไป



4. ไม่โกหก ไม่พูดส่อเสียด
-นิสัยพูดคำหยาบพยายาม ระวังกับตนเอง
แต่เผลอบางทีก็ออกมา ยิ่งตอนพูดเยอะๆ แล้วก็เผลอเพ้อเจ้อค่ะ



5. ไม่ดื่มเหล้า ไม่ขาดสติ
เวลาคุยเยอะๆ พูดมากๆเห็นมันไหล เผลอลืมไปว่า พูดแบบนี้ตินแรกตั้งใจสื่ออะไรก็มี พยายามระวังสติ แต่พูดเยอะเผลอเยอะ
6. ไม่ทานอาหารหลังเที่ยง
บ่ายๆหิวทานน้ำชา เย็นๆรู้สึกผ่อนคลายขึ้นค่ะ
7. ไม่ร้องเพลง ดูละคร ไม่ใช้เครื่องประทินผิว
ชีวิตอยู่วัด สนับสนุนให้ข้อนี้พอได้ ยิ่งจดจ่อกับภารกิจ ยิ่งไม่ค่อยว่อกแว่กค่ะ
8. ไม่นั่งนอนบนที่นอนสูง ยัดนุนหรือสำลี
นอนแคร่นอนเสื่ออยู่ที่วัด ค่อยข้างคุ้น แต่ว่าด้วยความง่วงก็เยอะมากค่ะ จนต้องเอาน้ำเย็นมาใส่หัว ล้างหน้า ดีขึ้นแต่ได้ไม่นานก็ง่วงอีก แต่ก็เดินจนครบตามตั้งใจ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สามสิบวันแห่งการเรียนรู้



ความเห็น (0)