ตำนานว่าด้วยฎีกา อปท. หาย

ตำนานว่าด้วยฎีกา อปท. หาย

1 พฤษภาคม 2559

จากกรณีของ อบต. ทุ่งคลอง อ. คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ฎีกาปี 2544-2547 หายไป 205 ฎีกา ตามข่าว นสพ. ไทยรัฐ 27 - 30 เมษายน 2559 [1]

มีตำนานว่าด้วยฎีกาหาย เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับชาว อปท. รุ่นเก่า ๆ จะเล่าให้รุ่นใหม่ ๆ ฟัง แต่คิดว่าข้อเท็จจริงน่าจะคล้ายกันเหมือนกันนะ...


ในการสอบความรับผิดทางละเมิดของ จนท. กรณีฎีกาหายค่อนข้างยุ่งยาก เพราะ อาจมีสาเหตุได้หลายกรณี เช่น

(1) อาจไม่มีเอกสารฎีกามาก่อนเลย มีแต่ใบเบิกฎีกาเท่านั้น ซึ่งในสมัยยุค อปท. แรก ๆ (ทั้ง อบต. และ เทศบาลยกฐานะ) ปี 2537-47 อาจไม่มีใบอะไรเลย มีแต่เช็ค สมุดคุมเช็คก็ไม่ลง แถมเช็คปลอมลายมือชื่ออีกต่างหาก

(2) เอกสารฎีกาไม่สมบูรณ์ หรือไม่ถูกต้องครบถ้วน เช่น ขาดเอกสารสำคัญบางอย่าง เพราะ ยังไม่เสร็จ ไม่เรียบร้อย สันนิษฐานว่า จนท. อาจต่อรองกัน เพื่อให้เอามาแนบทีหลัง เช่น ใบตรวจรับฯ ที่ยังไม่ลงนาม หรือลงนามไม่ครบ ใบเทสต์ลูกปูน ไม่มีใบสำคัญคู่จ่าย(เช่น ใบเสร็จตัวจริงฯ) หรือนำเอกสารที่ลงผิดแต่แรก กำลังเอาไปแก้ไข ฯลฯ แต่ จนท.ลืม เพราะ จนท.โยกย้าย ไม่รับผิดชอบ ... หรืออาจหายไปจริง ๆ เพราะเอกสารมั่ว เอกสารเยอะ เอามากองรวม ๆ กันวุ่นวายสับสนไปหมด ... ที่สำคัญก็คือ หากมีความไม่ชอบมาพากลในขณะนั้น อีกฝ่ายที่กระทำผิดก็อาจหาทางลักเอกสารนั้นไปเลย เพื่อไปทำลาย หรือ อะไรก็สุดแล้วแต่... สรุปว่าเอกสารหายระหว่างดำเนินการ... แต่ก็ไม่ถูกต้องอยู่ดี เพราะ อปท. ได้เบิกจ่ายเงิน (เช็ค) ไปแล้ว...

(3) เอกสารฎีกานั้นปลอมทั้งชุด หรือ ปลอมบางส่วน ในกรณีนี้ทางอาญาอาจแยกเป็น 3 กรณี คือ

(3.1) ปลอมเอกสารฎีกาโดยผู้มีหน้าที่จริง ๆ

(3.2) ทำเอกสารฎีกาอันเป็นเท็จโดยผู้ที่ไม่มีหน้าที่โดยตรง

(3.3) สำแดงเอกสารฎีกาอันเป็นเท็จโดยผู้มีหน้าที่หรือไม่มีหน้าที่เอามาหลอกผู้ไม่รู้เรื่องให้เบิกเงินฯ ออกมา

ซึ่งเอกสารฎีกาที่หาย อาจเป็นเอกสารที่ สตง.ตรวจผ่านแล้ว หรือ อาจยังไม่ได้ตรวจก็ได้... แต่ในสมัยแรก ๆ สตง. ไม่ได้ตรวจเลย... และปกติเหตุการณ์เช่นนี้ มักจะเกิดจาก “การทุจริต” กล่าวคือ “ไม่ถูกต้อง” ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งผิดเล็กผิดน้อย หรือผิดมาก โดยมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง เช่น จ่ายหัวคิวไม่ครบ จนท.ผู้เกี่ยวข้องไม่ได้หัวคิว เจ้านายสวาปามมากสุด ๆ (โดยไม่ถูกต้องเลย) มีผู้ก่อการร้ายหรือก่อการดีก็แล้วแต่อยู่ในกระบวนการเบิกจ่าย ที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่ทำอะไรเขาไม่ได้ ก็เลยแกล้งกัน เพราะทำอะไรกับผู้ทุจริตไม่ได้ ก็เลยใช้วิธีนี้ ...

ในการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้นค่อนข้างยุ่งยากมาก ต้องให้นักบัญชีผู้เชี่ยวชาญมาไล่เรียงจากสเตทเมนต์ของธนาคาร ดูเส้นทางการโคจรของเงินที่ออกจากบัญชี อปท. ... และพยายามเทียบเคียงดูเอกสารเท่าที่หาได้ เช่น

หาดูสมุดคุมเช็คดูเลขที่เช็ค, หาดูต้นขั้วเช็ค, ดูเช็คของจริงที่เบิกจากธนาคารว่ามีใครลงนามบ้าง, ดูรายงานเงินคงเหลือประจำวัน, ดูงบดุล, หาดูสมุดลงรับฎีกา(ดูเลขที่ฎีกา), ขอดูต้นขั้วใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเหมาหรือผู้ขายวัสดุ... และในสมัยก่อน ก็จะดูจากพาสบุ๊ค (สมุดวางฎีกาเบิกเงินจากคลังจังหวัด เล่มสีเขียวแก่เก่า ๆ)....

สรุปว่า วุ่นวายพอสมควร เพราะ คนจะลักฎีกา เขาก็จะทำลาย หรือ ลักเอาเอกสารดังกล่าวไปซ่อนด้วย... ซึ่งคนที่ลักฎีกา หรือ ทำความบกพร่องในฎีกาดังกล่าว ปกติก็คือผู้กระทำผิดนั่นเอง ... สันนิษฐานไม่ยาก เช่น ... ตัว จนท.การเงิน (ไม่ใช่ หน.คลัง), ตัว หน.คลัง, ตัวปลัด, ตัวนายกฯ

ในความยุ่งยากที่เกิดขึ้นอีกอย่างก็คือ ฎีกาที่สมบูรณ์ถูกต้อง ซึ่งมีเลขที่ฎีกาเบิกจ่ายอยู่ใกล้ ๆ กัน ได้ถูกลักปนออกมากับฎีกาที่ตั้งใจลักไปด้วย...

... เพราะการลักฎีกาทำง่ายมาก เพียงแต่ไปหยิบมาเอง หรือสั่งให้ใครก็ได้ที่รู้แหล่งเก็บฎีกา และให้จิ๊กเอกสารออกมาก็ได้แล้ว ... แต่ระยะหลังเอกสารฎีกา หน.คลัง (ผอ.คลัง) จะล็อคกุญแจอย่างดี แต่หากมันจะหาย ก็หายได้ ... ไม่มีใครเกินหัวไอ้เลียง ฉันจะลักเสียอย่าง...


แล้วสัดส่วนความรับผิดทางละเมิดหละ จะคิดกันอย่างไร ... คิดยากมาก เพราะไม่มีเอกสารให้คิดได้เลย แยกเป็น ...

(1) ปกติหากเป็นการทุจริต คนที่ทุจริตก็รับเต็ม ๆ สัดส่วน 100 % เฉพาะฎีกานั้น ๆ

(2) หากมีการรับเงินจริง จ่ายจริง เช่น ฎีกาเงินเดือน ค่าจ้าง เงินประจำตำแหน่ง เงินสาธารณูปโภค เงินสมทบราชการ หรือเงินอุดหนุนที่จ่ายไปแล้วจริง อันนี้จ่ายจริง แต่หาฎีกาไม่เห็น เพราะถูกลักหายไปด้วยกัน อันนี้เรื่องละเมิดจะหักออกไป เพราะไม่ละเมิด แต่ในกรณีเบิกจ่ายเงินสวัสดิการต่าง ๆ ค่ารักษาพยาบาล ค่าการศึกษาบุตร ค่าทุนการศึกษา ค่าเช่าบ้าน ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางฯ ค่าลงทะเบียนฝึกอบรมฯ ... อันนี้ก็จะดูยุ่งยากไปตามส่วน...

(3) หากมีการรับเงินจริง จ่ายจริง เช่น ฎีกาเบิกเงินหมวดครุภัณฑ์ที่ดินสิ่งก่อสร้าง หมวดวัสดุ ได้แก่ฎีกาเบิกค่าวัสดุ ค่าจ้างฯ ได้จ่ายเงินให้แก่ผู้ขายผู้รับจ้างไปจริง และมีต้นขั้วใบเสร็จรับเงินของผู้ขายหรือของผู้รับเหมาที่ตรวจสอบได้ แต่หาฎีกาไม่เห็น อันนี้พิจารณายากมากว่าฎีกาถูกต้องแค่ไหน เพียงไร ... เพราะการเบิกจ่ายอาจถูกต้องหมด หรือไม่ถูกต้องก็ได้ แต่เอกสารมันหายไปจริง ๆ

(4) ปกติกรณีฎีกาหาย จะเป็นกรณีที่ จนท. ไม่ปฏิบัติตามระเบียบฯ คือไม่รักษาฎีกาไว้ให้ดีนั่นเอง... ปล่อยให้หายได้ไง... เพราะต้องเก็บไว้ 10 ปีในที่ปลอดภัย... สัดส่วนละเมิดก็ 60 : 20 : 20 (จนท.ผู้เป็นต้นเหตุแห่งการกระทำผิดฯ-อันนี้มีหลายคนนับตั้งแต่ จนท.การเงิน หน.คลัง หรือคนอื่น ๆที่พิสูจน์ตรวจสอบได้ : ผบ.กลาง-ปลัดฯ : ผบ.สูงสุด-นายกฯ)

สุด ๆ จะบรรยาย ใครเป็นกรรมการสอบสวนก็ตามแนวทางนี้แหละ เอวัง...

+++++++++

หมายเหตุเพิ่มเติม

ที่เป็นสาเหตุใหม่ ๆ ของการลักฎีกาอีกสาเหตุหนึ่ง ก็คือ แม้จะเป็นฎีกาที่ถูกต้อง แต่อาจไปพาดพิงในอีกกรณีหนึ่งหากมีการตรวจสอบฎีกานั้น ๆ เพราะ เป็นความผิด หรือ ความผิดที่มีผลต่อ “ตำแหน่งหน้าที่” ทำให้ “บุคคลใด” ขาดคุณสมบัติฯ หรืออื่นใด เพราะได้มีการร้องเรียนกล่าวหากันอยู่ โดยเฉพาะคดีอาญา หรือ คดี ปปช.

เช่น “ความมีส่วนได้เสียในคู่สัญญา” หรือ “มีการทุจริตมิชอบ” ที่สามารถตรวจสอบจากคู่สัญญาได้จากฎีกา ทำให้ ผู้บริหาร อปท. หรือ จนท. ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องรับผิดเต็ม ๆ ต้องตัดสินใจลักฎีกา เพื่อตัดปัญหา หรือสร้างความยุ่งยาก ให้แก่ผู้ตรวจสอบ ที่เรียกกันตามภาษากฎหมายว่า “สร้างความยุ่งเหยิงให้แก่พยานหลักฐาน” เพราะตนเองนั่งทับพยานหลักฐานเหล่านั้นอยู่... กรณีนี้จึงเป็นที่มาของการประจำฯ หรือที่เรียกว่าการ “แขวนตำแหน่ง” ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง นายก อปท. หรือ ปลัด อปท. หรือ หน.ส่วนฯ อปท. ที่เกี่ยวข้อง ตามคำสั่ง คสช. มาตรา 44 หรือ คำสั่งอื่นใดก็ตาม ซึ่งตามปกติ หน่วยงานภายในไม่ว่าอำเภอ หรือจังหวัดก็มักไม่กล้าดำเนินการใด เพราะอาจมีการช่วยเหลือกัน หรือมีผลประโยชน์ปิดปาก ลูบหน้าปะจมูก หรือ เหตุผลอื่นใดที่ไม่ปรากฏ ...

อันนี้ไม่ยาก ในการตรวจสอบเลย ... เพราะว่า สามารถตรวจสอบได้จากเช็คที่จ่ายก็ได้ความแล้วว่าจ่ายให้ใคร... ใครมีส่วนได้เสียหรือไม่ การลักฎีกาในกรณีเหตุนี้ อาจโง่ไปหน่อย แต่หาวิธีอื่นไม่ได้แล้ว ... เพราะ จนท. ตรวจสอบได้ง่าย และสันนิษฐานสาเหตุต่าง ๆ ได้ง่ายด้วย...



[1] อบต.ฉาวฎีกาเบิกเงินหายเป็นร้อย, โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 เม.ย. 2559, 07:25, http://www.thairath.co.th/content/611084

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration



ความเห็น (0)