เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 11-16 เมษายน 2559

17 เมษายน 2559

เรียน ผู้บริหาร เพือนครูและท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน 2559 แม้จะเป็นวันจันทร์แต่ก็อนุญาตให้ข้าราชการไม่ต้องแต่งเครื่องแบบ เพราะจะเลี้ยงสังสรรค์เล็กๆน้อยๆ ต้อนรับสงกรานต์มื้อกลางวัน สำหรับผมมีประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองความดีความชอบครูเป็นรอบสุดท้าย วันศุกร์ก็พิจารณาไปรอบหนึ่ง วิธีคิดโควตาตัวเต็มให้ไปก่อน เศษมากองรวมกัน จากนั้นจัดเรียงลำดับลงไปจากค่าจุดทศนิยม มากไปหาน้อย ได้แค่ 0.6 ก็หยุด สรุป โคาตา 15 จากการรวมจุดทศนิยม ปัดให้ผู้บริหารสำนักงานและผู้บริหารโรงเรียน 3 ราย ให้ครูสายการสอน 12 ราย สำรองครูไว้อีก 1 เผื่อ สพฐ.จัดสรรโคาตาเพิ่มให้ เที่ยงลงไปทานอาหารที่ห้องสโมสร กับเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน มีผู้บริหารโรงเรียนมาร่วมด้วย 3-4 ราย ไม่มีพิธีรดน้ำเพราะปฏิเสธไปตามประเพณีโบราณคนที่จะมานั่งให้คนรดน้ำต้องมีวัยเลย 60 ปี เขามอบมาลัยแทน บ่ายนัดหมาย สพม.3 และ สพป.นนทบุรี 2 มาซักซ้อมการนำเสนอต่อที่ประชุม กศจ. พรุ่งนี้ นัดแรกอยากให้บรรยากาศราบรื่น นั่งคิดดูมีเพียงกระทรวงเดียวที่ใจถึงออกกฎหมายให้คนนอกกระทรวงมาจัดการงาน สพฐ.ในเขตพื้นที่ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ตั้งแต่เรื่องสรรหา เลื่อนเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง จนถึงออกจากราชการ อำนาจเดี่ยวก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น การอนุญาตการลา การอนุมัติไปราชการ

วันอังคารที่ 12 เมษายน 2559 ตื่นเช้าเป็นพิเศษเพราะต้องประชุม กศจ.นัดแรก ถึงสำนักงานเขต ดูความเรียบร้อยของห้องประชุม เอกสารต่าง ๆ จนเวลา 09.00 น. กรรมการเริ่มทยอยกันจนท้ายสุดประธานกรรมการ ผวจ.นนทบุรี การประชุมเริ่มต้นด้วยประธานแนะนำกรรมการ จากนั้นให้เลขานุการนำเสนอไปตามระเบียบวาระ เริ่มจากเรื่องของ สพม. 3 เพราะเขาต้องวิ่งไปชี้แจงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในภาคบ่าย การเสนอเขตแรกก็ต้องชี้แจงละเอียดหน่อยเพราะกรรมการอยากทราบรายละเอียด แต่ทักเรื่องผ่านด้วยดี เว้นแต่เรื่องการตั้งกรรมการกลั่นกรองย้ายครู ให้ชะลอไว้ก่อนทั้ง 3 เขต ของ สพป.นนทบุรี เขต 2 การชี้แจงและการผ่านมติ เร็วขึ้น เพราะเป็นเรื่องทำนองเดียวกับ สพม.3 ยิ่ง สพป.นนทบุรี เขต 1 เข้ารายสุดท้ายต้องเรียกว่าผ่านไปด้วยความรวดเร็ว ก่อนเลิกประชุมมีหนังสือจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ถึง ผวจ. ให้ กศจ.แต่งตั้ง อนุกรรการ 3 คณะ คือ อนุฯการบรรจุแต่งตั้ง อนุฯวินัย และอนุฯวิทยฐานะ ประธานเสนอที่ประชุมตั้งประธานอนุกรรมการ ทั้ง 3 คณะ ตามลำดับ คือ ศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ อยู่สำราญ รองศาสตราจารย์ ดร.กิติพงศ์ หังสพฤกษ์ และ ดร.สุทธศรี วงศ์สมาน ให้ประธานไปฟอร์มทีมนำเสนอประธานเพื่อส่งรายชื่อไปยังกรรมการระดับกระทรวงต่อไป เที่ยงเลี้ยงอาหารที่ห้องสโมสร บ่ายทำงานแฟ้มที่ค้างจนหมด เดินทางไปซื้อของฝากพ่อแม่เพราะพรุ่งนี้จะลงใต้ไปเยี่ยมในเทศกาลสงกรานต์

วันพุธที่ 13 เมษายน 2559 วันสงกรานต์โดยปกติคนใต้ต้องไปทำบุญกันที่วัด แต่ผมเพิ่งออกจากบ้านเวลา 10 โมงเช้า ใช้ถนนกาญจนาภิเษก ไปเข้าถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี หรือถนนบรมราชชนนี เพราะหลีกเลี่ยงรถติดถนนพระราม 2 จะใช้เส้นเพชรเกษม ผ่านนครปฐม และราชบุรี รถติดบ้างบางช่วง แต่ภาพรวมถือว่าดี แต่ไม่สามารถทำเวลาได้เหมือนข่วงเวลาปกติ ถึงชุมพรมืดพอดี จองโรงแรมไว้ที่หลังสวน กว่าจะถึงก็เกือบ 4 ทุ่ม แม้เหน็ดเหนื่อยจากการขับรถแต่เวลานอนกลับปวดหัวนอนไม่หลับ อาจเป็นเพราะความร้อนที่สูงถึง 39 องศาเซนเซียสในตอนกลางวัน

วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2559 ออกจากหลังสวน 8 โมงเช้า ลงใต้ไปเรื่อย ๆ รถเบาบาง เป็นที่น่าสังเกตว่ารถบรรทุกน้ำเล่นกันบนถนนหลวงสายหลักไม่มี ทำให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่ยวดยาน มาแวะทานข้าวแกงร้านป้าเอิบ ที่บ้านส้อง อำเภอเวียงสระ ผู้คนล้วนมากองกันอยู่ที่ร้านนี้เพราะเป็นร้านข้าวแกงที่รสจัดจ้าน มีให้เลือกหลายรายการทั้งของป่า ของเมือง อิ่มแล้วเดินทางต่อ ไปแวะทำบุญที่วัดปัฎนาราม ตำบลท่าเรือ อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางต่อลงไปจนถึงที่หมายเวลาประมาณ 14.30 น. เยี่ยมพ่อแม่ญาติโกโหติกาเรียบร้อย เดินทางเข้าตัวเมืองพัทลุง เพราะความร้อนที่ขึ้นเกือบ 40 องศาเซนเซียส ไม่สามารถพักอาศัยกับใครได้ถ้าไม่มีห้องแอร์ คืนนี้ต้องพึ่งโรงแรมชัยคณา ธานี ซึ่งเหลืออยู่ห้องสุดท้าย แขกที่มาก็เหตุผลเดียวกันลงมาเยี่ยมญาติแต่ร้อนเกินกว่า จะพักที่บ้านได้ ประมาณ 2 ทุ่ม เพื่อนร่วมรุ่นเขียวเหลือง 16 มารับไปทานข้าวฟังเพลงที่ร้านบ้านดนตรี คาราโอเกะผลัดกันร้องทีละโต๊ะวนกันไป พบว่าคนพัทลุงร้องเพลงเพราะทั้งหญิงและชาย เที่ยงคืนกลับไปนอน

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน 2559 ตื่นเช้าออกจากโรงแรมไปแวะทานขนมจีนนางลาด ที่มีการแนะนำว่าดี ร้านนี้เขาจัดขนมจีนใส่ถ้วยให้ ส่วนน้ำแกงตักราดเอาเองจะเอาแบบไหน มีผักให้เป็นถาดใหญ่ รู้สึกว่าไม่อร่อยนะวันนี้ ทานแล้วรู้สึกเสียดายมื้ออาหารไปหนึ่งมื้อ น่าจะไปทานอย่างอื่น เข้าถนนสายเก่าแวะวัดควนกรวด วัดที่เคยอาศัยตอนเรียนมัธยมศึกษา เจดีย์โบราณ กรมศิลปากรบูรณะให้ใหม่ ดูไม่เหมือนตอนเราเป็นเด็กวัด กุฏิก็เปลี่ยนใหม่หมด ไม่ได้ลงเพราะผ่านมา 45 ปี คงไม่มีใครรู้จักแล้ว พระอาจารย์ก็ย้ายไปอยู่วัดนาหม่อม จังหวัดสงขลา แวะตลาดป่าพะยอมซื้อของฝากพ่อแม่และของบางอย่างสำหรับพากลับบ้าน เช่น เคยปลา เคยทำ น้ำผึ้งแว่น น้ำพริกแกง และเข้าบ้านอีกรอบ จากนั้นเดินทางกลับมาแวะทานอาหารกลางวันเอาบ่าย 2 โมง ที่อำเภอเวียงสระ เป็นร้านอาหารป่า รสขาติดี ร้านอยู่ตรงข้าม สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 3 ขับมาถึงบ้านวิสัยเหนือ แวะทานข้าวเย็นที่ร้านครัวทองหลวง ซึ่งย้ายร้านจากฝั่งตรงข้ามมาเปิดใหม่ พ่อครัวคนเดิมมา สวัสดี ทักทาย เพราะอุดหนุนมาหลายปี คืนพักค้างโรงแรมจันทร์สมพลาซ่า ขุมพร

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2559 หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางผ่านด้านหลัง ผ่านศาลากลางจังหวัด มีร้านค้าขึ้นหลายคูหาพร้อมบ้านจัดสรร ถนนก็ปรับขยายใหม่ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ มาออกทางหลวงหมายเลข 4 รถกลับขึ้นมาก แต่ทำความเร็วได้ตามปกติ มาจอดทานข้าวกลางวันที่ประจวบคีรีขันธ์ มาแวะซื้อเสบียงที่ร้านอาหารต้นม่วง เพชรบุรี สั่งใส่กล่อง มีผัดสุ้นเส้นกับไก่โค๊ะ รถหนาแน่นมากจนถึงวังมะนาว เลยเข้าราชบุรี นครปฐม รถเบาบางมาก ถึงที่พักประมาณ 1 ทุ่มเศษ

นายกำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (0)