วิจารณ์หนังเรื่องปรสิต เพื่อนรักเขมือบโลก ตอนแรก

ก่อนอื่น ผมต้องยอมรับว่าผมไม่อ่านการ์ตูนเรื่องปรสิตมาก่อน (มารู้ทีหลังสร้างมาจากการ์ตูน 555+) โครงเรื่องก็จะเป็น เรื่องราวของเหล่าปรสิตต่างดาวคล้ายๆหนอนหรืองู ที่มาแพร่พันธุ์บนโลก โดยการเข้าครอบครองร่างมนุษย์ด้วยการมุดเข้าหูไปยึดสมอง และปกปิดตัวตนเอาไว้ แต่หิวเมื่อไหร่ก็ฉีกยิ้มแยกหัวออกมาเขมือบคนได้ แต่กับนาย ชินอิจิ (พระเอก) กลับดวงดี โดนปรสิตนาม มิกิ หรือมิกี้ ยึดแค่มือขวาไปเท่านั้น ทั้งคู่ต้องใช้ชีวิตร่วมกัน ฝ่าฟันทั้งชีวิตประจำวันของ ชินอิจิ และการรุกรานหมายชีวิตจากปรสิตตัวอื่นด้วย

แต่ปรสิตที่เข้ามาสิงร่างของมนุษย์นั้นก็มีความหลากหลายพอๆกับมนุษย์บนโลก เช่น บางคนบ้าอำนาจ บางคนเป็นนักวิทยาศาสตร์ บางคนเป็นนักการเมือง บางคนเป็นเด็กๆ เช่น ชินอิจิ นั่นย่อมแสดงว่าปรสิตได้เข้าไปอยู่ในทุกวงการ และวงการนี้มีความสำคัญของการคงอยู่ของมนุษย์ด้วย แต่ทั้งหมดนี้มีจุดร่วมกันประการหนึ่งก็คือ ถูกครอบครองอยู่ด้วย “ความยาก” อยู่เสมอ กล่าวคือเนื้อในกลับหิวโหยเต็มประดาอยู่ร่ำไป และความไม่ยอบผิดชอบ หากมองด้วยสายตาคนธรรมดาคุณสมบัติประการหนึ่งของมนุษย์ ก็คือ ความหิว และการไม่รับผิดชอบ

ประโยคที่คอยกระตุ้นพวกเรา และทำให้เราเจ็บแสบที่ออกมาจากปากปรสิตในทำนอง “เราผิดตรงไหนที่กินคน ทีคนก็ยังกินสัตว์เลยนี่” หรือ “นายเรียกพวกเราว่า ปีศาจ ฉันลองค้นหาคำว่า ปีศาจ แล้ว สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุด ก็คือมนุษย์นะ” ก็ยิ่งสะท้อนความเป็นมนุษย์ ของเราๆท่านๆ มากขึ้น ถึงการบ้าอำนาจ และต้องการครอบครองทุกสิ่ง บงการทุกชีวิตให้เป็นไปตามสั่งอยู่ทุกวี่วัน เพียงแต่เราอาจมองข้าม ไม่ยอมรับ และเห็นเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ จนต้องมีปรสิตในฐานะเผ่าพันธุ์ที่เหนือกว่า มาย้ำและแสดงภาพให้เห็นชัดเจนขึ้น ดังที่มนุษย์เคยมองสัตว์ ปรสิตก็มองมนุษย์ในมุมเดียวกัน พูดง่ายๆก็คือมุมมองของปรสิตก็คือมุมมองของมนุษย์นั่นเอง

นอกจาก ชินอิจิ และ มิกิ หรือมิกี้ ที่สิงอยู่ในมือขวา (ทำไมต้องเป็นมือข้างขวา หากพูดตามสำนวนของโครงสร้างวิทยาแล้ว มือขวาเป็นตัวแทนของความอยากรู้อยากเห็น ก็เราใช้มือขวาเขียน และเราใช้มือขวาในการเปิดหนังสือมิใช่หรือ 555+) ที่เป็นตัวดำเนินเรื่องหลักๆ แล้ว อีกหนึ่งตัวละครที่จับตามองเป็นพิเศษคือ คุณครูปรสิตสาว เรียวโกะ ทามิยะ ที่ดูจะชาญฉลาดกว่าเพื่อนร่วมพันธุ์ รวมถึงการมีแนวคิดที่แตกต่าง และมองหาความก้าวหน้าในชีวิตที่ต้องอยู่ร่วมกับมนุษย์ อย่างไม่ต้องทนทุกข์และเบียดเบียน ถึงขนาดลงทุนมีการร่วมเพศกับปรสิตเอ ซึ่งเป็นตำรวจหนุ่ม จนตั้งท้อง และนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามที่ว่า “สิ่งมีชีวิตในท้อง” ของเธอนั้นมีสถานะเป็นอะไร ปรสิตหรือมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่งเท่านั้น นอกจากนั้นยังเลือกแซนด์วิชมาแทนเนื้อของมนุษย์ที่เป็นของโปรดอีก เพื่อปรับตัวเข้าหาสังคม เพื่อให้อยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ (วลีของเธอที่ปรากฏในต้นเรื่องและท้ายเรื่องบอกเราว่า หากจำนวนคนลดลง 99 % จะมีการทำลายล้างทรัพยากรเหล่านี้หรือไม่)

แต่การคิดต่างนั่น ก็คงเป็นจุดร่วมระหว่างเธอกับชินอิจิ ที่เหล่าปรสิตอื่นๆ มองว่าเป็นตัวประหลาด แม้เธอจะต้องโหดเหี้ยมดุร้ายไปบ้างตามสัญชาตญาณ แต่ก็น่าดีใจที่เสียงน้อยๆ ในเผ่าพันธุ์อำมหิตยิ่งใหญ่นี้ ถูกให้ความสำคัญในเบื้องลึกของจิตใจ มีน้ำหนักของตัวตนมากกว่าชาวต่างดาว หรือปรสิตตัวอื่นที่มาพร้อมกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างมืดบอด เพียงเพื่อป่าวประกาศว่า “ข้าจะยึดครองโลก” ปรสิตตัวนี้เป็นมากกว่าสัตว์ เพราะเธอมีความเป็น “มนุษย์” มากกว่าคนบางคนเสียด้วยซ้ำไป (ที่จริงจะแปลเรื่องปัญญาประดิษฐ์กับการเล่นโกะ ที่ขอวิจารณ์เรื่องนี้ก่อน 555+)

นอกจากนี้หนังยังพยายามสะเทือนอารมณ์ผู้ชมด้วยเล่าว่าชินอิจิได้รับการเลี้ยงดูมาจากแม่ของเขาตั้งแต่เด็ก มือที่เป็นแผลเป็นของแม่ของเขาเกิดจากตอนเด็กชินอิจิทำหม้อเทมปุระตกใส่ แต่มือแม่มารับไว้ และหนังก็เลือกจะใช้หมัดเด็ดในการ “สะเทือนอารมณ์” ผู้ชมด้วยฉาก “ร่างที่ไม่ใช่แม่ของชินอิจิอีกต่อไป” รวมไปถึงฉากที่ชินอิจิต้องต่อสู้กับแม่ตัวเองตอนท้ายเรื่องด้วย

ปรสิต เพื่อนรักเขมือบโลก แน่นอนว่าอาจมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง (หากได้อ่านหนังสือการ์ตูน จะวิจารณ์ได้มากกว่านี้ ส่วนหนึ่งจะเป็นการเปรียบเทียบบรรยากาศของการ์ตูนกับหนัง) อาจไม่ได้เนียนเหมือนตาฟ้าไร้ตะเข็บเก็บทุกรายละเอียด แต่ก็ต้องยอมรับว่า หลายๆฉาก หลายๆตอน ของหนังเรื่องนี้ ก็แปรสภาพให้จอใหญ่ในโรง กลายเป็นกระจกเงาขนาดมหึมา ที่สะท้อนให้เราชาวมนุษย์ทั้งหลาย ได้ทบทวนการใช้ชีวิตของตัวเองกันบ้างไม่มากก็น้อย ไม่เพียงตัวเรา แต่คือสังคมที่ไหลไปตามวิถีที่มุ่งบริโภคอย่างตะกละตะกลาม เต็มไปด้วยความหิว และไร้ความรับผิดชอบ สุดท้ายแล้วเราจะเลือกฝืนต้านกระแสแบบ ชินอิจิ และ เรียวโกะ หรือยอมให้สังคมครอบงำเป็นตัวปรสิต ก็แล้วแต่คุณละกันนะ

แม้ว่าเรื่องราวทั้งหมดจะยังไม่ได้ขมวดปมในภาคแรกทั้งหมด แต่ความบันเทิงในหนังพาร์ทแรกก็เรียกได้ว่ากระตุ้นต่อมที่ทำให้ผู้ชมอยากจะดูพาร์ท 2 ใจจะขาด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมาก

ยังไม่ได้ดูเลยครับ

ผมดูแล้วรู้แต่ว่าสนุกดี พอฟังอาจารย์ต้นวิเคราะห์ สังเคราะห์ ทำให้ผมได้รับความรู้..........เพิ่มขึ้น...........

เขียนเมื่อ 

น่าสนุกนะจ๊ะ ก็ยังไม่เคยดูเหมือนกันจ้ะ