​​2. ช้าแล้วจะพลาด

2. ช้าแล้วจะพลาด

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559
1. วันนี้ทำอะไร
-วันนี้ตั้งใจไปจังหัน
-เคลียร์เอกสารการเดินทางและตามเรื่องและปรึกษาพี่ ๆ ถึงโครงการที่ต้องดำเนินการเรื่องตัวชี้วัดต่าง ๆ
- ไปเยี่ยมญาติแทนพ่อที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น

2. คาดหวังอะไรในสิ่งที่ทำนั้นบ้าง
- ไปจังหัน คาดหวังว่า รักษาโอกาสกับตนเอง ให้ได้ฝึกฝน
- เอกสารการเดินทางดำเนินการเรียบร้อย รายงานโครงการ และแนวทางงานได้ข้อสรุป
- ไปเยี่ยมญาติแทนพ่อ

3. มีอะไรเป็นไปตามความคาดหวังนั้นหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวังนั้น เพราะอะไร
สิ่งที่ได้เกินคาด
-การได้มีโอกาสถวายจังหันครูบาอาจารย์ที่ตึกสงฆ์อาพาธ คือ โอกาสที่ครูมอบให้ ทำความเพียรกับตนเอง เป็นการกระตุ้นตนเองอย่างหนึ่งที่ ออกมาจากบ้านแบบไม่โอ้เอ้ค่
-เอกสารเดินทางตอนแรกมีติดขัดบ้าง แต่สุดท้ายก็เรียบร้อย รายงานโครงการระหว่างดำเนินการ มีเรื่องแทรกจาก สสจ. ว่าเอกสารที่ยื่นไป มีข้อผิดพลาด ต้องรับไปแก้ไข พยายามหาช่องทางติดต่อทางโทรศัพท์ กลับไม่มีการรับสาย ประสานเพื่อน ก็ไม่ได้อยู่ในสำนักงาน จนต้องออกไปดำเนินการเอง สุดท้ายได้ข้อสรุปว่า ไม่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมและได้ข้อมูลว่า โทรศัพท์ของ สสจ.ขัดข้อง นึกย้อนทวนก็คิดได้แต่ว่า กรรมตนเองแหละ รับเอา แต่ถามว่าทำเต็มที่ยังก็ เต็มที่ ช่วงบ่าย ๆ เย็นๆปรึกษาพี่ๆ เรื่องการดำเนินงานได้ข้อสรุปและความชัดเจน ก็เกิดคาดเรื่องข้อสรุปปรึกษาการประชุม แต่เอกสารรายงานไม่เรียบร้อย ต้องทำในวันพรุ่งนี้
- ไปเยี่ยมญาติแทนพ่อ แต่ไม่ทัน เป็นเรื่องที่รู้สึกไม่เป็นไปตามคาดหวังค่ะ เพราะหนูวางแผนตนเองไม่ดี จริงๆ หนูสามารถเข้าไปตั้งแต่เมื่อคืนก็ได้ แม้ติดต่อใครไม่ได้ก็สามารถหาช่องทางได้ แต่ท่านก็เสียชีวิตแล้วตั้งแต่ ตีหนึ่ง

4. ได้เรียนรู้อะไร
- การไปจังหัน ฝึกกับตนเอง เรื่องข้อจำกัด คือให้มีโอกาสได้ทำ แบบคิดกับตนเองว่า อันไหนเหมาะกับวันนั้นก็ค่อย ๆปรับไป
- เอกสารการเดินทาง ทำเสร็จก็เสร็จเลย ส่วนงานแทรกจาก สสจ. แม้วางแผนแล้วใช่ว่าจะไม่มีข้อผิดพลาด แต่ถ้าจัดการให้ที่สุดก็จะเรียบร้อย อย่าดองปัญหา เรื่องหัวข้อประชุมจากการได้คุยได้ข้อสรุป
- คนป่วยไม่รอท่า คนจะตายไม่รอใคร คือ ความไม่เที่ยง ที่กระชากในความรู้สึก ว่าจะไปเยี่ยมญาติแทนพ่อ เป็นข้อผิดพลาดที่ใหญ่หลวงของชีวิต เพราะการวางแผนไม่ดีของหนูทำให้ถึงขอนแก่นดึก ทำให้ไปเยี่ยมไม่ทัน ญาติเสียชีวิตแล้ว ใจสลดวูบ พอได้คุยกับพ่อ แม้ท่านจะไม่โทษใคร แต่รับรู้ว่า พ่อเสียใจที่หนูไปไม่ทัน

5. จากบทเรียนที่ได้เรียนรู้นี้จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นอีกหรือที่ดีแล้วจะได้พัฒนาต่อไป
- การไปจังหัน รับรู้กับตนเองว่า อย่าติดกับดักความอวดดีที่ติดดี ว่าทุกอย่างต้องดีเยี่ยมและเหมือนเดิมทุก ๆ วัน ระวังกับดับที่ชอบติดเหมือนโจทย์สุดท้ายก่อนขับรถที่ครูเมตตาชี้ แต่การได้ลงมือทำ เต็มที่ในครั้งนั้น ๆ นั่นต่างหากคือ ใช่ของ ณ ตอนนั้น สิ่งใดเหมาะกับตอนนั้น ๆ ก็ทำเลย
-งานแต่ละวันถ้าคิดไว้เหมือนที่ครูชี้ เห็นภารกิจก็พิจารณาก่อน ใช้ปัญญาหาช่องทาง สงสัยให้ถาม ทำความเข้าใจ ไม่แน่ใจก็สอบถาม ลองเอามาปรับใช้ รู้สึกใจ คลายขึ้นต่อสิ่งที่กำลังทำ แม้ใจเคยปฏิเสธ แต่พอใช้วิธีที่ครูชี้ นั้นเหมือนเห็นทางออก
-ไปเยี่ยมญาติไม่ทัน เป็นมรณสติ ที่ย้ำถึงความพลาดที่ไม่นำวิธีที่ครูบ่มเพาะมาพิจารณา นี่คือ ตัวอย่างความล้มเหลวของตนเองที่ล้ำค่า

ศีล
1. ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน
วันนี้ใจหนูสะเทือนที่รับรู้เลยว่า เบียดเบียนพ่อ มีไม่กี่ครั้งที่พ่อไว้วาน ปกติพ่อไม่ค่อยเอ่ยปาก คำพูดสั้นๆของพ่อว่า “เสียดายที่รู้ช้าไปเยี่ยมไม่ทัน มันเหมือนเราไม่รู้จักดูแลญาติ” เป็นการเบียดเบียนพ่อ ที่เป็นตัวอย่างสำคัญที่หนู ต้องจำว่า มันไม่เที่ยง ถ้าไม่ที่สุดแล้ว พ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ก็ไม่เอ่ย แก้ไขอย่างไร หากโจทย์แบบนี้มาอีก ให้รีบคิดพิจารณาแล้วลงมือทำ ระลึกอุทิศบุญให้ญาติ นี่คือ ผลจาก นิสัยที่เป็นสันดานฝังลึก ความไม่ใส่ใจ พอมันโผล่มาให้ผล ก็เป็นกรรมเพิ่ม ต้องพึงแก้ไขกับตนเองค่ะ

2. ไม่ลักทรัพย์ไม่หยิบเอาของที่เจ้าของไม่ได้ให้
-กับงานที่ทำ มีข้อบกพร่อง เหมือนทำงานไม่คุ้มเงินเดือน จากการประชุม มีหลายประเด็นที่ควรทำ มานึกย้อน กับตนเองแก้ไขยังไง อันไหนทำได้ก่อน จะลงมือทำ เรื่องการรีวิวเอกสาร เรื่องงานที่ต้องเริ่ม ช่วงเวลาหลังเลิกงาน ที่ทำงาน อยู่ใกล้บ้านมากขึ้น ขยายโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลกับตนเอง เอาเปรียบมามากละ กับโอกาสที่หนูได้จากที่ทำงาน ในทุกๆด้าน สมควรแก่เวลาที่ต้อง ลงมือสักที

3. ประพฤติพรหมจรรย์
ราคะมากอยู่ เห็นโซฟา พออยู่คนเดียวนั่งไปนาน เอนหลับหลับช่วงพักเที่ยง ท่าที่ตื่นลืมตา ดูไม่ได้เลยค่ะ

4. ไม่โกหก ไม่พูดส่อเสียด
นิสัยจีบปากจีบคอนินทา บอกแล้วทำไม่สำเร็จต้องแก้้วยพิจารณาก่อนลงมือทำจะได้ไม่เสียเวลา

5. ไม่ดื่มเหล้า ไม่ขาดสติ
ขาดสติจนถึงขั้นรีบออกมาจากสำนักงาน มาสสจ. แบบ ลืมกระเป๋าเงิน อะไรที่วางแผนจะทำ สะดุดไปหลายเรื่อง สำคัญกับตนเองอย่างหนึ่งว่า น่าจะแบบเงินเป็นที่ ๆ ไว้ที่รถบ้าง ที่โต๊ะบ้าง ที่บ้านบ้าง อาจจะพอคลี่คลาย ที่สำคัญระวังสติทบทวนก่อนเดินทางว่า ครบรึยัง

6. ไม่ทานอาหารหลังเที่ยง
ตกเย็นมาหิววันนี้ทานโกโกดำแบบไม่ใส่น้ำตาล กับงานที่กำลังทำก็พออยู่ได้ค่ะ แต่เมนูอาหารพรุ่งนี้ลอยมาเป็นระยะ

7. ไม่ร้องเพลง ดูละคร ไม่ใช้เครื่องประทินผิว
วันนี้เหมือนที่ห้องพี่เปิดคอนเสิร์ต ใจคิดย้อน เหมือนโดนทดสอบเลยค่ะ ย้อนทวนกับตนเองเดินหลบออกมา แล้วก็เข้ามาทำงานใหม่ ตลกตนเอง ลองหยิบบทสวดมนต์มาอ่าน ใจถามตนเอง ฝึกตนเองนั้นไม่ใช่ไปเปลี่ยนคนอื่น แท้จริงมันคือ การเปลี่ยนที่เรา แก้ไขตนเองต่างหาก ถ้าไปวิ่งแก้ไขข้างนอก ก็มีให้เห็นมากมายว่า “ไม่ใช่” แก้ไขอย่างไร รีบทำงานรีบเสร็จ แล้วก็ ใช้พื้นที่อื่น ๆ ที่พอได้กับตนเอง นึกถึง
คำพระพี่ชาย ถ้าประเมินแล้วตนเองสู้ไม่ไหวก็หลบนะ อย่างเห็น หิวข้าวเย็น แล้วอย่าไปท้าทายนั่งกับเขา เดินหลบออกมาเลย มันง่ายกว่า ปลอดภัยกว่า

8. ไม่นั่งนอนบนที่นอนสูง ยัดนุ่นหรือสำลี
เมื่อคืนกะว่า นั่งภาวนาก่อนแล้วค่อยลงนอน เอาเข้าจริงๆ ลงหลับไปทั้งท่าขัดสมาธินั้นเลยค่ะ แก้ไขยังไง ลองนอนเป็นเวลา ไม่ใช่ว่าตะบี้ตะบันกับตนเองเหมือนที่ผ่านๆมา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สามสิบวันแห่งการเรียนรู้



ความเห็น (0)